โรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ต้องเผชิญทั้งความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ฮอร์โมน และแรงกดดันจากชีวิตประจำวัน ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกบอกว่า ผู้หญิงมีโอกาสเป็นซึมเศร้ามากกว่าผู้ชายถึง 50% นั่นหมายความว่า หากเราใส่ใจสัญญาณเตือนตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยให้เราหรือคนที่เรารักก้าวผ่านมันได้ง่ายขึ้น
ทำไมผู้หญิงถึงเสี่ยงมากกว่า?
ผู้หญิงต้องเผชิญความท้าทายหลายด้านพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นบทบาทในครอบครัว การทำงาน ความคาดหวังจากสังคม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงต่าง ๆ ของชีวิต เช่น การมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร หรือแม้แต่ช่วงวัยหมดประจำเดือน ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อสมดุลทางอารมณ์
ประเภทของภาวะซึมเศร้าที่พบบ่อยในผู้หญิง
-
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด : เกิดขึ้นได้กับคุณแม่มือใหม่ อาการที่พบคือเศร้า หวั่นไหว เหนื่อยล้า และนอนไม่หลับ หากไม่ได้รับการดูแล อาจส่งผลต่อทั้งแม่และลูก
-
ภาวะซึมเศร้าก่อนมีประจำเดือน (PMDD) : เป็นอาการรุนแรงกว่าปกติ มักมีอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด และกังวลมากผิดปกติ
-
ภาวะซึมเศร้าหลังหมดประจำเดือน : เกิดจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้เกิดความรู้สึกเศร้า วิตกกังวล และหมดไฟ
สัญญาณที่ควรใส่ใจ
ถ้าคุณหรือคนรอบตัวมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
-
เหนื่อยล้าเรื้อรัง
-
มองอนาคตในแง่ลบหรือสิ้นหวัง
-
นอนหลับผิดปกติ
-
รู้สึกผิดหรือโทษตัวเองมากเกินไป
-
ขาดความมั่นใจและไม่อยากเข้าสังคม
สิ่งสำคัญคือ อย่ามองว่าอาการเหล่านี้เป็น “ความอ่อนแอ” แต่ให้มองว่าเป็น สัญญาณเตือนจากใจ ที่ต้องการการดูแล
วิธีดูแลใจและก้าวผ่านภาวะซึมเศร้า
-
พูดคุยและขอความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์
-
หาเวลาขยับร่างกาย ทำกิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลาย
-
จัดตารางชีวิตให้เป็นระบบ พักผ่อนให้เพียงพอ
-
อยู่ใกล้ชิดกับคนที่พร้อมจะรับฟังและสนับสนุน
-
มอบความเมตตาให้ตัวเอง อย่ากดดันหรือโทษตัวเองจนเกินไป
ซึมเศร้าอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ แต่สำหรับผู้หญิงแล้ว ความซับซ้อนทางฮอร์โมนและแรงกดดันชีวิตทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้น การใส่ใจสัญญาณเตือนเล็ก ๆ น้อย ๆ และขอความช่วยเหลือทันเวลา คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เรากลับมายิ้มและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
อ้างอิง