พระสงฆ์และชาวบ้านในเมืองตากอากาศฮิริเคติยา ทางตอนใต้ของศรีลังกา รวมตัวประท้วงเรียกร้องให้ย้ายหรือปิดศูนย์ชาบัดยิวที่เพิ่งเปิดในพื้นที่ ท่ามกลางความกังวลต่อการขยายตัวของธุรกิจและบริการที่มุ่งรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
Lanka Newspapers รายงานเมื่อ 15 สิงหาคมว่า การประท้วงมีทั้งพระสงฆ์ชาวพุทธและชาวบ้านเข้าร่วม โดยผู้ประท้วงเรียกร้องให้ทางการย้ายหรือปิดศูนย์ชาบัด ซึ่งเป็นศูนย์เผยแพร่ศาสนาและให้บริการด้านการต้อนรับชาวยิว ที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างฮิริเกติยา
ฮิริเคติยาเป็นหมู่บ้านชายฝั่งทางตอนใต้ของศรีลังกาที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในฐานะแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักเล่นเซิร์ฟ การเติบโตดังกล่าวนำมาซึ่งธุรกิจและบริการที่มุ่งรองรับชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังส่งผลต่ออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและศาสนาของชุมชน
ผู้ประท้วงแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความต้องการให้ย้ายสถานที่หรือปิดศูนย์ดังกล่าวไปเลย บ่งบอกถึงความตึงเครียดที่คุกรุ่นอยู่ในชุมชนท้องถิ่นนับตั้งแต่ศูนย์แห่งนี้เปิดทำการ
Lanka Newspapers ระบุว่า การเข้าร่วมของพระสงฆ์ในการประท้วงสะท้อนถึงระดับความไม่พอใจที่รุนแรงของคนในพื้นที่บางกลุ่ม และก่อให้เกิดคำถามกว้างขึ้นว่า การขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างรวดเร็วจะเดินควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ขณะที่ทางการศรีลังกายังไม่ได้ออกแถลงการณ์ต่อการประท้วงหรืออนาคตของศูนย์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน กระทรวงพระพุทธศาสนา ศาสนา และวัฒนธรรมของศรีลังกาเตรียมหารือถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากการเข้ามาของกลุ่มศาสนารุ่นใหม่ในประเทศ พร้อมพิจารณามาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อจัดการข้อพิพาทที่เกิดขึ้น
ดับเบิลยู พี เสนาธีระ เลขาธิการกระทรวงฯ เปิดเผยกับ The Daily Morning ว่า ปัจจุบันมีกลุ่มศาสนาหลายกลุ่มที่เข้ามาดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ ของศรีลังกาในช่วงที่ผ่านมา และมีชาวศรีลังกาเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มเหล่านี้ด้วย ทำให้การดำเนินการโดยทันทีเมื่อเกิดการประท้วงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะอาจนำไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
เสนาธีระกล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาเคยเกิดการประท้วงต่อต้านกลุ่มศาสนาเหล่านี้ แต่ทางการยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที โดยขณะนี้มีคณะกรรมการกำลังศึกษาสถานการณ์และจัดทำข้อเสนอแนะ เนื่องจากภารกิจหลักของกระทรวงครอบคลุม 4 ศาสนาหลักของประเทศ แต่เมื่อกลุ่มศาสนาใหม่มีชาวศรีลังกาเข้าเป็นสมาชิก กระทรวงจึงจำเป็นต้องพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเหล่านี้ด้วย
ขณะที่ Ynet สื่ออิสราเอลรายงานอีกมุมหนึ่ง โดยระบุว่าศูนย์ชาบัดในฮิริเคติยา ซึ่งเพิ่งเปิดได้ราว 1 เดือน ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลและชาวยิว มีร้านอาหารโคเชอร์ จัดอาหารค่ำวันชับบัต และเป็นสถานที่สำหรับนักท่องเที่ยวอิสราเอลที่เดินทางมายังภาคใต้ของศรีลังกา
แต่ในช่วงที่ผ่านมา สถานที่ดังกล่าวกลายเป็นศูนย์กลางความขัดแย้งกับคนในท้องถิ่น ก่อนที่เมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) จะมีการจัดชุมนุมประท้วง โดยมีพระสงฆ์ชาวพุทธเป็นผู้นำ
ผู้ประท้วงเรียกร้องให้ทางการตรวจสอบว่า ศูนย์ชาบัดได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และหากพบว่าไม่มีใบอนุญาตที่จำเป็น ก็ขอให้ดำเนินการปิดหรือรื้อถอนสถานที่ดังกล่าว
ตามรายงานของ Ynet เหตุประท้วงเกิดขึ้นในช่วงอาหารค่ำวันชับบัต โดยเจ้าหน้าที่ชาบัดกล่าวหาว่าผู้ประท้วงเปิดเพลงเสียงดัง จุดประทัดโยนเข้าไปในลาน และขว้างก้อนหินใส่สถานที่ตลอดช่วงกลางคืน
เจ้าหน้าที่ชาบัดยังกล่าวหาว่านักท่องเที่ยวอิสราเอลที่กำลังเดินทางไปร่วมอาหารค่ำถูกผู้ประท้วงสกัดและสั่งไม่ให้เข้าใกล้สถานที่ ขณะที่มีการจุดประทัดใกล้แขกบางรายเพื่อสร้างความหวาดกลัวและขัดขวางไม่ให้เดินทางเข้าไป
หลังสิ้นสุดวันชับบัต Ynet รายงานว่า สถานการณ์ถูกกล่าวหาว่ารุนแรงขึ้น เมื่อชาวอิสราเอลหลายคนที่ออกจากศูนย์ถูกข่มขู่ด้วยไม้ ก่อนตำรวจท้องถิ่นกลับมายังพื้นที่และเพิ่มการดูแลรักษาความปลอดภัย ทำให้สถานการณ์สงบลงชั่วคราว
ศูนย์ชาบัดระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นภัยคุกคามต่อผู้ปฏิบัติงาน ครอบครัว และนักท่องเที่ยวอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอล สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอล และทางการศรีลังกาเข้ามาแทรกแซง เพิ่มกำลังตำรวจ และสอบสวนเหตุความรุนแรงและการข่มขู่
ขณะเดียวกัน สื่อศรีลังกาบางแห่งเผยแพร่เสียงวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอิสราเอล โดยกล่าวหาว่าบางรายมีพฤติกรรมก้าวร้าวและแสดงความรู้สึกว่า “มีสิทธิ์เหนือกว่า” ในพื้นที่ชายหาดและจุดเล่นเซิร์ฟ จนทำให้นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นไม่ต้องการเดินทางเข้ามา
นอกจากนี้ตามรายงานของเดลิมิเรอร์ศรีลังกา ยังมีข้อกล่าวหาว่า ธุรกิจที่ดำเนินการโดยชาวอิสราเอลบางแห่งเปิดกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ใช้แรงงานชาวอิสราเอลที่ไม่มีวีซ่าถูกต้อง ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างฝ่าฝืนกฎพื้นที่ชายฝั่ง และจำกัดการเข้าถึงพื้นที่ธุรกิจของคนในท้องถิ่น
สื่อศรีลังกาบางแห่งยังเผยแพร่ข้อกล่าวหาที่รุนแรงเกี่ยวกับทหารอิสราเอล โดยอ้างว่าหลายคนมีปัญหาทางจิตใจหลังเข้าร่วมสงครามในฐานะกำลังพลของกองทัพอิสราเอล
เดอะพับลิกโพสต์ตั้งข้อสังเกตว่า ความขัดแย้งในฮิริเคติยามีประเด็นบางส่วนคล้ายกับข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวของไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องการขยายตัวของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวอิสราเอล การใช้พื้นที่ และการปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น
กรณีที่เห็นได้ชัดเกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต หลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบศูนย์ชาบัดในป่าตอง ก่อนกระทรวงมหาดไทยขยายการตรวจสอบไปยังธุรกิจมากกว่า 360 แห่งทั่วจังหวัด โดยเน้นตรวจสอบใบอนุญาต การประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ และข้อสงสัยเรื่องการถือครองธุรกิจแทนคนต่างชาติ ขณะที่ทางการไทยยืนยันว่าการดำเนินการมุ่งบังคับใช้กฎหมาย ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ชาวอิสราเอลหรือกิจกรรมทางศาสนาโดยเฉพาะ
ประเด็นลักษณะเดียวกันยังเคยปรากฏในพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นของไทย ทั้งปาย เกาะพะงัน และพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวอิสราเอลเดินทางเข้าไปจำนวนมาก จนเกิดการถกเถียงในท้องถิ่นเกี่ยวกับผลกระทบต่อชุมชน การใช้พื้นที่ และการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ
อย่างไรก็ตาม กรณีศรีลังกาและไทยมีบริบทแตกต่างกัน และข้อกล่าวหาต่อธุรกิจหรือบุคคลในแต่ละพื้นที่ยังต้องแยกพิจารณาเป็นรายกรณี แต่ประเด็นร่วมที่เห็นได้ชัดคือ ความตึงเครียดระหว่างการเติบโตของการท่องเที่ยวจากต่างชาติ กับความกังวลของชุมชนท้องถิ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และการบังคับใช้กฎหมาย








