จุฬาราชมนตรีประกาศคำฟัตวาให้ “ฟาฏอนี ดารุสสาลาม” เป็นดินแดนแห่งสันติสุข พร้อมบรรจุคำว่า “ฟาฏอนี” ไว้ในหลักฮูกุมปากัต “9 ดี” ย้ำจังหวัดชายแดนภาคใต้คือแผ่นดินแห่งปัญญา ความรู้ และความสามัคคี
ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่ยังเกิดขึ้นเป็นระยะ จุฬาราชมนตรียังระบุว่า ปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ใช่ความขัดแย้งทางศาสนา แต่เป็นการนำศาสนาเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง จึงต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องร่วมกัน
นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี กล่าวประกาศคำฟัตวาระหว่างเป็นประธานกิจกรรมขับเคลื่อนและเผยแพร่หลัก ฮูกุมปากัต หรือธรรมนูญหมู่บ้าน “9 ดี” และแนวทางของบรรดานบี ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ โรงแรมซีเอส ปัตตานี ก่อนร่วมพิธีมอบหนังสือคุฏบะห์และคู่มือฮูกุมปากัตที่มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 7 กันยายน
“ฟาฏอนี” ไม่ใช่เพียงชื่อเมือง แต่หมายถึงผู้มีปัญญา
จุฬาราชมนตรีกล่าวว่า คำว่า “ฟาฏอนี” นอกจากเป็นชื่อของสถานที่แล้ว ยังมีความหมายถึง ผู้มีปัญญา จึงขอนำคำนี้บรรจุไว้ในข้อที่ 2 ของฮูกุมปากัต 9 ดี ซึ่งว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษาและการเรียนรู้
“ขอประกาศว่า ฟาฏอนีนั้นเป็น ‘ฟาฏอนี ดารุสสาลาม’ เป็นดินแดนแห่งสันติสุข เป็นดินแดนของผู้มีความรู้ มีความรัก สมัครสมานสามัคคี เชื่อมั่นที่จะพัฒนาดินแดนภาคใต้ให้มีความเจริญ มีสันติสุขเกิดขึ้น”
เขายังกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของฟาฏอนีว่า เป็นดินแดนที่เคยผลิตนักวิชาการศาสนาอิสลามซึ่งได้รับการยอมรับจากนครมักกะฮ์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “ระเบียงมักกะฮ์” หรือศูนย์กลางองค์ความรู้ของภูมิภาค
ชี้ความรุนแรงไม่ใช่สงครามระหว่างศาสนา
การประกาศฟัตวาครั้งนี้มีขึ้นในช่วงที่หลายฝ่ายกำลังวิพากษ์วิจารณ์ทิศทางการแก้ไขปัญหาหลังเกิดเหตุความรุนแรงขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
จุฬาราชมนตรีระบุว่า สิ่งสำคัญคือการไม่ตีความสถานการณ์จนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างศาสนากับประชาชน เพราะรากของปัญหาไม่ใช่ศาสนา แต่เป็นการนำศาสนาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสร้างความเข้าใจและสันติสุข
ฮูกุมปากัต “9 ดี” ธรรมนูญร่วมของหมู่บ้าน
จุฬาราชมนตรีอธิบายว่า ฮูกุมปากัต หมายถึงกฎหรือข้อตกลงที่ชุมชนร่วมกันเห็นชอบ โดยเกิดจากความร่วมมือของฝ่ายปกครอง ผู้นำศาสนา กรรมการหมู่บ้าน และประชาชน เพื่อกำหนดแนวทางพัฒนาชุมชนให้สอดคล้องกับหลักศาสนาและกฎหมายบ้านเมือง
หลัก “9 ดี” ประกอบด้วย การเป็นคนดี การมีปัญญา รายได้สมดุล สุขภาพแข็งแรง สิ่งแวดล้อมสมบูรณ์ สังคมอบอุ่น การปลอดอาชญากรรมและยาเสพติด กองทุนพึ่งตนเอง และการมีคณะกรรมการหมู่บ้านที่เข้มแข็ง
ภายในงานมีผู้นำศาสนาและผู้แทนจากหลายภาคส่วนเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน อาทิ ดร.แวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ผู้แทน ศอ.บต. ภาคประชาสังคม สมาคมปอเนาะ และสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี
จากนั้น คณะจุฬาราชมนตรีได้มอบหนังสือคู่มือฮูกุมปากัต “9 ดี” ให้แก่ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชน เพื่อนำหลักการไปใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านและสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

กองบรรณาธิการ, โต๊ะข่าวชายแดนใต้







