จากเสื้อผ้ามือสองที่ไม่มีใครเลือกและอาจกลายเป็นขยะ ฮุสนีย์ สาแม หรือ “จู” ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากปัตตานี นำแนวคิดการอัปไซเคิล (Upcycling) มาต่อยอดเป็นแบรนด์ Concur Patchwork เปลี่ยนเสื้อผ้าไร้มูลค่าให้กลายเป็นสินค้าแฟชั่นชิ้นใหม่ พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนและส่งออกไปแล้วกว่า 20 ประเทศ

ปัตตานีถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการค้าขายเสื้อผ้ามือสองของภาคใต้ โดยมีเสื้อผ้าจำนวนมากถูกนำเข้ามาคัดแยกเป็นหลายเกรด แต่เสื้อผ้าเกรดต่ำจำนวนไม่น้อยกลับขายไม่ได้และถูกทิ้ง กลายเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ฮุสนีย์ สาแม หรือ “จู” ซึ่งคลุกคลีอยู่ในวงการเสื้อผ้ามือสองมาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา มองเห็นโอกาสจาก “ของหางกระสอบ” ที่หลายคนมองข้าม จึงก่อตั้งแบรนด์ Concur Patchwork เพื่อนำเสื้อผ้าเหล่านั้นกลับมาสร้างมูลค่าใหม่

“พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็นศูนย์กลางของเสื้อผ้ามือสอง เสื้อผ้าเกรดเอมีเพียง 20-30% ส่วนที่เหลือจำนวนมากเป็นเกรดบีและซี โดยเฉพาะเกรดซีที่มักขายไม่ได้และถูกทิ้งเป็นขยะ” จูกล่าว พร้อมระบุว่า ประสบการณ์การเป็นพ่อค้าทำให้เขาเห็นว่าเสื้อผ้าเหล่านี้คือวัตถุดิบต้นทุนต่ำที่มีปริมาณมหาศาล จึงนำมาต่อยอดผ่านแนวคิดการอัปไซเคิล

แม้จะไม่ได้เรียนด้านแฟชั่นโดยตรง แต่จูใช้วิธี “ย่อยผ้า” แยกเสื้อผ้าออกเป็นชิ้นส่วน ก่อนนำมาเย็บต่อเป็นผืนใหม่ สร้างแพตเทิร์น และตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าดีไซน์ใหม่ ทำให้ของที่แทบไม่มีมูลค่ากลายเป็นสินค้าที่จำหน่ายได้ในราคาหลักร้อยถึงหลักพันบาท

นอกจากการสร้างผืนผ้าใหม่แล้ว แบรนด์ยังนำเสื้อผ้ามือสองที่มีรูปทรงสวยมาปรับเปลี่ยนรายละเอียด เช่น การเปลี่ยนกระเป๋า กระดุม หรือปรับขนาด เพื่อสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้สินค้าแต่ละชิ้น

จูมองว่า แฟชั่นกับงานอัปไซเคิลสามารถเดินไปด้วยกันได้ หากงานออกแบบมีความสวยงาม มีเอกลักษณ์ และมีคุณภาพ เพราะลูกค้าไม่ได้ซื้อเพียงเสื้อผ้า แต่ยังซื้อเรื่องราวและแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์

ปัจจุบัน Concur Patchwork ส่งออกสินค้าไปแล้วกว่า 20 ประเทศ ทั้งในอาเซียน สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และฮ่องกง โดยใช้ Instagram เป็นช่องทางจำหน่ายหลัก เนื่องจากสินค้าทุกชิ้นมีเพียงชิ้นเดียวและเหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบแฟชั่นมีเอกลักษณ์และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์แฟชั่น จูยังขับเคลื่อนธุรกิจในรูปแบบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) โดยนำกำไรกลับไปพัฒนาชุมชน สนับสนุนกลุ่มสตรี แม่เลี้ยงเดี่ยว และนักศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้ ผ่านการสร้างอาชีพและกระจายรายได้

ปัจจุบันแบรนด์สามารถสร้างงานในชุมชนได้มากกว่า 20 ตำแหน่ง และกระจายรายได้สู่เครือข่ายชุมชน 12 กลุ่ม พร้อมเปิดเวิร์กช็อปสอนการตัดเย็บและการบริหารธุรกิจ เพื่อผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการด้านอัปไซเคิลรายใหม่ในพื้นที่

แม้ธุรกิจจะประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศ แต่จูกลับประเมินผลงานของตนเองเพียง 3 เต็ม 10 เพราะยังต้องการผลักดันแบรนด์ให้เติบโตยิ่งขึ้น และเปลี่ยนภาพจำของเสื้อผ้ามือสองจากการเป็นเพียงสินค้ามือสอง ให้กลายเป็นเครื่องมือสร้างอาชีพ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชน และสะท้อนศักยภาพของจังหวัดปัตตานีสู่สายตาคนทั่วโลก