อัลอะราบิยา – เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (4 ส.ค.) อิหร่านประกาศจัดตั้ง “สภากลาโหมแห่งชาติ” ขึ้นใหม่ มีหน้าที่หลักในการทบทวนแผนยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศและยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอย่างเป็นระบบ ตามรายงานของสื่อทางการอ้างอิงจากสำนักเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด
ประธานสภาดังกล่าวคือ ประธานาธิบดีมัซอูด เปเซซคียอน โดยมีสมาชิกประกอบด้วยประธานรัฐสภา ประธานตุลาการ ผู้บัญชาการระดับสูงของกองทัพ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านความเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดภายใต้มาตรา 176 ของรัฐธรรมนูญอิหร่าน
วันเดียวกัน พลเอกอามีร ฮาตะมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่าน เตือนว่า ภัยคุกคามจากอิสราเอลยังคง “ร้ายแรง” พร้อมกล่าวว่า “แม้ภัยคุกคามเพียง 1% ก็ควรประเมินเป็นภัย 100% เราต้องไม่ประมาทศัตรูหรือคิดว่าการคุกคามของมันสิ้นสุดลงแล้ว” พร้อมยืนยันว่า อำนาจขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับของอิหร่านยัง “พร้อมใช้งานเสมอ”
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ “สงคราม 12 วัน” เมื่อเดือนมิถุนายน ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน รวมถึงโรงงานนิวเคลียร์ ก่อนที่เตหะรานจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มอิสราเอลหลายระลอก ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล อิสราเอล คัทซ์ กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า อิสราเอลพร้อมจะโจมตีอิหร่านอีก หากยังถูกคุกคาม.