สร้างหลักประกันการเงินสำหรับวัยเกษียณ ด้วยวิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้
วัยเกษียณคือช่วงเวลาที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่หลายคนมักมองข้ามการวางแผนการเงินสำหรับช่วงเวลาสำคัญนี้ จนกระทั่งเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณจริงๆ จึงพบว่าเงินออมไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต การสร้างหลักประกันการเงินสำหรับวัยเกษียณจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าวัยเกษียณของคุณจะเต็มไปด้วยความสุขและปลอดภัย
ทำไมต้องวางแผนการเงินสำหรับวัยเกษียณ?
หลายคนอาจคิดว่าการเกษียณยังอีกไกล แต่ความจริงแล้วยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไร คุณก็จะมีเวลาในการสะสมเงินและให้เงินเติบโตจากดอกเบี้ยทบต้นมากขึ้นเท่านั้น ในปัจจุบันคนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยสูงขึ้น หมายความว่าเราต้องใช้เงินในช่วงเกษียณนานขึ้นด้วย
หากคุณเกษียณอายุที่ 60 ปี และมีอายุขัยถึง 80 ปี นั่นหมายความว่าคุณต้องมีเงินใช้จ่ายอีกเกือบ 20 ปี โดยไม่มีรายได้ประจำจากการทำงาน ค่าใช้จ่ายพื้นฐานต่อเดือนอย่างน้อย 15,000-20,000 บาท คิดเป็นเงินที่ต้องเตรียมไว้หลายล้านบาท ยังไม่รวมค่ารักษาพยาบาลที่มักสูงขึ้นตามอายุ
หลักการสร้างหลักประกันการเงินวัยเกษียณ, มีอะไรบ้าง?
การสร้างหลักประกันการเงินที่ดีควรมีความหลากหลาย ไม่พึ่งพาแหล่งเงินเพียงแหล่งเดียว เริ่มต้นจากการออมเงินสม่ำเสมอ ตั้งเป้าหมายว่าต้องการเงินเท่าไรเมื่อเกษียณ และคำนวณย้อนกลับว่าต้องออมเดือนละเท่าไร
เบี้ยประกันชีวิตเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยให้คุณออมเงินไปพร้อมๆ กับได้รับความคุ้มครอง หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นก่อนถึงวัยเกษียณ ครอบครัวของคุณจะได้รับเงินจากประกันเพื่อนำไปใช้ต่อ ในขณะเดียวกันหากคุณมีชีวิตอยู่จนถึงวัยเกษียณ คุณก็จะได้รับเงินคืนจากกรมธรรม์เพื่อใช้จ่ายในวัยเกษียณ
ประกันบำนาญ: ทางเลือกที่ตอบโจทย์วัยเกษียณ
สำหรับคนที่ต้องการความมั่นใจว่าจะมีรายได้ประจำในวัยเกษียณ ประกันบํานาญเปรียบเทียบเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ประกันบำนาญทำงานโดยให้คุณจ่ายเบี้ยประกันในช่วงวัยทำงาน เมื่อถึงอายุที่กำหนดไว้ คุณจะได้รับเงินบำนาญเป็นรายเดือนหรือรายปี
ข้อดีของประกันบำนาญคือช่วยให้คุณมีวินัยในการออมเงิน เพราะต้องจ่ายเบี้ยประกันสม่ำเสมอ และเมื่อถึงวัยเกษียณคุณจะได้รับเงินเป็นงวดๆ ไม่ใช่ได้เงินก้อนเดียวแล้วต้องบริหารเอง ซึ่งบางคนอาจใช้จ่ายหมดเร็วเกินไป การได้รับเงินเป็นรายเดือนจะช่วยให้คุณมีรายได้คล้ายกับยังทำงานอยู่
นอกจากนี้ ประกันบํานาญเปรียบเทียบบางแบบยังมีตัวเลือกให้ผู้รับผลประโยชน์ได้รับเงินต่อหากคุณเสียชีวิตก่อนได้รับครบ ทำให้มั่นใจว่าเงินที่สะสมไว้จะไม่สูญเปล่า
ประกันออมทรัพย์: ออมไปพร้อมลดหย่อนภาษี
อีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสร้างหลักประกันการเงินคือ ประกันชีวิตออมทรัพย์ลดหย่อนภาษี ประกันประเภทนี้ช่วยให้คุณได้ประโยชน์สองต่อ คือการออมเงินสำหรับอนาคต และการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
คุณสามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประหยัดภาษีได้เป็นจำนวนมากในแต่ละปี เงินที่ประหยัดได้นี้ก็คือกำไรเพิ่มจากการออมของคุณนั่นเอง
ประกันออมทรัพย์มีหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาว คุณสามารถเลือกแบบที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความสามารถในการจ่ายเบี้ยของคุณ เมื่อครบกำหนดสัญญา คุณจะได้รับเงินคืนพร้อมผลตอบแทน ซึ่งสามารถนำไปใช้จ่ายในวัยเกษียณได้
กลยุทธ์การวางแผนที่ครบถ้วน
การสร้างหลักประกันการเงินที่ดีควรใช้หลักการกระจายความเสี่ยง อย่าพึ่งพาเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แนะนำให้มีทั้งเงินออมในบัญชีธนาคาร กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนรวม และประกันชีวิตหลายประเภท
เริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ความต้องการเงินในวัยเกษียณของคุณ คำนวณค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้น จากนั้นเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสม อย่าลืมปรับแผนให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปด้วย
วิธีเลือกประกันที่เหมาะกับคุณ
การเลือกประกันควรพิจารณาจาก
- อายุและระยะเวลาก่อนเกษียณ: ถ้ายังอายุน้อยและมีเวลาอีกนาน เลือกประกันออมทรัพย์หรือบำนาญแบบจ่ายเลื่อน ถ้าใกล้เกษียณแล้วเลือกบำนาญแบบจ่ายทันที
- เป้าหมายทางการเงิน: ถ้าต้องการเงินก้อนเลือกประกันสะสมทรัพย์ ถ้าต้องการรายได้ประจำเลือกประกันบำนาญ
- ความสามารถในการจ่ายเบี้ย: เลือกแบบที่จ่ายได้สบายและไม่เป็นภาระ
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี: ถ้าต้องเสียภาษีควรเลือกประกันที่ลดหย่อนภาษีได้
การสร้างหลักประกันการเงินสำหรับวัยเกษียณไม่มีสูตรสำเร็จแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน แต่ทุกคนสามารถเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ หรือประกันออมทรัพย์ลดหย่อนภาษี สิ่งสำคัญคือเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้และทำอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไร คุณก็จะมีเวลาในการสะสมทรัพย์มากขึ้นและภาระก็น้อยลง เริ่มวางแผนวันนี้เพื่อวัยเกษียณที่สุขสบายและมั่นคงในอนาคต