วันจันทร์ 16 กุมภาพันธ์ 2026

เนทันยาฮูตั้งเงื่อนไขเหล็ก ดีลสหรัฐฯ–อิหร่าน ต้อง “รื้อถอนนิวเคลียร์ทั้งระบบ”

-

นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุว่า ข้อตกลงใดๆ ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเตหะรานยอมรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ทั้งหมด พร้อมย้ำจุดยืนแข็งกร้าว ก่อนที่วอชิงตันและเตหะรานจะเปิดการเจรจานิวเคลียร์รอบใหม่ที่นครเจนีวา

อัลจาซีรารายงานว่า เนทันยาฮูแถลงท่าทีดังกล่าว ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมประจำปีของ Conference of Presidents of Major American Jewish Organizations โดยยอมรับว่าเขายังไม่เชื่อมั่นต่อแนวโน้มของข้อตกลง และได้แจ้งจุดยืนนี้กับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ไปแล้วในการพบกันเมื่อสัปดาห์ก่อน

เขาระบุว่า เงื่อนไขแรกคือ “ยูเรเนียมที่ผ่านการเสริมสมรรถนะทั้งหมดต้องถูกนำออกจากอิหร่าน” เงื่อนไขที่สองคือ “ต้องไม่มีขีดความสามารถในการเสริมสมรรถนะ ไม่ใช่แค่หยุดกระบวนการ แต่ต้องรื้อถอนอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้การเสริมสมรรถนะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ต้น”

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลยังชี้ว่า เงื่อนไขที่สามคือการจัดการปัญหาโครงการขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์อย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง “ต้องเป็นการตรวจสอบจริง มีสาระ ไม่ใช่การตรวจสอบแบบแจ้งล่วงหน้า แต่ต้องมีประสิทธิภาพในทุกประเด็นที่กล่าวมา”

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นในจังหวะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี เดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อร่วมการเจรจานิวเคลียร์รอบที่สองกับสหรัฐฯ หลังทั้งสองฝ่ายกลับมาเปิดโต๊ะพูดคุยอีกครั้งเมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่โอมาน

การเจรจานี้เกิดขึ้นหลายเดือนหลังการพูดคุยครั้งก่อนล่มลง ภายหลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่เมื่อเดือนมิ.ย. ปีก่อน ซึ่งลุกลามเป็นสงครามยาว 12 วัน และสหรัฐฯ เข้าร่วมโจมตีเป้าหมายนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3 แห่ง

นี่เป็นครั้งแรกที่เนทันยาฮูออกมาพูดถึงการหารือกับทรัมป์ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต่อสาธารณะ โดยทั้งสองพบกันเป็นครั้งที่ 7 นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าสู่ตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์หลังการพบกันว่า ยังไม่มีข้อตกลง “ที่ชัดเจน” เกี่ยวกับแนวทางเดินหน้าต่อกับอิหร่าน แต่ยืนยันว่าเขา “ยืนกรานให้การเจรจากับอิหร่านเดินหน้าต่อไป เพื่อดูว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่”

รายงานของ Axios ระบุว่า ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน โดยเฉพาะการคุมเข้มการส่งออกน้ำมันไปจีน ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของการส่งออกน้ำมันอิหร่านในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม รายงานเดียวกันระบุว่า แม้ทั้งสองฝ่ายจะเห็นตรงกันใน “เป้าหมายปลายทาง” คืออิหร่านต้องไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ แต่กลับเห็นต่างกันในวิธีการ เนทันยาฮูมองว่าแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะได้ข้อตกลงที่ดี ขณะที่ทรัมป์เชื่อว่ายังมีโอกาส และกล่าวว่า “ลองให้โอกาสมันดู”

อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่มีเจตนาผลิตอาวุธนิวเคลียร์ แต่พร้อมหารือเรื่องการจำกัดโครงการนิวเคลียร์เพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร โดยปฏิเสธอย่างชัดเจนที่จะเชื่อมโยงประเด็นนี้กับโครงการขีปนาวุธ

ขณะเดียวกัน CBS News รายงานว่า ทรัมป์เคยบอกเนทันยาฮูในการพบกันที่ฟลอริดาเมื่อเดือนธ.ค. ว่า สหรัฐฯ อาจสนับสนุนการโจมตีโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน หากการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานล้มเหลว โดยอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิด 2 ราย

สถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคยังคงเพิ่มสูงขึ้น หลังทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าสู่ตะวันออกกลาง และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังประกาศส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สอง พร้อมเปิดเผยว่าการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในอิหร่าน “อาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

ด้านอิหร่านย้ำว่าจะตอบโต้การโจมตีใดๆ ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ความตึงเครียดครั้งนี้อาจลุกลามเป็นสงครามระดับภูมิภาคในวงกว้าง

เรื่องล่าสุด