“ลินด์ซีย์เป็นมิตรสหายผู้ยิ่งใหญ่ของอิสราเอล และเป็นเพื่อนที่ผมรัก เราไม่มีมิตรคนใดดีกว่าลินด์ซีย์” ถ้อยคำของเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล หลังการเสียชีวิตของลินด์ซีย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกรีพับลิกันจากรัฐเซาท์แคโรไลนา อาจเป็นคำอธิบายเส้นทางการเมืองของนักการเมืองอเมริกันวัย 71 ปีรายนี้ได้ชัดเจนที่สุด โดยเฉพาะบทบาทของเขาต่อนโยบายสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางตลอดเวลากว่าสองทศวรรษ
สำนักงานของเกรแฮมประกาศในเช้าวันอาทิตย์ (12 ก.ค. 69) ว่า เขาเสียชีวิตเมื่อคืนวันเสาร์ หลังเผชิญอาการป่วยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและกินเวลาไม่นาน ปิดฉากเส้นทางการเมืองยาวนานกว่า 30 ปีของหนึ่งในเสียงด้านนโยบายต่างประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดในพรรครีพับลิกัน
เกรแฮมดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ 4 สมัย ก่อนเข้าสู่วุฒิสภาในปี 2003 และก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักการเมืองแถวหน้าของพรรครีพับลิกันด้านความมั่นคงแห่งชาติและกิจการต่างประเทศ
แต่สำหรับอิสราเอล เกรแฮมเป็นมากกว่าพันธมิตรทางการเมืองในวอชิงตัน
“อิสราเอลสูญเสียหนึ่งในมิตรสหายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด สหรัฐฯ สูญเสียผู้รักชาติผู้ยิ่งใหญ่ และผมสูญเสียเพื่อนที่รัก” เนทันยาฮูกล่าว
คำไว้อาลัยหลั่งไหลมาจากผู้นำการเมืองอิสราเอล โดยเฉพาะสมาชิกฝ่ายขวาจัดในรัฐบาล เบซาเลล สโมทริช รัฐมนตรีคลัง กล่าวว่า อิสราเอลสูญเสีย “หนึ่งในมิตรสหายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวอชิงตัน” พร้อมยกย่องการสนับสนุนอย่างไม่สั่นคลอนของเกรแฮม และความมุ่งมั่นต่อความมั่นคงของอิสราเอล
อิตามาร์ เบน-กวีร์ รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ ใช้ถ้อยคำในทำนองเดียวกัน โดยกล่าวถึงความกล้าหาญ ความชัดเจนทางศีลธรรม และการยืนหยัดสนับสนุนความมั่นคงของอิสราเอลของวุฒิสมาชิกสหรัฐฯ รายนี้
กว่าสองทศวรรษบนแนวหน้าเพื่ออิสราเอล
คำไว้อาลัยจากอิสราเอลสะท้อนสถานะพิเศษของเกรแฮมในแวดวงการเมืองของประเทศ ตลอดเวลากว่าสองทศวรรษ เขาเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่อิสราเอลพึ่งพาได้มากที่สุดในสภาคองเกรสสหรัฐฯ
เกรแฮมคัดค้านความพยายามกำหนดเงื่อนไขต่อความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐฯ แก่อิสราเอล สนับสนุนการรับรองเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล และสนับสนุนการรับรองอำนาจอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลันที่ถูกยึดครอง
เมื่อศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี พยายามออกหมายจับผู้นำอิสราเอลจากสงครามในกาซา เกรแฮมยังสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรศาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
จุดยืนสนับสนุนอิสราเอลของเขาปรากฏอย่างเด่นชัดที่สุดในช่วงสงครามกาซา
เดือนพฤษภาคม 2024 ท่ามกลางเสียงเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการส่งอาวุธแก่อิสราเอล เกรแฮมหยิบการทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิในสงครามโลกครั้งที่สองมาเปรียบเทียบ
เขากล่าวว่า เมื่อสหรัฐฯ เผชิญภัยคุกคามหลังเหตุเพิร์ลฮาร์เบอร์ วอชิงตันตัดสินใจยุติสงครามด้วยการทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ และเรียกการตัดสินใจดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
“จงมอบระเบิดที่อิสราเอลต้องการ เพื่อยุติสงครามที่พวกเขาไม่อาจยอมแพ้ได้”
ก่อนกล่าวกับอิสราเอลว่า “ทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดในฐานะรัฐยิว”
จากกาซาถึงอิหร่าน เสียงเรียกร้องให้ใช้กำลัง
จุดยืนแข็งกร้าวของเกรแฮมไม่ได้หยุดอยู่ที่การสนับสนุนอิสราเอลในสงครามกาซา
เป็นเวลาหลายปีที่เขาผลักดันให้สหรัฐฯ ใช้นโยบายเผชิญหน้ากับอิหร่านมากขึ้น คัดค้านข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2015 และยืนยันซ้ำๆ ว่าทางเลือกทางทหารต้องยังคงอยู่บนโต๊ะ
เขายังสนับสนุนให้อิสราเอลดำเนินมาตรการทุกอย่างที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
หลังสหรัฐฯ โจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านในปีนี้ เกรแฮมยกย่องการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ว่า “ยอดเยี่ยม” และ “กล้าหาญ” พร้อมกล่าวว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์
สำหรับเกรแฮม สิ่งเดียวที่เขาเชื่อว่ารัฐบาลอิหร่านจะให้ความเคารพคือ “พลัง”
ท่าทีเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคของทรัมป์ หากเป็นแนวคิดด้านนโยบายต่างประเทศที่ติดตามเกรแฮมมาตลอดเส้นทางการเมือง
จากสงครามอิรัก ถึงแนวคิดอเมริกาที่ต้องแสดงกำลัง
ย้อนกลับไปในปี 2003 เกรแฮมเป็นผู้สนับสนุนอย่างแข็งขันต่อการรุกรานอิรักที่นำโดยสหรัฐฯ
เขาเคยปกป้องการตัดสินใจของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช โดยกล่าวว่าการโค่นซัดดัม ฮุสเซน จากข้อกล่าวหาเรื่องอาวุธทำลายล้างสูง เป็น “ทางเลือกที่สมเหตุสมผลเพียงทางเดียวที่มีอยู่”
อาวุธทำลายล้างสูงที่ถูกใช้เป็นเหตุผลสำคัญของสงครามไม่เคยถูกค้นพบ
เมื่ออิรักจมเข้าสู่ความรุนแรงยาวนานหลายปี เกรแฮมยังคงเป็นหนึ่งในผู้ปกป้องสงครามอย่างเหนียวแน่น เขาสนับสนุนการเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ และคัดค้านการกำหนดกรอบเวลาถอนทหารออกจากอิรัก
ร่วมกับจอห์น แมคเคน วุฒิสมาชิกผู้ล่วงลับ เกรแฮมกลายเป็นหนึ่งในตัวแทนสำคัญของแนวคิดที่เชื่อว่า สหรัฐฯ ต้องมีบทบาทเชิงรุกและพร้อมใช้อำนาจในต่างประเทศ
แนวคิดดังกล่าวทำให้เส้นทางของเกรแฮมมาบรรจบกับโดนัลด์ ทรัมป์อย่างน่าสนใจ
จากคู่ปรับทรัมป์ สู่พันธมิตรคนสนิท
ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2016 เกรแฮมเคยเป็นหนึ่งในผู้วิจารณ์ทรัมป์อย่างดุเดือด
แต่หลังทรัมป์เข้าสู่ทำเนียบขาว เขากลับกลายเป็นหนึ่งในพันธมิตรใกล้ชิดที่สุดของประธานาธิบดี และมีบทบาทเชื่อมแนวคิด “อเมริกาต้องมาก่อน” ของทรัมป์ เข้ากับนโยบายต่างประเทศที่ยังคงสนับสนุนการแทรกแซงและการใช้กำลัง โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง
แม้ทรัมป์จะหาเสียงด้วยการโจมตี “สงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด” ของสหรัฐฯ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเกรแฮมสะท้อนว่า แนวคิดการใช้อำนาจทางทหารยังคงมีพื้นที่สำคัญในนโยบายของวอชิงตัน โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับอิสราเอลและอิหร่าน
หลังข่าวการเสียชีวิต ทรัมป์เรียกเกรแฮมว่า “หนึ่งในบุคคลและวุฒิสมาชิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยรู้จัก” พร้อมระบุว่าเขาเป็นผู้ที่ทำงานอยู่เสมอและเป็น “ผู้รักชาติอเมริกันอย่างแท้จริง”
ลินด์ซีย์ เกรแฮม เสียชีวิตในวัย 71 ปี หลังใช้เวลากว่าสองทศวรรษในวุฒิสภา และมากกว่าสามทศวรรษในแวดวงการเมืองวอชิงตัน
สำหรับพรรครีพับลิกัน เขาคือหนึ่งในเสียงสำคัญด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศ สำหรับทรัมป์ เขาคือพันธมิตรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่ปรับ
แต่สำหรับผู้นำอิสราเอล คำอธิบายถึงเกรแฮมดูจะสั้นและตรงกว่านั้น
“เราไม่มีมิตรคนใดดีกว่าลินด์ซีย์”
- อ้างอิง








