รัฐบาลฮูซีในกรุงซานาออกมาปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อกล่าวหาของซาอุดีอาระเบียที่ระบุว่า กลุ่มอันซอรุลเลาะฮ์ (ฮูซี) โจมตีสถานีไฟฟ้าในเมืองมะดีนะฮ์ โดยเรียกข้อกล่าวหาดังกล่าวว่าเป็นเรื่องแต่งที่ไม่มีมูล และกล่าวหาว่าริยาดพยายามใช้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับมักกะห์ อัลมายาดีนรายงาน

มะห์ดี อัล-มะชาต ประธานาธิบดีของรัฐบาลฮูซี กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังรื้อฟื้น “คำใส่ร้ายร้ายแรงและข้อกล่าวหาที่ถูกสร้างขึ้น” ว่าเยเมนมุ่งโจมตีสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม พร้อมกล่าวว่าข้อกล่าวหาครั้งล่าสุดสะท้อน “ความสิ้นหวังและความล้มเหลวของระบอบอาชญากรนี้”

อัล-มะชาตกล่าวว่า “เราขอให้ระบอบซาอุดีอาระเบียรับผิดชอบต่อการโจมตีใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับมักกะห์ ผู้แสวงบุญที่เดินทางไปยังบ้านอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า มะดีนะฮ์ หรือมัสยิดของศาสนทูต และต่อความพยายามใด ๆ ที่จะโยนความผิดจากอาชญากรรมดังกล่าวมายังประชาชนของเรา”

เขายังกล่าวหาว่าการที่ริยาดนำข้อกล่าวหาเดิมกลับมาใช้อีกครั้ง เป็น “ความพยายามอย่างสิ้นหวังที่จะระดมความคิดเห็นของชาวมุสลิม” พร้อมกล่าวหาซาอุดีอาระเบียว่ามีประวัติทำลายสถานที่ทางศาสนาในมักกะห์และมะดีนะฮ์

ด้านโอมาร์ อัล-บุคัยตี โฆษกรัฐบาลฮูซี กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบีย “กำลังสร้างข้อกล่าวหาเท็จต่อประชาชนของเราอีกครั้ง” พร้อมยืนยันว่าข้อกล่าวหาที่ว่าอันซอรุลเลาะฮ์โจมตีสถานีไฟฟ้าในมะดีนะฮ์นั้น “ไม่มีมูลโดยสิ้นเชิง”

อัล-บุคัยตีกล่าวว่า หลังจากข้อกล่าวหาของริยาดเกี่ยวกับการโจมตีมักกะห์ไม่ประสบผลสำเร็จ ซาอุดีอาระเบียจึงหันไปใช้ “คำโกหกครั้งใหม่” พร้อมเรียกร้องให้ซาอุดีอาระเบียยุติการโจมตีและยกเลิกการปิดล้อมเยเมน

ก่อนหน้านี้ แหล่งข่าวทางทหารของรัฐบาลฮูซีปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวเช่นกัน โดยกล่าวกับสำนักข่าวซาบาว่า ซาอุดีอาระเบียสร้างข้อกล่าวหาเรื่องมะดีนะฮ์ขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการโจมตีมักกะห์ ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ล้มเหลว พร้อมระบุว่า กองทัพเยเมน จะไม่อยู่นิ่งเฉยต่อสิ่งที่เรียกว่าเป็นคำใส่ร้ายดังกล่าว และมีสิทธิที่จะตอบโต้ข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จ

ด้านฎ็อยฟุลลอฮ์ อัล-ชามี สมาชิกสำนักงานการเมืองของอันซอรุลเลาะฮ์ กล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียกำลังหันไปใช้ “เรื่องแต่งครั้งใหม่” หลังเรื่องมักกะห์ไม่สามารถโน้มน้าวใครได้ พร้อมระบุว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวสร้างความเจ็บปวดแก่ชาวเยเมนในระดับที่ลึกยิ่งกว่าการโจมตีทางอากาศและการสังหารผู้หญิงและเด็ก เพราะเป็นการดูหมิ่นความศรัทธาในศาสนาอิสลามและความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังซาอุดีอาระเบียกล่าวหาว่าซานาโจมตีสถานีจ่ายไฟฟ้าไฏบะฮ์ในมะดีนะฮ์ โดยระบุว่า “การสอบสวนพบว่า” อันซอรุลเลาะฮ์เป็นผู้วางแผนและดำเนินการโจมตีดังกล่าว

ขณะเดียวกัน โฆษกกองทัพฮูซีเยเมนระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เครื่องบินรบและขีปนาวุธของซาอุดีอาระเบียดำเนินการโจมตี 47 ครั้ง โดยโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน รวมถึงเครือข่ายโทรคมนาคมและโรงเรียนในจังหวัดตะอิซ ซะอ์ดะฮ์ และอัลเญาฟ์ พร้อมระบุว่าจำนวนการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธของซาอุดีอาระเบียนับตั้งแต่เริ่มการยกระดับสถานการณ์อยู่ที่ 1,256 ครั้ง

อัล-มายาดีนรายงานเพิ่มเติมว่า เครื่องบินรบของซาอุดีอาระเบียได้โจมตีหลายพื้นที่ในจังหวัดซะอ์ดะฮ์ โดยมีเป้าหมายรวมถึงเครือข่ายโทรคมนาคมในพื้นที่มุนับบิฮ์และอัศเศาะฟรอ รวมถึงพื้นที่ทางใต้ของเมืองซะอ์ดะฮ์ ขณะที่ยังมีรายงานการโจมตีในพื้นที่อื่นของจังหวัดซะอ์ดะฮ์และจังหวัดตะอิซ