ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ต้องชะลอแผน “Project Freedom” (โครงการเสรีภาพ) ซึ่งถูกประกาศว่าเป็นปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังเผชิญแรงต้านจากชาติพันธมิตรสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบียที่ระงับการใช้ฐานทัพและน่านฟ้าสำหรับภารกิจดังกล่าว ตามรายงานของ NBC News เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 69

รายงานของ NBC News ระบุว่า ทรัมป์สร้างความประหลาดใจให้กับชาติพันธมิตรในภูมิภาค หลังประกาศ “Project Freedom” ผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเป็นแผนช่วยเหลือการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความตึงเครียดกับอิหร่าน

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 รายเปิดเผยว่า ผู้นำซาอุดีอาระเบียไม่พอใจกับการประกาศดังกล่าว และแจ้งต่อวอชิงตันทันทีว่าจะไม่อนุญาตให้กองทัพสหรัฐฯ ใช้ฐานทัพเจ้าชายสุลต่าน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงริยาด หรือใช้น่านฟ้าซาอุฯ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการนี้

แม้ทรัมป์จะพูดคุยทางโทรศัพท์กับ มกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน แต่ปัญหายังคงไม่ได้ข้อยุติ ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องหยุดโครงการดังกล่าว “ชั่วคราว” เพื่อรักษาการเข้าถึงน่านฟ้าทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาค

รายงานยังระบุว่า ประเทศพันธมิตรอื่นๆ ในอ่าวเปอร์เซียก็ “ไม่ทันตั้งตัว” ต่อแผนของสหรัฐฯ เช่นกัน โดยกาตาร์ได้รับแจ้งหลังปฏิบัติการเริ่มขึ้นแล้ว ขณะที่โอมานระบุว่าสหรัฐฯ เพิ่งประสานงานหลังทรัมป์ประกาศโครงการต่อสาธารณะ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า “ด้วยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ สหรัฐฯ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากประเทศในภูมิภาคเพื่อใช้น่านฟ้าตามแนวชายแดน” พร้อมอธิบายว่า เครื่องบินรบ เครื่องบินเติมเชื้อเพลิง และระบบสนับสนุนทางอากาศมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มกันเรือในปฏิบัติการดังกล่าว

รายงานระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เตรียมเรือเพิ่มเติมในอ่าวเปอร์เซียสำหรับภารกิจผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนที่ปฏิบัติการจะถูกระงับเพียงประมาณ 36 ชั่วโมงหลังเริ่มต้น

ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า มีเรือที่ติดธงสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ภายใต้ Project Freedom

ทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า โครงการดังกล่าวจะถูก “พักไว้ช่วงสั้นๆ” เพื่อรอดูว่าการเจรจายุติสงครามกับอิหร่านจะสามารถ “สรุปและลงนาม” ได้หรือไม่

ด้านกระทรวงต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยว่า เตหะรานกำลังพิจารณาข้อเสนอฉบับใหม่จากสหรัฐฯ โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจา ขณะที่ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพุธว่า “มีการพูดคุยที่ดีมากในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังเตือนว่า หากการเจรจาล้มเหลว สหรัฐฯ อาจ “กลับไปถล่มพวกเขาอย่างหนัก” อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของจีน เรียกร้องให้เกิดการหยุดยิงโดยเร็ว พร้อมย้ำว่าการกลับมาสู้รบอีกครั้ง “ไม่อาจยอมรับได้”