กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ขบวนเรือที่มีชื่อว่า Global Sumud Flotilla (กองเรือซุมูดโลก) กำลังมุ่งหน้าสู่ฉนวนกาซา ไม่ได้เพียงเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม แต่เพื่อประกาศสัญลักษณ์ของการยืนหยัด ท้าทายการปิดล้อมที่ยืดเยื้อมากว่า 18 ปีและยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด ท่ามกลางการจับตาของทั้งโลกที่ตึงเครียด เมื่อหลายลำในกองเรือถูกกองทัพเรืออิสราเอลสกัดกั้นแล้ว แต่ยังมีอีกหลายลำฝ่าคลื่นลมมุ่งหน้าต่อไป แม้รู้ว่ามีความเสี่ยงจะถูกหยุดยั้งได้ทุกเมื่อ
แต่ในสายตาของ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิชาการผู้ติดตามปัญหาปาเลสไตน์มายาวนาน ภาพนั้นคือ “การเดินทางที่ไม่ได้วัดด้วยระยะทาง แต่ด้วยหัวใจของผู้คนที่ประกาศว่า กาซาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง”

ในโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว วันพฤหัส 2 ต.ค. 68 ดร.ศราวุฒิ เขียนว่า ผู้คนกว่า 300 ชีวิตจาก 44 ประเทศมารวมตัวกันบนเรือเหล่านี้ ล้วนเป็นนักเคลื่อนไหวที่พร้อมเสี่ยงชีวิตเพื่อนำอาหาร ยา และความหวังไปสู่ชาวกาซา “พวกเขาไม่ได้ออกเดินทางเพียงเพื่อมอบของใช้จำเป็น แต่พกพาคำคำหนึ่งที่ฝังลึกในหัวใจชาวปาเลสไตน์มานานนับศตวรรษ นั่นคือคำว่า Sumud”
“เราเห็นชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ภายใต้การยึดครองมา 78 ปี และอยู่ท่ามกลางการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นานกว่า 22 เดือน แต่พวกเขายังคงตื่นขึ้นทุกเช้า ยืนอยู่บนผืนดินของตนเอง และยังคงฝันถึงชีวิตใหม่” คำกล่าวของโฆษกขบวนเรือก่อนออกเดินทาง ที่ ดร.ศราวุฒิ อารีย์ หยิบมาเล่าประกอบในโพสต์ของเขา ซึ่งบ่งชี้ว่านี่คือภาพสะท้อนของ Sumud ในความหมายที่แท้จริง: ความหวังที่ไม่อาจถูกทำลายแม้ในท่ามกลางการยึดครองและความรุนแรง
คำว่า Sumud ในภาษาอาหรับ หมายถึง “ความเพียรพยายาม” “ความมั่นคงแน่วแน่” หรือ “การยืนหยัด” ซึ่งสำหรับชาวปาเลสไตน์แล้ว มันไม่ใช่เพียงคำ แต่คืออาวุธแห่งศักดิ์ศรีที่ใช้ต่อกรกับการกวาดล้างชาติพันธุ์ที่ลากยาวมาหลายชั่วอายุคน ดร.ศราวุฒิอธิบายและชี้ว่า “สัญลักษณ์สำคัญของ Sumud คือต้นมะกอก ต้นไม้ที่หยั่งรากลึกในผืนดินปาเลสไตน์ แม้จะถูกโค่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พวกเขาก็ปลูกใหม่ไม่รู้จบ นี่ไม่ใช่เพียงการเกษตร แต่คือการประกาศว่า เรายังอยู่”
เขายังชี้ว่า Sumud มีหลายรูปแบบ: ในเวสต์แบงก์คือการอดทนต่อด่านตรวจ ในกาซาคือการสร้างบ้านขึ้นใหม่บนซากปรักหักพัง ส่วนในหมู่ชาวปาเลสไตน์พลัดถิ่นคือการรณรงค์คว่ำบาตร (BDS) เพื่อท้าทายการยึดครอง
ในมิติของการต่อสู้ เขาบอกว่า นักคิดชาวปาเลสไตน์ได้แยก Sumud ออกเป็นสองแบบ คือ
Static Sumud การยืนหยัดปักหลักบนผืนดิน ไม่ยอมละทิ้งบ้าน แม้ชีวิตจะถูกบดขยี้เพียงใด
Resistance Sumud (Sumud Muqawim) การต่อต้านเชิงรุกอย่างสันติ เช่น การไม่ร่วมมือ การนัดหยุดงาน การคว่ำบาตร หรือการปฏิเสธจ่ายภาษีในช่วง Intifada
นั่นทำให้ Sumud ไม่ใช่แค่การยอมจำนนเงียบ ๆ และไม่ใช่การตอบโต้ด้วยความเกลียดชังตาบอด แต่คือ “ทางเลือกที่สาม” ทางเลือกของการมีศักดิ์ศรีท่ามกลางการกดขี่
ดร.ศราวุฒิยังอ้างถึงงานวิชาการที่สะท้อนพลังของ Sumud เช่น The Third Way (1982) ที่บรรยายว่า “Sumud คือการมองบ้านของคุณกลายเป็นคุก แต่คุณเลือกอยู่ในคุกนั้น เพราะมันคือบ้านของคุณ และเพราะคุณรู้ว่าหากออกไปแล้ว ผู้คุมจะไม่ยอมให้คุณกลับมาอีก”
แนวคิดนี้ยังปรากฏในงานรวมบทความ Sumud: A Palestinian Reader ที่ผู้เขียนกว่าร้อยชีวิตย้ำเป็นเสียงเดียวกันว่า Sumud ไม่ใช่แค่การเมือง แต่มันคือคุณค่าทางวัฒนธรรม เป็นคำมั่นทั้งส่วนบุคคลและส่วนรวม ว่าจะกำหนดชีวิตของตนเอง แม้อยู่ภายใต้เงาแห่งการยึดครอง เขาระบุ
ท้ายที่สุด ดร.ศราวุฒิย้ำว่า เมื่อกองเรือ Global Sumud Flotilla แล่นออกสู่ทะเล มันไม่ได้บรรทุกเพียงความช่วยเหลือ แต่ยังบรรทุกหัวใจของผู้คนทั้งโลกที่พร้อมจะบอกกับชาวกาซาว่า “คุณไม่ได้ยืนหยัดเพียงลำพัง” แม้ว่าเรือเหล่านี้จะไม่สามารถไปถึงปลายทางก็ตาม