ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เตือนสหรัฐฯ จะต้องเผชิญ “ความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยาได้” หากตัดสินใจโจมตีอิหร่านเพื่อสนับสนุนอิสราเอล พร้อมเหน็บทรัมป์ว่า คนมีปัญญา ที่รู้จักประวัติศาสตร์ของอิหร่าน จะไม่มีวันพูดกับประชาชาตินี้ด้วยภาษาข่มขู่
19 มิ.ย. 68 สำนักข่าว Tasnim สื่อกึ่งทางการของรัฐรายงานว่า อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กล่าวปราศรัยผ่านสถานีโทรทัศน์ โดยเตือนสหรัฐอเมริกาว่าการแทรกแซงทางทหารในสงครามอิหร่าน-อิสราเอลจะก่อให้เกิด “ความเสียหายที่ไม่อาจเยียวยาได้” ต่อฝ่ายอเมริกัน พร้อมย้ำว่า “สงครามจะถูกตอบโต้ด้วยสงคราม ระเบิดจะถูกตอบโต้ด้วยระเบิด และการโจมตีจะถูกตอบโต้ด้วยการโจมตี”
ผู้นำอิหร่านยืนยันว่า “คนอเมริกันและผู้ที่คุ้นเคยกับการเมืองในภูมิภาคนี้ต่างรู้ดีว่าการมีส่วนร่วมของอเมริกาในประเด็นนี้จะส่งผลเสียต่อตัวพวกเขาเอง 100 เปอร์เซ็นต์ และจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงมากกว่าความเสียหายที่อิหร่านจะได้รับเสียอีก” โดยระบุชัดว่า “การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯ ในสนามรบนี้จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างไม่อาจเยียวยาได้แก่พวกเขาอย่างแน่นอน”
คาเมเนอีชี้ว่า แม้ในช่วงเวลาที่อิสราเอลก่อเหตุโจมตีอิหร่านนั้น เตหะรานยังอยู่ในระหว่างการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ โดยไม่มีท่าทีแข็งกร้าวใด ๆ แต่กลับถูกโจมตีอย่างอุกอาจ ซึ่งสะท้อนถึง “ความชั่วร้ายและโง่เขลาของศัตรูไซออนิสต์” พร้อมกล่าวว่า เพียงการที่ “พันธมิตรอเมริกันของพวกเขาต้องออกโรง” ก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึง “ความอ่อนแอของระบอบไซออนิสต์แล้ว”
ผู้นำอิหร่านยังตอบโต้คำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนน โดยระบุว่า “คนที่มีปัญญา ผู้ที่รู้จักประชาชาติอิหร่านและประวัติศาสตร์ของอิหร่าน จะไม่มีวันพูดกับประชาชาติของเราด้วยภาษาข่มขู่ เพราะประชาชาติอิหร่านไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้และจะไม่ยอมจำนนต่อการรุกรานของผู้ใด” พร้อมยกอ้างโองการจากคัมภีร์อัลกุรอานว่า “จงอย่าอ่อนแอหรือเศร้าใจ พวกเจ้าคือผู้ชนะ หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา”
คาเมเนอีย้ำว่า ชาวอิหร่านจะยืนหยัดทั้งใน “สงครามที่ถูกบีบบังคับ” และ “สันติภาพที่ถูกบีบบังคับ” และไม่ยอมจำนนต่ออำนาจใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมเรียกร้องให้นักคิด นักเขียน และสื่อมวลชนทั่วโลกช่วยกันถ่ายทอดความจริง เพื่อไม่ให้โฆษณาชวนเชื่อของศัตรูบิดเบือนข้อเท็จจริง
สุดท้าย ผู้นำอิหร่านกล่าวด้วยความมั่นใจว่า “พระผู้เป็นเจ้าจะทรงมอบชัยชนะแก่ประชาชาติอิหร่าน ความจริง และฝ่ายธรรมะอย่างแน่นอน”.