ระหว่างพิธีศพอยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่กรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 3 ก.ค. รัฐบาลอิหร่านได้กำหนดให้อ่านโองการ หรืออายะฮ์ จากอัลกุรอานแตกต่างกันในช่วงที่คณะผู้แทนจากแต่ละประเทศและแต่ละกลุ่มเข้าแสดงความอาลัยต่อหน้าศพ

ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์บางส่วนตีความว่า การเลือกโองการดังกล่าวอาจเป็นการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง โดยเลือกเนื้อหาที่สัมพันธ์กับท่าที บทบาท หรือความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับคณะผู้แทนแต่ละฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำยืนยันจากทางการอิหร่านหรือคณะผู้จัดพิธีว่า มีการกำหนดระเบียบอย่างเป็นทางการให้ใช้บทอ่านเฉพาะสำหรับคณะผู้แทนแต่ละประเทศตามที่ปรากฏในโพสต์เหล่านั้น ดังนั้น การเชื่อมโยงโองการกับนัยทางการเมืองจึงยังอยู่ในระดับการตีความของผู้เผยแพร่ข้อมูลและผู้สังเกตการณ์

เดอะพับลิกโพสต์รวบรวมรายชื่อคณะผู้แทนสำคัญ โองการที่ถูกกล่าวถึง พร้อมบริบทของโองการแต่ละตอน ดังนี้

คณะผู้แทนซาอุดีอาระเบีย: อาลิอิมรอน 3:13

“แท้จริง ในสองกลุ่มที่เผชิญหน้ากันนั้น มีสัญญาณสำหรับพวกเจ้า กลุ่มหนึ่งต่อสู้ในหนทางของอัลเลาะห์ และอีกกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ปฏิเสธศรัทธา… และอัลเลาะห์ทรงสนับสนุนผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ด้วยความช่วยเหลือของพระองค์”

  • บริบท: โองการนี้เชื่อมโยงกับ “สงครามบัดร์” ซึ่งเป็นการเผชิญหน้าครั้งสำคัญระหว่างชาวมุสลิมในยุคแรกกับ ฝ่ายกุร็อยช์ แห่งมักกะฮ์ เนื้อหาชี้ว่า ชัยชนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนกำลังพลหรืออาวุธเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความช่วยเหลือจากอัลเลาะห์

คณะผู้แทนตุรกี: อันนิซาอ์ 4:95

“อัลเลาะห์ทรงให้บรรดาผู้ต่อสู้ด้วยทรัพย์สินและชีวิตของพวกเขา มีฐานะเหนือกว่าผู้ที่อยู่เฉยๆ หนึ่งขั้น… และอัลเลาะห์ทรงให้บรรดาผู้ต่อสู้เหนือกว่าผู้ที่อยู่เฉยๆ ด้วยผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่”

  • บริบท: โองการนี้ถูกประทานลงมาเพื่อชี้แจงถึงความประเสริฐและความแตกต่างของระดับขั้นผลตอบแทน โดยทรงยกย่องและให้เกียรติแก่บรรดาผู้ที่เสียสละทรัพย์สินและชีวิตในหนทางของพระองค์ ให้มีฐานะที่สูงส่งกว่าผู้ที่ละทิ้งการต่อสู้และเลือกที่จะอยู่เฉยๆ โดยไม่มีอุปสรรคหรือความจำเป็นอันชอบธรรมทางศาสนา

คณะผู้แทนรัฐบาลเลบานอน: อันนิซาอ์ 4:66

“และหากเราได้กำหนดแก่พวกเขาว่า จงฆ่าตัวของพวกเจ้าเอง หรือจงออกจากบ้านเรือนของพวกเจ้า พวกเขาก็คงไม่ปฏิบัติตาม เว้นแต่เพียงส่วนน้อย”

  • บริบท: โองการนี้กล่าวถึงการทดสอบที่หนักหน่วง เพื่อชี้ให้เห็นว่า หากมีข้อบัญญัติที่ยากยิ่ง เช่น การสละชีวิตหรือออกจากถิ่นฐาน จะมีเพียงคนส่วนน้อยที่ปฏิบัติตามได้ นัยสำคัญของโองการคือการเตือนให้ตระหนักถึงความเมตตาและความผ่อนปรนของบทบัญญัติศาสนา

คณะผู้แทนกาตาร์: อัลฟัตห์ 48:2

“เพื่อที่อัลเลาะห์จะทรงอภัยแก่เจ้า ซึ่งสิ่งที่ล่วงมาแล้วจากความผิดของเจ้าและสิ่งที่จะตามมา และทรงให้ความโปรดปรานของพระองค์แก่เจ้าอย่างครบถ้วน และทรงชี้นำเจ้าไปสู่ทางอันเที่ยงตรง”

  • บริบท: โองการนี้ถูกประทานภายหลังเหตุการณ์ “สนธิสัญญาฮุดัยบียะฮ์” แม้ข้อตกลงดังกล่าวในเวลานั้นอาจถูกมองว่าเป็นการยอมถอย แต่ต่อมาถูกอธิบายว่าเป็น “ชัยชนะอันชัดแจ้ง” เพราะเปิดทางสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการเผยแผ่อิสลามในวงกว้าง ด้วยบริบทดังกล่าว โองการนี้มักถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง ชัยชนะที่เกิดจากความอดทน การเจรจา และการมองผลลัพธ์ระยะยาว

คณะผู้แทนฮิซบุลเลาะห์: อาลิอิมรอน 3:139-140

“และพวกเจ้าอย่าได้อ่อนแอ และอย่าได้เศร้าโศก เพราะพวกเจ้าจะเป็นฝ่ายเหนือกว่า หากพวกเจ้าเป็นผู้ศรัทธา หากพวกเจ้าได้รับบาดเจ็บ แท้จริงฝ่ายนั้นก็ได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน และเราได้หมุนเวียนวันเวลาแห่งชัยชนะและความพ่ายแพ้เหล่านี้ระหว่างมนุษย์…”

  • บริบท: โองการทั้งสองถูกอธิบายว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หลัง “สงครามอุฮุด” ซึ่งชาวมุสลิมประสบความสูญเสียและความท้อแท้ เนื้อหาจึงเป็นการปลอบประโลมใจ เตือนให้ยืนหยัด และชี้ว่าชัยชนะกับความพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่หมุนเวียนกันไป โองการนี้จึงอาจถูกมองว่าเป็น ข้อความให้กำลังใจต่อกลุ่มที่เผชิญความสูญเสียจากความขัดแย้งกับอิสราเอล

คณะผู้แทนญิฮาดอิสลามปาเลสไตน์: อัลฟัตห์ 48:2-3

“เพื่อที่อัลเลาะห์จะทรงอภัยแก่เจ้าในความผิดที่ผ่านมาของเจ้าและที่จะเกิดขึ้นภายหน้า และทรงทำให้ความโปรดปรานของพระองค์แก่เจ้าเป็นที่สมบูรณ์ และทรงชี้นำเจ้าไปสู่หนทางอันเที่ยงตรง และเพื่อที่อัลเลาะห์จะทรงช่วยเหลือเจ้าด้วยชัยชนะอันยิ่งใหญ่”

  • บริบท: โองการนี้เป็นส่วนต่อเนื่องจากซูเราะฮ์อัลฟัตห์ และเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง “ชัยชนะอันชัดแจ้ง” หลังสนธิสัญญาฮุดัยบียะฮ์ เนื้อหาจึงมีทั้งการยืนยันการเกื้อหนุนจากอัลเลาะห์ การชี้นำ และคำมั่นถึงชัยชนะ

คณะผู้แทนฮามาส: อัลอะห์ซาบ 33:23

“ในหมู่ผู้ศรัทธานั้น มีบุรุษผู้ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่พวกเขาได้ให้สัญญาไว้กับอัลเลาะห์ บางคนในหมู่พวกเขาได้บรรลุวาระของตนแล้ว และบางคนยังรอคอยอยู่ และพวกเขามิได้เปลี่ยนแปลงสิ่งใดเลย”

  • บริบท: โองการนี้อยู่ในบริบท “สงครามสนามเพลาะ” หรือ “สงครามค็อนดัก” ซึ่งกล่าวถึงผู้ศรัทธาที่รักษาคำมั่นและยืนหยัดต่อความยากลำบาก ผู้รู้ศาสนาจำนวนมากอธิบายว่า “ผู้ที่บรรลุวาระ” หมายถึงผู้ที่เสียชีวิตหรือพลีชีพ (ชะฮีด) ไปแล้ว ขณะที่อีกส่วนหนึ่งยังคงยืนหยัดอยู่ ด้วยเนื้อหาที่กล่าวถึงความซื่อสัตย์ต่อคำมั่นและการพลีชีพ โองการนี้จึงมักถูกนำไปใช้บ่อยในการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการต่อสู้

คณะผู้แทนฮูซีเยเมน: อาลิอิมรอน 3:146

“และมีศาสดามากมายเพียงใดที่มีผู้ศรัทธาจำนวนมากร่วมต่อสู้กับเขา แล้วพวกเขามิได้อ่อนแอลงต่อสิ่งที่ประสบในหนทางของอัลเลาะห์ มิได้ท้อถอย และมิได้ยอมจำนน และอัลเลาะห์ทรงรักบรรดาผู้อดทน”

  • บริบท: โองการนี้อยู่ในช่วงเดียวกับบทเรียนหลังสงครามอุฮุด โดยยกตัวอย่างศาสดาในอดีตและผู้ศรัทธาที่เผชิญความสูญเสีย แต่ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค เนื้อหาจึงเน้นความอดทน ความหนักแน่น และการไม่ยอมจำนนต่อศัตรู

คณะผู้แทนกองกำลังฮัชด์ อัชชะอ์บี อิรัก: อัลบะเกาะเราะฮ์ 2:154

“และพวกเจ้าอย่าได้กล่าวแก่ผู้ที่ถูกสังหารในหนทางของอัลเลาะห์ว่า ‘พวกเขาตายแล้ว’ ตรงกันข้าม พวกเขายังมีชีวิตอยู่ แต่พวกเจ้าไม่รู้สึก”

  • บริบท: โองการนี้กล่าวถึงสถานะของผู้ที่ถูกสังหารในหนทางของอัลเลาะห์ ซึ่งในความเข้าใจของชาวมุสลิมจำนวนมากเชื่อมโยงกับ แนวคิดชะฮีด หรือผู้พลีชีพ จึงมักถูกอ่านในพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากสงครามและความขัดแย้ง

คณะผู้แทนตอลิบาน: อัลฟัตห์ 48:1-2

“แท้จริงเราได้ประทานชัยชนะอันชัดแจ้งแก่เจ้า เพื่อที่อัลเลาะห์จะทรงอภัยแก่เจ้าในความผิดทั้งที่ผ่านมาและที่จะเกิดขึ้นภายหน้า และทรงทำให้ความโปรดปรานของพระองค์แก่เจ้าเป็นที่สมบูรณ์ และทรงชี้นำเจ้าไปสู่หนทางอันเที่ยงตรง”

  • บริบท: โองการเปิดซูเราะฮ์อัลฟัตห์กล่าวถึง “ชัยชนะอันชัดแจ้ง” ซึ่งสัมพันธ์กับสนธิสัญญาฮุดัยบียะฮ์ และมักถูกอธิบายว่าเป็น ชัยชนะที่เกิดจากวิสัยทัศน์ทางการเมืองและความอดทน ไม่ใช่เพียงชัยชนะในสนามรบเพียงอย่างเดียว

ผู้อาวุโสชนเผ่าอิรัก: อัลอะห์ซาบ 33:1

“โอ้ ศาสดาเอ๋ย จงยำเกรงอัลเลาะห์ และอย่าเชื่อฟังบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธาและบรรดามุนาฟิก แท้จริงอัลเลาะห์ทรงรอบรู้ ผู้ทรงปรีชาญาณ”

  • บริบท: โองการนี้เริ่มต้นด้วยคำสั่งให้นบีมุฮัมมัดยึดมั่นในหลักศรัทธา และไม่โอนอ่อนตามแรงกดดันจากผู้ปฏิเสธศรัทธาหรือมุนาฟิก (ผู้กลับกลอก) ในบริบทตัฟซีร โองการนี้เกี่ยวข้องกับการปฏิเสธข้อเสนอประนีประนอมที่กระทบต่อหลักการศาสนา

ปากีสถาน: อัลอิสรออ์ 17:80

“และจงกล่าวว่า ‘ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ โปรดให้ข้าพระองค์เข้าสู่ที่ทางอันทรงเกียรติ และให้ออกจากที่ทางอันทรงเกียรติ และโปรดประทานอำนาจสนับสนุนจากพระองค์แก่ข้าพระองค์’”

  • บริบท: โองการนี้เป็นดุอาอ์ขอความมั่นคง การชี้นำ และอำนาจสนับสนุนจากอัลเลาะห์ โดยนักตัฟซีรจำนวนหนึ่งเชื่อมโยงกับการย้ายถิ่น (ฮิจเราะฮ์) ของนบีมุฮัมมัดจากมักกะฮ์ไปยังมะดีนะฮ์ จึงมักถูกใช้ในความหมายของ การเริ่มต้นหรือเปลี่ยนผ่านสู่สถานการณ์ใหม่อย่างมีเกียรติ

อียิปต์: อัลบัยยินะฮ์ 98:8

“รางวัลของพวกเขา ณ พระเจ้าของพวกเขา คือสวนสวรรค์อันถาวร ซึ่งมีแม่น้ำไหลอยู่เบื้องล่าง พวกเขาจะพำนักอยู่ในนั้นตลอดกาล อัลเลาะห์ทรงพอพระทัยต่อพวกเขา และพวกเขาก็พอใจต่อพระองค์ นั่นสำหรับผู้ที่ยำเกรงต่อพระเจ้าของตน”

  • บริบท: โองการนี้กล่าวถึงรางวัลของผู้ศรัทธาที่ประกอบความดีและมีความยำเกรงต่ออัลเลาะห์ โดยเน้นความพอพระทัยระหว่างพระผู้เป็นเจ้ากับบ่าวผู้ศรัทธา และผลตอบแทนอันบรมสุขในปรโลก

จีน: อาลิอิมรอน 3:126

“และอัลเลาะห์มิได้ทรงกำหนดสิ่งนี้ไว้ นอกจากเพื่อเป็นข่าวดีแก่พวกเจ้า และเพื่อให้หัวใจของพวกเจ้ามั่นใจ และชัยชนะมิได้มาจากผู้ใด นอกจากจากอัลเลาะห์”

  • บริบท: โองการนี้อยู่ในบริบทการปลอบประโลมและเสริมกำลังใจแก่ผู้ศรัทธาในช่วงสงครามบัดร์ โดยชี้ว่าการสนับสนุนจากมลาอิกะฮ์เป็นข่าวดีเพื่อให้หัวใจมั่นคง ขณะที่ ชัยชนะที่แท้จริงเป็นสิทธิ์ของอัลเลาะห์เพียงผู้เดียว

การเลือกอ่านโองการระหว่างพิธีศพผู้นำสูงสุดอิหร่านจึงอาจไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของพิธีกรรมทางศาสนา หากถูกมองว่ายังสะท้อนนัยการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ของอิหร่านต่อพันธมิตร ประเทศในภูมิภาค และกลุ่มต่างๆ ที่เข้าร่วมแสดงความอาลัยในวาระสำคัญของสาธารณรัฐอิสลาม