สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างมติอำนาจสงคราม (War Powers Resolution) เป็นครั้งที่ 3 เพื่อเรียกร้องให้ยุติการปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังสำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ (CBO) เปิดเผยว่าสงครามมีต้นทุนแล้วอย่างน้อย 38,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจะเพิ่มขึ้นอีกราว 3,000 ล้านดอลลาร์ต่อเดือน หากความขัดแย้งยังดำเนินต่อไป
เดอะการ์เดียนรายงานว่า การลงมติครั้งล่าสุดผ่านด้วยคะแนน 220 ต่อ 204 เสียง โดยมีสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนร่วมลงคะแนนกับเดโมแครต นับเป็นครั้งที่ 3 ที่สภาผู้แทนฯ ผ่านร่างมติยุติสงครามอิหร่าน หลังเคยมีมติลักษณะเดียวกันในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ร่างมติดังกล่าวยังไม่ถึงมือประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีแนวโน้มใช้อำนาจยับยั้งหากผ่านกระบวนการนิติบัญญัติครบถ้วน
CBO เตือนคลังขีปนาวุธพร่อง ฟื้นกำลังผลิตอาจใช้ 5 ปี
รายงานของ CBO ระบุว่า การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลายร้อยแห่งในฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวต บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก โอมาน และจอร์แดน
รายงานประเมินว่าค่าใช้จ่ายของสงครามจะเพิ่มขึ้น 3 พันล้านดอลลาร์ทุกเดือนตราบใดที่ความขัดแย้งยังดำเนินต่อไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของสงคราม พร้อมทั้งระบุว่าสงครามได้ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อสูงขึ้น
รายงานระบุว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ระบบป้องกันขีปนาวุธ ทั้ง Patriot, THAAD และขีปนาวุธสกัดกั้นของกองทัพเรือ เพื่อรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่าน จนคลังอาวุธลดลงอย่างหนัก และอาจต้องใช้เวลา อย่างน้อย 5 ปี จึงจะฟื้นกลับสู่ระดับเดิม แม้จะเร่งกำลังการผลิตแล้วก็ตาม
CBO ยังเตือนว่า ภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้นจะเป็นปัญหาอย่างยิ่ง หากสหรัฐฯ ต้องเผชิญวิกฤตในช่องแคบไต้หวัน เนื่องจากจีนมีคลังขีปนาวุธพิสัยไกลและขีปนาวุธร่อนจำนวนมาก ซึ่งจะต้องใช้อาวุธสกัดกั้นในปริมาณสูงกว่าปฏิบัติการในอิหร่านหลายเท่า
CBO) กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังไม่สามารถประเมินค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฐานทัพสหรัฐฯ ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการทูตและความช่วยเหลือต่างประเทศในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับสงครามได้
นอกจากต้นทุนทางทหารแล้ว CBO ประเมินว่า สงครามยังผลักดันราคาพลังงานโลกผ่านการหยุดชะงักของการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์เคยพุ่งจาก 64 ดอลลาร์ เป็น 103 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงสูงสุดของความขัดแย้ง ส่งผลให้เงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีแนวโน้มสูงกว่าที่เคยคาดไว้ 0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ ภายในต้นปี 2570 และอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นสูงขึ้นราว 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์
เพนตากอนเผยใช้งบจริง 3.34 หมื่นล้านดอลลาร์
เดอะการ์เดียนยังรายงานว่า หนึ่งวันก่อนหน้าการเผยแพร่รายงานของ CBO สำนักงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon Inspector General) ได้เผยรายงานตรวจสอบฉบับแรกของสงคราม โดยระบุว่า สหรัฐฯ ใช้งบประมาณจริง 33,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายด้านกระสุนและอาวุธเพียงอย่างเดียว 22,300 ล้านดอลลาร์ พร้อมเตือนว่าสงครามได้ก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนคลังยุทโธปกรณ์ และเผยให้เห็นข้อจำกัดของอุตสาหกรรมผลิตอาวุธในการเติมสต็อก
ข้อวิจารณ์กรณีโจมตีโรงเรียนในมินาบ
เดอะการ์เดียนรายงานว่า รายงานของสำนักงานผู้ตรวจการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวถึงการสอบสวนภายในของเพนตากอนเกี่ยวกับเหตุโจมตีโรงเรียนในเมืองมินาบ ซึ่งเกิดขึ้นในวันแรกของสงคราม และทำให้มีผู้เสียชีวิต 156 คน ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 120 คน
นักวิจารณ์กล่าวหาว่า เพนตากอนพยายามปกปิดผลการสอบสวน ซึ่งอาจแสดงให้เห็นถึงความประมาทในการจัดทำข้อมูลเป้าหมายสำหรับปฏิบัติการโจมตีครั้งแรกของสงคราม อย่างไรก็ตาม เพนตากอนไม่ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าวในรายงานฉบับล่าสุด








