สำนักข่าว Axios รายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมว่า สหรัฐฯ ได้ส่งระบบขีปนาวุธแพทริออตเพิ่มเติม 2 ชุดไปยังซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซ พร้อมรับประกันต่อริยาดและโดฮาว่าจะได้รับการคุ้มครอง หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่
ระบบแพทริออต 1 ชุดถูกส่งไปยังซาอุดีอาระเบียเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อป้องกันโรงงานน้ำมันขนาดใหญ่ ขณะที่อีก 1 ชุดถูกส่งไปยังกาตาร์เพื่อปกป้องแหล่งก๊าซธรรมชาติ ด้านกัปตัน ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น
ตามรายงาน สหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับอนุญาตให้ใช้น่านฟ้าของซาอุดีอาระเบีย หากต้องการเปิดฉากโจมตีอิหร่านอีกครั้ง แต่ริยาดไม่น่าจะอนุญาต หากยังไม่มีความมั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของตนจะได้รับการปกป้อง
การส่งระบบแพทริออตเกิดขึ้นขณะที่ทรัมป์กำลังพิจารณากลับมาโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านภายในไม่กี่สัปดาห์ โดยขู่ว่าจะทำลายอิหร่านให้หมด หากอิหร่านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเขา
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของเตหะรานที่เสนอให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งและกลับเข้าสู่การเจรจานิวเคลียร์ หากสหรัฐฯ ยุติการสู้รบและยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล โดยระบุว่าข้อเสนอดังกล่าว “ยังไม่ดีพอ”
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ กำลังส่งเรือรบ เครื่องบินขับไล่ และกำลังทหารเข้าสู่เอเชียตะวันตก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะกลับเข้าสู่สงคราม โดยกองเรือโจมตีทางเรืออีก 1 กลุ่ม ซึ่งมีนาวิกโยธินหลายพันนาย มีกำหนดเข้าประจำการในภูมิภาคภายในปลายเดือนพฤศจิกายน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า หากเป็นไปตามแผน จำนวนกองเรือโจมตีทางเรืออาจเพิ่มเป็น 3 กลุ่ม พร้อม “อำนาจการยิงที่มากขึ้นอีกมาก”
สงครามกับอิหร่านทำให้ระบบแพทริออตและขีปนาวุธสกัดกั้นของสหรัฐฯ ถูกใช้จนร่อยหรออย่างหนัก และทำให้ขีดความสามารถในการจัดสรรระบบดังกล่าวให้แก่พันธมิตรสหรัฐฯ อยู่ในภาวะตึงตัว ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ต้องดึงกระสุนและยุทโธปกรณ์จากกองบัญชาการภูมิภาคอื่นเข้าสู่เอเชียตะวันตก ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมรบในพื้นที่ปฏิบัติการอื่น
เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ผู้นำซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ได้พยายามโน้มน้าวทรัมป์ไม่ให้เปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ ซึ่งจะมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน เนื่องจากเกรงว่าโรงงานน้ำมันและก๊าซของตนเองจะถูกตอบโต้
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การเรียกร้องดังกล่าวมีส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของทรัมป์ที่จะยกเลิกแผนโจมตี และหันไปใช้มาตรการ “บีบทางเศรษฐกิจและการโดดเดี่ยว” ต่ออิหร่านแทน
ขณะที่ทรัมป์ขู่ว่าจะกลับมาใช้กำลังอีกครั้งหลังการเลือกตั้งกลางเทอม เขาให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมว่า เขาปฏิเสธข้อเสนอของเตหะรานที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพราะ “ยังไม่ดีพอ” พร้อมกล่าวว่า “เรากำลังสะสม [กำลัง] ในระดับที่ไม่เคยทำมาก่อน”
เตหะรานส่งสัญญาณชัดเจนว่า หากถูกโจมตีอีกครั้งจะไม่ปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้ โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านประกาศว่าจะขยายพื้นที่ของสงคราม และนำ “อาวุธใหม่” มาใช้กับ “เป้าหมายใหม่”








