อดีตประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ขอโทษชาติอาหรับและชาวมุสลิม หลังรัฐบาลโคลอมเบียชุดใหม่รับรองอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลัน ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายประเทศในโลกอาหรับ

รัฐบาลโคลอมเบียประกาศรับรองอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลันอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจุดยืนครั้งสำคัญของโคลอมเบียต่อดินแดนพิพาท หลังประธานาธิบดีอเบลาร์โด เด ลา เอสปรีเยยา เข้ารับตำแหน่งได้เพียงไม่กี่วัน

โดฮานิวส์รายงานว่า การตัดสินใจดังกล่าวได้รับเสียงประณามอย่างรวดเร็วจากรัฐบาลหลายประเทศในโลกอาหรับ รวมถึงกาตาร์ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์คัดค้านอย่างละเอียด

กาตาร์ชี้โกลันยังเป็นดินแดนอาหรับที่ถูกยึดครอง

กาตาร์ระบุว่า การรับรองของโคลอมเบียไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานะของที่ราบสูงโกลัน ซึ่งยังถือเป็นดินแดนอาหรับที่ถูกอิสราเอลยึดครอง โดยอ้างอิงมติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ 497 เมื่อปี 1981

กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ระบุว่า การที่อิสราเอลนำกฎหมาย เขตอำนาจศาล และระบบบริหารของตนมาใช้ในพื้นที่ดังกล่าวยังคงเป็นสิ่งที่ “เป็นโมฆะและไม่มีผลทางกฎหมาย”

กาตาร์ย้ำจุดยืนว่าอิสราเอลต้องปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและถอนกำลังออกจากดินแดนอาหรับที่ถูกยึดครอง รวมถึงที่ราบสูงโกลัน พร้อมเตือนว่าการตัดสินใจฝ่ายเดียวของประเทศต่าง ๆ ที่รับรองอธิปไตยอิสราเอลเหนือพื้นที่ดังกล่าวจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการสร้างสันติภาพในภูมิภาค

เปโตรขอโทษชาติอาหรับและชาวมุสลิม

เปโตรตอบกลับแถลงการณ์ของกาตาร์โดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม X หลังแชร์โพสต์ของกระทรวงการต่างประเทศกาตาร์

อดีตผู้นำโคลอมเบียระบุว่า “ประชาชนโคลอมเบียยังไม่ถือว่าในขณะนี้ที่ราบสูงโกลันเป็นของอิสราเอล” และกล่าวว่าโคลอมเบียมีจุดยืนมาโดยตลอดว่าดินแดนดังกล่าวเป็นของซีเรีย

จากนั้นเปโตรกล่าวขอโทษ “ในฐานะอดีตประธานาธิบดีโคลอมเบีย” ต่อประเทศอาหรับและชาวมุสลิม “ที่โคลอมเบียเคารพ” ต่อการตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้ประธานาธิบดีเด ลา เอสปรีเยยา

นอกจากนี้ ในโพสต์ดังกล่าวเปโตรยังกล่าวหาว่าอิสราเอลใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีโคลอมเบียและช่วยให้เด ลา เอสปรีเยยาขึ้นสู่อำนาจ โดยไม่ได้แสดงหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว เขายังระบุว่าประธานาธิบดีคนใหม่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาลอิสราเอลและสหรัฐฯเป็นอย่างมาก

โคลอมเบียเข้ากลุ่มประเทศรับรองอธิปไตยอิสราเอลเหนือโกลัน

ประชาคมระหว่างประเทศยังถือว่าที่ราบสูงโกลันเป็นดินแดนของซีเรีย แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ยังอยู่ภายใต้การควบคุมของอิสราเอล

การตัดสินใจครั้งนี้ทำให้โคลอมเบียกลายเป็นหนึ่งในประเทศจำนวนน้อยที่รับรองอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลัน ต่อจากสหรัฐฯ

รัฐบาลโคลอมเบียให้เหตุผลด้านความมั่นคงในการตัดสินใจ โดยระบุว่าการควบคุมที่ราบสูงโกลันของอิสราเอลมีความสำคัญต่อความมั่นคงของอิสราเอล ท่ามกลางสถานการณ์ไร้เสถียรภาพที่ยังดำเนินอยู่ในภูมิภาค ขณะที่อิสราเอลแสดงความยินดีต่อการประกาศดังกล่าว

รัฐบาลใหม่เร่งฟื้นสัมพันธ์อิสราเอล

การรับรองสถานะที่ราบสูงโกลันเกิดขึ้นขณะที่รัฐบาลเด ลา เอสปรีเยยากำลังเดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างโคลอมเบียกับอิสราเอล หลังรัฐบาลเปโตรตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอลในปี 2024 จากสงครามในกาซา

รัฐบาลชุดใหม่กำลังฟื้นฟูความสัมพันธ์อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมเดินหน้าตามแผนย้ายสถานทูตโคลอมเบียไปยังกรุงเยรูซาเลม

นโยบายดังกล่าวสะท้อนทิศทางนโยบายต่างประเทศที่แตกต่างจากยุคเปโตรอย่างชัดเจน โดยรัฐบาลใหม่ยังรับรองอธิปไตยของโมร็อกโกเหนือดินแดนซาฮาราตะวันตก ระงับความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาธิปไตยอาหรับซาห์ราวี และประกาศปิดสถานทูต 14 แห่งกับสถานกงสุล 15 แห่ง รวมถึงหลายแห่งในแอฟริกา

ความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญด้านการทูตของโคลอมเบียอย่างรวดเร็วภายใต้รัฐบาลชุดใหม่