หลายประเทศตะวันตกเรียกเอกอัครราชทูตอิสราเอลเข้าชี้แจง หลัง อิตามาร์ เบน กวีร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคง เผยแพร่คลิปวิดีโอแสดงภาพนักกิจกรรมจาก “กองเรือซูมูดสากล” (Global Sumud Flotilla) ถูกมัดมือ คุกเข่า และบังคับให้อยู่ในท่ากดดันร่างกาย ท่ามกลางเสียงเพลงชาติอิสราเอลที่เปิดดังอยู่เบื้องหลัง

เบน กวีร์ โพสต์คลิปดังกล่าวพร้อมข้อความ “ยินดีต้อนรับสู่อิสราเอล” โดยในคลิปยังได้ยินเขาพูดกับเจ้าหน้าที่ว่า “อย่าไปสนใจเสียงร้องของพวกเขา” ขณะมีนักกิจกรรมคนหนึ่งร้องด้วยความเจ็บปวดอยู่ด้านหลัง

เหตุการณ์ดังกล่าวจุดกระแสประณามในระดับนานาชาติ และสร้างแรงกดดันภายในอิสราเอลเอง ท่ามกลางความกังวลว่า ภาพลักษณ์ของประเทศกำลังยิ่งทรุดหนักจากสงครามในกาซา ซึ่งหลายฝ่ายกล่าวหาอิสราเอลว่าก่อ “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์”

ด้าน กิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล รีบออกมาควบคุมความเสียหาย โดยกล่าวตำหนิเบน กวีร์ ว่า การกระทำดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของรัฐอิสราเอล “คุณจงใจทำลายประเทศผ่านการแสดงอันน่าอับอายนี้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก” ซาร์กล่าว

รัฐบาลอิตาลี ฝรั่งเศส และแคนาดา เรียกเอกอัครราชทูตอิสราเอลเข้าชี้แจงอย่างเป็นทางการ พร้อมเรียกร้องคำอธิบายเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อนักกิจกรรมที่เป็นพลเมืองของตน

นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี ระบุว่า คลิปดังกล่าว “ไม่อาจยอมรับได้” และอิตาลีเรียกร้อง “คำขอโทษต่อการปฏิบัติต่อผู้ประท้วงเหล่านี้ และต่อท่าทีดูหมิ่นอย่างสิ้นเชิงต่อคำร้องขออย่างชัดเจนของรัฐบาลอิตาลี”

ขณะที่ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ กล่าวว่า “ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรกับกองเรือนี้ และแม้เราจะแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับปฏิบัติการนี้หลายครั้ง พลเมืองของเราที่เข้าร่วมต้องได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ และต้องถูกปล่อยตัวโดยเร็วที่สุด”

ด้าน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มย็อง ระบุว่า การควบคุมตัวพลเมืองเกาหลีใต้ของอิสราเอลในน่านน้ำสากลนั้น “เกินขอบเขตอย่างมาก” ขณะที่สเปนและไอร์แลนด์ประณามพฤติกรรมของเบน กวีร์ ว่า “น่าสะพรึงกลัว” และ “น่าตกใจ”

หลังเผชิญกระแสวิจารณ์ทั้งในและต่างประเทศ เบน กวีร์ ออกมาปกป้องการกระทำของตน พร้อมโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางส่วนว่า “อ่อนแอเกินไป” ต่อสิ่งที่เขาเรียกว่า “ผู้สนับสนุนการก่อการร้าย”
“อิสราเอลไม่ใช่ประเทศที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไป” เขากล่าว พร้อมเตือนว่า ใครก็ตามที่เข้าสู่พื้นที่ภายใต้การควบคุมของอิสราเอล “จะโดนตบ และเราจะไม่หันแก้มอีกข้างให้”

กองทัพอิสราเอลบุกยึดกองเรือที่มุ่งหน้าไปกาซาในน่านน้ำสากลเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 69 ก่อนยึดเรือที่เหลือเพิ่มเติมในวันถัดมา และนำทั้งหมดไปยังท่าเรืออัชด็อด โดยมีนักกิจกรรมราว 430 คนจากกว่า 40 ประเทศถูกควบคุมตัว

รายงานยังระบุว่า การปฏิบัติต่อนักกิจกรรมครั้งนี้สะท้อนรูปแบบเดียวกับภารกิจก่อนหน้า ซึ่งมีนักกิจกรรมสองคนถูกขังเดี่ยวเป็นเวลานานในศูนย์ควบคุมตัวของอิสราเอล และถูกทำร้ายร่างกายรวมถึงข่มขู่เอาชีวิต

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีรายงานและคำให้การจำนวนมากกล่าวหาอิสราเอลว่า ใช้ความรุนแรงทางเพศ การทำร้ายร่างกาย การดูหมิ่นศักดิ์ศรี และการบันทึกภาพการทรมาน เป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง

รายงานยังอ้างถึงกรณีเมื่อปีที่ผ่านมา ที่ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกัน 3 คนซึ่งทำข่าวกองเรือช่วยเหลือกาซา ระบุว่าพวกเขาถูกควบคุมตัว ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ข่มขืน และถูกคุมขังในสภาพคล้ายการทรมาน