ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ษานี

ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ษานี พระบิดาแห่งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ และบุคคลสำคัญเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงประเทศจากรัฐขนาดเล็กในอ่าวเปอร์เซีย สู่ศูนย์กลางด้านพลังงาน การทูต การลงทุน และสื่อระดับโลก สิ้นพระชนม์แล้วในเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 ก.ค. 69 สิริพระชนมายุ 74 พรรษา

สำนักพระราชวังกาตาร์ประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของชีคฮาหมัด โดยระบุว่า “ขออัลเลาะห์ทรงเมตตาดวงวิญญาณของพระองค์ และประทานรางวัลอันประเสริฐแก่พระองค์ สำหรับสิ่งที่พระองค์ได้ทำเพื่อมาตุภูมิและประชาชาติ”

โดฮานิวส์รายงานว่า การสิ้นพระชนม์ของชีคฮาหมัดถือเป็นการสูญเสียหนึ่งในผู้นำทรงอิทธิพลของตะวันออกกลาง ผู้วางรากฐานให้กาตาร์ก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีบทบาทระดับโลกทั้งด้านเศรษฐกิจ การทูต และสื่อ ตลอดระยะเวลา 18 ปีแห่งการปกครอง

จากนายทหารสู่เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์

ชีคฮาหมัดประสูติในกรุงโดฮาเมื่อเดือนมกราคม 1952 ศึกษาในกาตาร์ ก่อนเข้าศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิร์สต์ในสหราชอาณาจักร และสำเร็จการศึกษาในปี 1971

หลังสำเร็จการศึกษา พระองค์เข้ารับราชการในกองทัพกาตาร์ ได้รับแต่งตั้งเป็นเสนาธิการในปี 1972 และต่อมาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดด้วยยศพลตรี

ในปี 1977 พระองค์ได้รับแต่งตั้งเป็นมกุฎราชกุมารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการวางแผนเศรษฐกิจและการบริหารประเทศ รวมถึงดำรงตำแหน่งประธานสภาสูงสุดด้านการวางแผนตั้งแต่ปี 1989

วันที่ 27 มิถุนายน 1995 ชีคฮาหมัดขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ และเริ่มต้นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศ

พลิกความมั่งคั่งจากก๊าซ สร้างกาตาร์ยุคใหม่

ตลอดช่วงการปกครองระหว่างปี 1995-2013 กาตาร์เติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วจากการขยายอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นฐานสำคัญของความมั่งคั่งของประเทศ

โดฮานิวส์ระบุว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีของกาตาร์ เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 เท่าในช่วงที่ชีคฮาหมัดปกครองประเทศ ขณะที่กาตาร์ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในรัฐที่มั่งคั่งที่สุดในโลกเมื่อวัดจากรายได้ต่อหัว

อย่างไรก็ตาม พระองค์ไม่ได้จำกัดวิสัยทัศน์ของกาตาร์ไว้เพียงการเป็นผู้ส่งออกพลังงาน แต่ผลักดันให้นำความมั่งคั่งจากทรัพยากรไปสร้างอิทธิพลทางเศรษฐกิจในระดับโลก

ในปี 2005 กาตาร์จัดตั้งกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ Qatar Investment Authority หรือ QIA ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักของยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศ

เมื่อชีคฮาหมัดสละอำนาจในปี 2013 กองทุนดังกล่าวลงทุนในต่างประเทศไปแล้วมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ โดยถือครองหุ้นและสินทรัพย์สำคัญทั่วโลก ตั้งแต่เดอะชาร์ด ธนาคารบาร์เคลย์ส สนามบินฮีทโธรว์ ห้างแฮร์รอดส์ ไปจนถึงสโมสรฟุตบอลปารีส แซงต์-แชร์กแมง

กำเนิดอัลจาซีรา เปลี่ยนกาตาร์เป็นศูนย์กลางสื่อ

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่สุดในยุคของชีคฮาหมัด คือการเปิดตัวอัลจาซีราในปี 1996

เครือข่ายข่าวจากกรุงโดฮาได้เปลี่ยนภูมิทัศน์สื่อภาษาอาหรับ และผลักดันให้กาตาร์กลายเป็นศูนย์กลางสื่อที่มีอิทธิพลทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก

อัลจาซีราไม่เพียงขยายอิทธิพลด้านสื่อของกาตาร์ แต่ยังกลายเป็นส่วนหนึ่งของบทบาทระหว่างประเทศของรัฐขนาดเล็กแห่งนี้ ซึ่งเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในประเด็นสำคัญของตะวันออกกลาง

ภายในประเทศ ชีคฮาหมัดยังดำเนินการปฏิรูปทางการเมืองอย่างค่อยเป็นค่อยไป กาตาร์จัดการเลือกตั้งระดับเทศบาลครั้งแรกในปี 1999 โดยเปิดโอกาสให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้ง

รัฐบาลในยุคของพระองค์ยังผลักดันรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของกาตาร์ ซึ่งได้รับความเห็นชอบผ่านการลงประชามติและประกาศใช้ในปี 2004 ตลอดจนเปิดตัวยุทธศาสตร์ Qatar National Vision 2030 เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศระยะยาว

จากรัฐเล็กสู่ผู้เล่นสำคัญทางการทูต

ภายใต้การนำของชีคฮาหมัด กาตาร์ขยายบทบาทด้านการทูตอย่างรวดเร็ว และสร้างความสัมพันธ์กับมหาอำนาจ ตลอดจนฝ่ายต่างๆ ในความขัดแย้งของตะวันออกกลาง

พระองค์กระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์กับสหรัฐฯ และพัฒนาฐานทัพอากาศอัลอูเดด ซึ่งต่อมากลายเป็นฐานทัพสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง และเป็นที่ตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ

ในเวลาเดียวกัน กาตาร์เดินหน้านโยบายต่างประเทศที่มีความเป็นอิสระมากขึ้น และสร้างบทบาทในฐานะตัวกลางทางการทูตในความขัดแย้งหลายพื้นที่

กาตาร์ยังเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมระดับโลก ตั้งแต่เอเชียนเกมส์ 2006 ไปจนถึงการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ COP18 ในปี 2012

 ฟุตบอลโลก 2022 หมุดหมายกาตาร์บนเวทีโลก

หนึ่งในความสำเร็จสำคัญในยุคของชีคฮาหมัดเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม 2010 เมื่อกาตาร์ได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022
กาตาร์กลายเป็นชาติอาหรับและประเทศมุสลิมแห่งแรกที่ได้รับหน้าที่จัดการแข่งขันฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดของโลก

ชัยชนะในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพถูกมองว่าเป็นการตอกย้ำการก้าวขึ้นสู่เวทีโลกของกาตาร์ และนำไปสู่การลงทุนครั้งใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่ง และการพัฒนาเมือง

สละอำนาจ ส่งต่อกาตาร์สู่คนรุ่นใหม่

วันที่ 25 มิถุนายน 2013 ชีคฮาหมัดสละอำนาจโดยสมัครใจ และส่งมอบตำแหน่งเจ้าผู้ครองรัฐให้แก่ชีคตะมีม บิน ฮาหมัด อัล ษานี พระราชโอรส

การส่งต่ออำนาจดังกล่าวถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยในภูมิภาคอ่าว และถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านอำนาจสู่ผู้นำรุ่นใหม่ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

หลังสละอำนาจ พระองค์ได้รับพระอิสริยยศ “พระบิดาแห่งเจ้าผู้ครองรัฐ” หรือ Father Amir และลดบทบาทจากการบริหารประเทศประจำวัน แต่ยังคงเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องอย่างสูงในกาตาร์

ตลอดระยะเวลา 18 ปีแห่งการปกครอง ชีคฮาหมัด บิน คอลิฟะห์ อัล ษานี วางรากฐานของกาตาร์ยุคใหม่ ตั้งแต่การใช้ความมั่งคั่งจากก๊าซธรรมชาติสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจ การก่อตั้งอัลจาซีรา การขยายบทบาททางการทูต ไปจนถึงการนำฟุตบอลโลกมาสู่โลกอาหรับเป็นครั้งแรก

มรดกทางการเมืองของพระองค์จึงเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับการก้าวขึ้นมาของกาตาร์ จากรัฐขนาดเล็กริมอ่าวเปอร์เซีย สู่หนึ่งในประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดแห่งหนึ่งของตะวันออกกลาง.