ซาอุดีอาระเบียย้ำว่าเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวงของปาเลสไตน์ พร้อมสนับสนุนการเดินหน้าระยะที่ 2 ของแผนสันติภาพที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศไว้ ขณะเดียวกันประณามปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา และระบุว่าการคุ้มครองนครเยรูซาเล็มเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่ยั่งยืน
สำนักข่าวซาอุดีเพรส (SPA) รายงานว่า เจ้าชายไฟซาล บิน ฟัรฮาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย กล่าวระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีเพื่อสนับสนุนนครเยรูซาเล็มและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งจอร์แดนเป็นเจ้าภาพ โดยกล่าวชื่นชมบทบาทของจอร์แดนในการดูแลสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามและคริสต์ในนครเยรูซาเล็ม รวมถึงการรักษาอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของเมือง
รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีฯ ย้ำว่า เยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวงของรัฐปาเลสไตน์ และระบุว่ามาตรการฝ่ายเดียวของอิสราเอลทั้งหมด รวมถึงการตั้งถิ่นฐานและการยึดที่ดิน เป็นโมฆะและไม่ก่อให้เกิดสิทธิหรือสถานะทางกฎหมายใดๆ พร้อมคัดค้านทุกความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะทางกฎหมาย ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ของนครเยรูซาเล็ม
เขายังปฏิเสธการใช้หลักเสรีภาพในการประกอบศาสนกิจเป็นข้ออ้างในการดำเนินมาตรการที่มุ่งสร้างข้อเท็จจริงใหม่ภายใต้การยึดครอง
“การคุ้มครองเยรูซาเล็มเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่เป็นธรรม และการอ้างศาสนาหรือความเชื่อเพื่อสร้างความชอบธรรมแก่ความรุนแรงหรือการปลุกปั่น ถือเป็นการเบี่ยงเบนอย่างร้ายแรงจากคุณค่าร่วมของศาสนาอับราฮัม และขัดต่อหลักศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
เจ้าชายไฟซาลกล่าวว่า ซาอุดีอาระเบียยินดีต่อการที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเดินหน้าระยะที่ 2 ของแผนสันติภาพฉบับครอบคลุม แต่ในเวลาเดียวกันขอประณามอย่างรุนแรงต่อการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา ซึ่งถือเป็นการท้าทายข้อตกลงและบ่อนทำลายแรงผลักดันของกระบวนการสันติภาพ พร้อมเปิดทางให้ฝ่ายที่ต้องการขัดขวางสันติภาพบรรลุเป้าหมาย
ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อยุติการละเมิดในฉนวนกาซาและเขตเวสต์แบงก์ ปกป้องสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สนับสนุนประชาชนปาเลสไตน์ ต่อต้านวาทกรรมแห่งความเกลียดชัง แนวคิดเหนือกว่าทางศาสนาและเชื้อชาติ รวมถึงดำเนินคดีกับผู้ปลุกปั่นความรุนแรงและการก่อการร้ายของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล
รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีฯ ยืนยันว่า ราชอาณาจักรจะเดินหน้าร่วมมือกับประเทศอาหรับและพันธมิตรระหว่างประเทศ ผ่าน พันธมิตรโลกเพื่อผลักดันแนวทางสองรัฐ (Global Alliance for the Implementation of the Two-State Solution) และการส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนา เพื่อสนับสนุนแผนสันติภาพและสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของผู้ศรัทธาในทั้งสามศาสนาอับราฮัม
พร้อมทิ้งท้ายว่า นครเยรูซาเล็มควรเป็น “เมืองแห่งสันติภาพและการอยู่ร่วมกัน” ไม่ใช่พื้นที่แห่งความขัดแย้งหรือการสร้างข้อเท็จจริงฝ่ายเดียว และการคุ้มครองสถานะทางประวัติศาสตร์และกฎหมายของเมืองคือกุญแจสำคัญสู่สันติภาพที่เป็นธรรมและยั่งยืน








