สัญญาณจากรัฐบาลสหรัฐฯ เกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่าน และการส่งสัญญาณว่าจะไม่โจมตีอิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทำให้ทิศทางความขัดแย้งเข้าสู่จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ ระหว่างความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงแก้ไขข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์ กับการผ่อนคลายความตึงเครียดเพียงชั่วคราวก่อนเผชิญหน้ารอบใหม่ ขณะที่เตหะรานยังยืนยันว่าจะพิจารณาข้อแก้ไขจากฝ่ายสหรัฐฯ ก่อนให้คำตอบ
การส่งสัญญาณทางการทูตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เกิดคำถามว่า วอชิงตันกำลังเปิดทางให้การเจรจาหาทางออก หรือกำลังใช้ช่วงเวลาผ่อนคลายเพื่อปรับยุทธศาสตร์ก่อนการเผชิญหน้าครั้งใหม่ ความไม่แน่นอนยังอยู่ที่เงื่อนไขของข้อตกลง โดยเฉพาะระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม กลไกตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์ และความต้องการของสหรัฐฯ ที่อาจเกินกว่าการจำกัดกิจกรรมนิวเคลียร์ของอิหร่าน
บทวิเคราะห์ของ Sky News Arabia (สกายนิวส์อาระเบีย) รวบรวมความเห็นจากนักวิเคราะห์ 4 คน ได้แก่ ฮาคัม อัมฮาซ นักวิจัยด้านกิจการภูมิภาคและระหว่างประเทศ, ทอม ฮาร์บ ผู้อำนวยการ American Middle East Coalition for Democracy, ญะอ์ฟัร ซัลมาน นักเขียนและนักวิจัยการเมือง และซะอีด บักราน นักวิเคราะห์การเมืองชาวเยเมน ซึ่งมีมุมมองต่างกันต่อความหมายของการผ่อนคลายความตึงเครียดและความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะกลับมารุนแรงขึ้น
การเลือกตั้งกลางเทอมจำกัดทางเลือกของวอชิงตัน
ฮาคัม อัมฮาซ มองว่า โอกาสที่สหรัฐฯ จะใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมมีจำกัด เนื่องจากความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจที่อาจตามมา โดยเฉพาะผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและคะแนนนิยมของรัฐบาลสหรัฐฯ
เขาระบุว่า การรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันและการสร้างความนิยมภายในประเทศเป็นปัจจัยที่วอชิงตันต้องนำมาคำนวณ เพราะผลกระทบจากสงครามอาจกลายเป็นแรงหนุนให้พรรคเดโมแครตในการเลือกตั้ง
ทอม ฮาร์บเห็นด้วยว่าปัจจัยการเลือกตั้งมีความสำคัญ โดยชี้ว่าราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและความผันผวนของตลาดอาจส่งผลต่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนฝ่ายใด
ฮาร์บยังเชื่อมโยงการคำนวณทางการเมืองกับการเลือกตั้งของอิสราเอล โดยมองว่าคำแถลงของสหรัฐฯ เปิดโอกาสให้อิหร่านขยับตัวทางการทูต และทำให้การตัดสินใจขั้นต่อไปตกอยู่ในมือของเตหะราน
อย่างไรก็ตาม ญะอ์ฟัร ซัลมาน ไม่เห็นด้วยกับการตีความว่าคำพูดของทรัมป์เป็นหลักประกันว่าจะไม่มีการโจมตี เขามองว่าการส่งสัญญาณเลื่อนการโจมตีอาจเป็นความพยายามสร้างความสับสนให้อิหร่าน และไม่ควรถือเป็นหลักฐานว่าความเสี่ยงทางทหารหมดไปแล้ว
ด้าน ซะอีด บักราน เตือนว่า ทุกความเป็นไปได้ยังเปิดอยู่ และสถานการณ์ภาคสนามอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ไม่คาดคิดได้
ความเห็นที่แตกต่างกันสะท้อนว่า การคำนวณทางการเมืองของสหรัฐฯ อาจเป็นปัจจัยจำกัดการใช้กำลัง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าการโจมตีจะไม่เกิดขึ้น เพราะการตัดสินใจยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเจรจาและพัฒนาการด้านความมั่นคงในภูมิภาค
ปมสำคัญอยู่ที่การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและการตรวจสอบ
นอกเหนือจากการคำนวณทางการเมืองแล้ว เงื่อนไขด้านนิวเคลียร์ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลง
อัมเฮซกล่าวว่า อิหร่านเคยยอมรับการลดระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้ต่ำกว่า 3.67 เปอร์เซ็นต์ โดยปัญหาสำคัญคือความไม่สอดคล้องกันของถ้อยแถลงจากฝ่ายสหรัฐฯ บางครั้งเรียกร้องให้ลดระดับการเสริมสมรรถนะ แต่บางครั้งกลับเรียกร้องให้ยุติกิจกรรมดังกล่าวทั้งหมดและยุติโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
เขามองว่า หากข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ จำกัดอยู่ที่การลดระดับการเสริมสมรรถนะ ก็ยังมีช่องทางสำหรับการทำความเข้าใจและบรรลุข้อตกลง แต่หากสหรัฐฯ ยืนยันให้ยุติโครงการโดยสิ้นเชิง ก็อาจทำให้การเจรจาเข้าสู่ทางตัน
อัมเฮซยังกล่าวว่า ข้อเสนอริเริ่มล่าสุดของอิหร่านไม่ได้เปลี่ยนสาระสำคัญของบันทึกความเข้าใจฉบับก่อนหน้า แต่เป็นการปรับถ้อยคำเท่านั้น
ในอีกด้านหนึ่ง ซัลมานมองว่าปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ระดับการเสริมสมรรถนะเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลไกตรวจสอบ โดยเขาเห็นว่าสหรัฐฯ ต้องการให้มีการตรวจสอบได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนทางราชการล่วงหน้า ขณะที่อิหร่านต้องการระบบที่ต้องขออนุญาตและรอการอนุมัติก่อนเข้าตรวจสอบ
ความแตกต่างนี้เกี่ยวข้องกับระดับความไว้วางใจระหว่างสองฝ่าย เพราะแม้จะตกลงกันได้ในหลักการเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านนิวเคลียร์ แต่หากไม่สามารถกำหนดวิธีตรวจสอบที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ ข้อตกลงก็อาจไม่สามารถดำเนินการได้จริง
ซัลมานยังไม่เชื่อว่าคำแถลงของทรัมป์เพียงอย่างเดียวจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง โดยชี้ว่าราคาน้ำมันได้รับผลจากต้นทุนการขนส่ง การประกันภัย และเชื้อเพลิง ไม่ใช่แค่ปัญหาการขาดแคลนอุปทานเท่านั้น
ฮูซีและช่องแคบบับอัลมันเดบ ไพ่ต่อรองของอิหร่าน?
อีกประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญคือบทบาทของกลุ่มฮูซีในเยเมน และความสำคัญของช่องแคบบับอัลมันเดบต่อการขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศ
บักรานมองว่า อิหร่านพยายามชดเชยจุดอ่อนของตนเองด้วยการเคลื่อนไหวในเยเมน โดยอิทธิพลของฮูซีบริเวณช่องแคบบับอัลมันเดบอาจกลายเป็นเครื่องมือต่อรองที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงทางการค้าโลกและราคาน้ำมัน
เขาเห็นว่า ในมุมมองของผู้กำหนดนโยบายอิหร่าน เยเมนอาจทำหน้าที่เป็นฐานแนวหน้าสำหรับเพิ่มอำนาจต่อรองในการเจรจา และการยืดเยื้อของการหารืออาจเปิดโอกาสให้ฮูซีมีเวลาขยับตัวมากขึ้น
บักรานเตือนถึงความเสี่ยงที่การโจมตีซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มขึ้น รวมถึงความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งในเยเมนจะพัฒนาไปสู่การเผชิญหน้าทางนิกายที่ยืดเยื้อ เขาเชื่อมโยงความเคลื่อนไหวของฮูซีกับความติดขัดของแผนงานสันติภาพที่โอมานเป็นผู้สนับสนุน และความพยายามแสวงหาการยอมรับกับบทบาทในการแบ่งปันอำนาจทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ซัลมานไม่เห็นว่าฮูซีมีความสามารถมากพอที่จะเปลี่ยนดุลยุทธศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ต่ออิหร่านอย่างเด็ดขาด เขามองว่าการใช้กลุ่มดังกล่าวเป็นเครื่องมือต่อรองอาจทำให้อิหร่านสูญเสียอำนาจต่อรองส่วนนี้ไปในที่สุด
ซัลมานยกข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ กับฮูซีขึ้นมาเป็นตัวอย่าง โดยมองว่าการโจมตีทางทหารก่อนหน้านี้ทำให้กลุ่มฮูซีต้องยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับการเปิดช่องแคบให้เรือผ่าน
อัมเฮซไม่เห็นด้วยกับการมองว่าการตัดสินใจเรื่องช่องแคบอยู่ภายใต้อิทธิพลของอิหร่านทั้งหมด โดยย้ำว่าการตัดสินใจใช้ช่องแคบเป็นเรื่องของชาวเยเมน และการที่อิหร่านสนับสนุนพันธมิตรไม่ได้หมายความว่าเตหะรานเป็นผู้ตัดสินใจแทนพันธมิตรทุกเรื่อง
ความเห็นที่แตกต่างกันนี้ชี้ให้เห็นถึงคำถามสำคัญว่า อิหร่านสามารถใช้เครือข่ายพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองได้มากเพียงใด และพันธมิตรเหล่านั้นมีอิสระในการกำหนดทิศทางของตนเองมากน้อยแค่ไหน
ความเห็นต่างต่อสถานะของฮิซบุลลอฮ์ ฮามาส และกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค
นักวิเคราะห์ทั้งสี่ยังมีความเห็นแตกต่างกันต่อสถานะของกลุ่มพันธมิตรอิหร่าน หลังเผชิญแรงกดดันและการโจมตีในช่วงที่ผ่านมา
ซัลมานมองว่าฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนได้รับความพ่ายแพ้ ขณะที่อัมเฮซเห็นว่าการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด และอิหร่านไม่ได้ทอดทิ้งพันธมิตรของตน เขาระบุด้วยว่า การยุติสงครามในภูมิภาคและในเลบานอนเป็นหนึ่งในประเด็นที่อิหร่านให้ความสำคัญในบันทึกความเข้าใจที่เสนอไว้
ฮาร์บมองว่าขีดความสามารถของฮามาส ฮิซบุลลอฮ์ และกลุ่มติดอาวุธในอิรักลดลง แต่กลุ่มฮูซียังคงยืนหยัดในจุดยืนของตนมากที่สุด เขาคาดการณ์ว่าอาจมีแรงกดดันและการยกระดับปฏิบัติการต่อฮูซี ขณะเดียวกันก็มีความเป็นไปได้ที่ความขัดแย้งจะขยายเข้าสู่ดินแดนอิหร่านเอง หากแรงกดดันยังเพิ่มขึ้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความเห็นเหล่านี้เป็นการประเมินของนักวิเคราะห์แต่ละคน ไม่ใช่ข้อยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตรอิหร่านสูญเสียหรือรักษาขีดความสามารถไว้ในระดับใดอย่างเป็นข้อยุติ
อัมเฮซย้ำว่า เตหะรานไม่ไว้วางใจวอชิงตัน และไม่ต้องการทำข้อตกลงที่ทำให้อิหร่านดูเหมือนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ซัลมานเห็นด้วยว่าการระบุเวลาเกิดสงครามหรือผลลัพธ์ของความขัดแย้งอย่างแน่นอนเป็นเรื่องยาก แม้เขาจะมองว่าลักษณะของการโจมตีอาจแตกต่างกันระหว่างช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ
ทางออกทางการทูตยังเปิดอยู่ แต่ความเสี่ยงยังไม่หมดไป
ภาพรวมจากบทวิเคราะห์ของ Sky News Arabia แสดงให้เห็นว่า การผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังมีความหมายได้หลายทาง ทั้งการเปิดโอกาสให้การเจรจาเดินหน้า การลดแรงกดดันทางการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง หรือการหยุดพักชั่วคราวก่อนสถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้น
ความเป็นไปได้ของข้อตกลงขึ้นอยู่กับความสามารถของทั้งสองฝ่ายในการหาจุดร่วมเรื่องระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมและกลไกตรวจสอบ ตลอดจนความไว้วางใจที่ยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ ขณะเดียวกัน บทบาทของฮูซีและกลุ่มพันธมิตรอิหร่านในภูมิภาคยังเป็นปัจจัยที่อาจเพิ่มแรงกดดันต่อการเจรจา
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ทั้งสี่ไม่ได้เห็นตรงกันว่าการผ่อนคลายความตึงเครียดเป็นสัญญาณของข้อตกลงที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือเป็นเพียงช่วงพักก่อนการเผชิญหน้ารอบใหม่ ขณะที่อิหร่านยังอยู่ระหว่างพิจารณาข้อแก้ไขจากสหรัฐฯ ก่อนส่งคำตอบ
ดังนั้น ทิศทางต่อจากนี้จึงยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ และพัฒนาการทางการเมืองกับความมั่นคงในภูมิภาค โดยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าการเจรจาจะนำไปสู่ข้อตกลง หรือความตึงเครียดจะกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง








