5 แหล่งเที่ยวในประเทศไทย น่าเที่ยวที่สุดในโลก ส่งท้ายปี 60 ต้อนรับปี 61

167
สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี

ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยการเริ่มเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุข เพราะเดือนธันวาคม เป็นเดือนสุดท้ายของปี  ก่อนจะได้หยุดพักผ่อนในเทศกาลปีใหม่หลายวัน กองบรรณาธิการเดอะพับลิกโพสต์ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวส่งท้ายปี 60 ต้อนรับปี 61 ไว้เป็นตัวเลือกในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่

ในช่วงเดือนธันวาคม ยังอยู่ในช่วงฤดูหนาว บรรยากาศแบบนี้  พาไปขึ้นเหนือรับลมหนาว เฝ้าดูพระอาทิตย์ตกก็โรแมนติก  ไปชมทะเลหน้าหนาวก็สวยงามน่าค้นหา  ชวนเดินป่าขึ้นภูก็ไม่เหนื่อย  หรือจะไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่ริมโขงก็น่าสนใจ  จะไปเดินเล่นเนิบๆ แนวสโลไลฟ์ในเมืองเก่า ที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่เผลอให้หลงรักก็ได้

1. ดอยช้าง จิบกาแฟชมดอกดอกซากุระ โรแมนติกสไตล์   .แม่สรวย  .เชียงราย

อยากมีบรรยากาศโรแมนติก  ชมดอกซากุระพร้อมดื่มกาแฟรสชาติดีๆ ในบรรยากาศเย็นสบาย ต้องไปเที่ยว “ดอยช้าง” ดอยช้างเป็นสถานีเกษตร เพื่อส่งเสริมการปลูกพันธุ์ไม้เมืองหนาว  ลดการทำไร่เลื่อนลอย ดอยช้างเป็นยอดดอยสูงอยู่ในเทือกดอยวาวี  เป็นที่อยู่อาศัยของชาวเขาเผ่าต่างๆ ต่อมาเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน เป็นศูนย์บริการวิชาการด้าน พืชและปัจจัยการผลิต

สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี

บ้านดอยช้าง” ตั้งขึ้นตามลักษณะของภูเขาที่มีรูปร่างเหมือนช้างแม่ลูกสองเชือก หันหน้าไปทาง ทิศเหนือ (ตัวจังหวัดเชียงราย) สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่บริเวณโรงเรียนบ้านดอยช้าง มี ผาหัวช้าง สูง 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล

ดอยช้างมีมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก เห็นครั้งแรกๆ จะประทับใจจนไม่รู้จะบรรยายเป็นคำพูดได้อย่างไร  อากาศก็เย็นสบายตลอดปี  อุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส  ดอยช้าง มีชื่อเสียงในเรื่องเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

ช่วงเดือนธันวาคม เป็นช่วงที่น่าเที่ยวที่สุด  นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวดอยช้าง นอกจากได้ชมทัศนียภาพ  ที่ยิ่งมองไกลๆ ก็ยิ่งเห็นความสวยงามและได้ชมวิว ทิวทัศน์ที่งดงามเหมือนภาพวาดแล้ว  ยังจะได้ชมสวนกาแฟที่สุกอร่ามเต็มดอย  ได้ชิมกาแฟดอยช้าง พร้อมกับชมดอกซากุระหรือนางพญาเสือโคร่ง ที่กำลังบาน อวดสีสันสดใส สีชมพูหวานๆ ยั่วล้อให้เราหลงใหล ชวนให้หลงรัก  ทำให้รู้สึกคุ้มค่ากับการเดินทางมาเที่ยว ที่ค่อนข้างลำบาก  และยังได้เพลิดเพลิน กับศิลปะวิถีชาวเขาจากเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในใกล้ๆ ดอยช้าง

2. อุทัยธานี  วิถีแห่งการเดินเล่นเนิบๆ  แบบสโลไลฟ์สตรีท

จังหวัดอุทัยธานี เมืองเล็กๆ อยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของไทย  มีประชากรแค่สามแสนกว่าคน  เป็นเมืองทางผ่านของนักท่องเที่ยว เพราะคิดว่าเมืองเล็กๆ คงไม่น่าสนใจแน่  แต่ คิดผิด?  อุทัยธานี เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์  วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน  มีสถานที่สำคัญ และสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและน่าสนใจมากมาย  เป็นเมืองที่ช้าๆ เนิบๆ ไม่เร่งไม่รีบ ออกแนวสโลไลฟ์แบบที่ชาวฮิปสเตอร์น่าจะชื่นชอบ  เป็นเมืองที่ต้องห้ามพลาดอีกหนึ่งเมือง

ล่องเรือแม่น้ำสะแกกรัง

เที่ยวเมืองอุทัยที่ห้ามพลาด อาทิเช่น!!

ตรอกโรงยา เดิมที่นี่เป็นที่ตั้งของโรงฝิ่นเก่า แต่ฟื้นฟูมาทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว  ถนนคนเดิน เพลิดเพลินกับสินค้าเก๋ๆ บ้านเรือนไม้ ห้องแถวเก่าๆ ของกินอร่อยๆ  ของฝากแนวแฮนด์เมด  การแสดงดนตรีจากเด็กนักเรียน   เดินตรอกโรงยา รู้สึกอบอุ่น  เป็นกันเอง  เหมือนญาติผู้ใหญ่ เพราะทักทายกันได้หมด ไม่รู้จักก็ทักได้  ชาวอุทัยใจดี

–   มุดแผนที่โลก   หมุดโลก หรือ หมุดแผนที่โลก บนยอดเขาสะแกกรัง อำเภอ จังหวัดอุทัยธานี อีก1สถานที่ที่น่าสนใจเมื่อมาเยือนจังหวัดอุทัย ตั้งอยู่บนยอดเขาสะแกกรัง ทางเดินขึ้นไม่ชันมากสองข้างทางเป็นป่าไผ่และต้นไม้สลับกัน  หน้าฝนจะเขียวชอุ่มมาก  ด้านบนมีจุดชมวิวงดงาม สามารถรอชมพระอาทิตย์ตกดินได้ชัดเจน

แม่น้ำสะแกกรัง สวยงาม สงบนิ่ง แม่น้ำสะแกกรังต้นกำเนิดอยู่ในเขตเทือกเขาโมโกจู  ในเขต จ.กำแพงเพชร แล้วจึงไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านท่าซุง จ. อุทัยธานี มีความยาวประมาณ 225 กิโลเมตร ช่วงตั้งแต่ปากคลองขุมทรัพย์ หรือคลองอีเติ่ง ที่บ้านจักษา  อ.เมือง หรือตรงปลายแม่น้ำตากแดด ณ จุดที่แม่น้ำตากแดดไหลมาบรรจบกับคลองขุมทรัพย์ ซึ่งน้ำจะเป็นสองสี แล้วไหลผ่านตัวเมืองอุทัยธานี แล้วไหลไปบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีความยาวจากต้นน้ำถึงจุดที่บรรจบแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ 108 กิโลเมตร

3. อำเภอกัลยาณิวัฒนา  ชมธรรมชาติป่าสน บนเทือกเขา  เย็นสบายตลอดปี

อำเภอกัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ เป็นอำเภอที่ 878 ของไทย เดิมเป็นส่วนหนึ่งของ อ.แม่แจ่ม มี 3 ตำบล ได้แก่ บ้านจันทร์ แม่แดดและแจ่มหลวง  มีตำบลละ 7 หมู่บ้าน  รวม 21 หม