สหพันธ์นักวิชาการมุสลิมโลก “ปฏิเสธ” สร้างสัมพันธ์ระดับปรกติกับอิสราเอล เรียกร้องปล่อยตัวนักโทษ

56
“อะลี มูฮิยุดดีน อัล-การาดาจี” เลขาธิการสหพันธ์นักวิชาการมุสลิมนานาชาติ

MEMO –  ในวันพฤหัสบดี (8 พ.ย.) สหพันธ์นักวิชาการมุสลิมนานาชาติ (International Union for Muslim Scholars – IUMS) เรียกร้องให้ปฏิเสธการยกระดับความสัมพันธ์สู่ภาวะปกติ (Normalization) กับหน่วยงานของอิสราเอล

การเรียกร้องนี้อยู่ในแถลงการณ์สรุปของการประชุมใหญ่ครั้งที่ 5 ของสหพันธ์ฯ ในกรุงอิสตันบูล ซึ่งมีนักวิชาการมุสลิมมากกว่า 1,500 คนจาก 80 กว่าประเทศเข้าร่วมตลอด 6 วันของการประชุม ซึ่งนับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหพันธ์ฯ ที่มีผู้เข้าร่วมประชุมมากที่สุด

สหพันธ์ฯ ยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษที่เป็นนักการศาสนาและผู้เห็นต่างจากผู้ปกครอง โดยเฉพาะนักการศาสนาในอียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงเรียกร้องให้สร้างความปรองดองอย่างครอบคลุมในประชาชาติอิสลาม ซึ่งได้รับความเจ็บปวดจากการแบ่งแยกอย่างรุนแรงในทุกองค์ประกอบ

แถลงการณ์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความสามัคคี การอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการสื่อสารที่มีอารยธรรม และเตือนถึงอันตรายของการแบ่งแยกและแตกร้าว

ตามแถลงการณ์นี้ นักวิชาการศาสนามุสลิมเน้นเรื่องความเชื่อในวัฒนธรรมและพหุนิยมทางศาสนา ออกห่างจากข้อพิพาทเกี่ยวกับการครองความเป็นเจ้า (Hegemony) ทั้งหมด และการใช้กำลังในการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้มีการเจรจาสันติภาพแทนความขัดแย้ง

พวกเขายังเน้นเรื่องสิทธิที่จะแตกต่าง, ความรับผิดชอบต่อเสรีภาพและความยุติธรรม
ในสิทธิและหน้าที่ แถลงการณ์เน้นการเรียกร้องให้มีเสรีภาพที่มีระเบียบวินัย, ความยุติธรรม ขจัดความอยุติธรรมและการปกครองแบบเผด็จการโดยวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย, และสิทธิของประชาชนที่มีต่ออิสรภาพ ศักดิ์ศรี และการตัดสินใจของตนเอง

แถลงการณ์ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการต่อต้านการกดขี่และการแสวงหาผลประโยชน์ทุกรูปแบบ รวมไปถึงความอยุติธรรมและความเย่อหยิ่ง และอ้างว่าการต่อต้านนี้ควรปฏิบัติตามแนวทางสันติที่ถูกต้องตามกฎหมายและแสวงหาการสนับสนุนจากกองกำลังปลดปล่อยทั้งหมด แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ยังกล่าวถึง ประเด็นปัญหาปาเลสไตน์ว่า มันจะเป็นและจะยังคงเป็นประเด็นแรกของชาวมุสลิมทั่วทุกมุมโลก และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญและทางแยกที่อันตราย

แถลงการณ์ระบุว่า “อัลกุดส์” กำลังเผชิญหน้ากับยูดายเซชั่น (Judaization) และไซออนิสต์ ที่กำลังคุกคามและข่มขู่มัสยิดอัลอักซออย่างต่อเนื่อง เราเน้นย้ำว่ากรุงเยรูซาเล็มและสถานที่ที่เกี่ยวข้องมีสถานะทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และอารยธรรม เป็นหัวใจสำคัญของประชาชาติอิสลามและศักดิ์ศรีของมัน โครงการทั้งหมดของการยึดครองของชาวยิวจะไม่เปลี่ยนความจริงที่ว่ากรุงเยรูซาเล็มเป็นของประชาชาติอิสลามและอาหรับ

สหพันธ์ฯ ยังเรียกร้องให้ “รัฐบาลอาหรับและประเทศมุสลิม สถาบันทางวิทยาศาสตร์และภาคประชาสังคม ที่จะรับภาระความรับผิดชอบที่มีต่อความศักดิ์สิทธิ์และประเด็นสำคัญต่างๆ ของประชาชาตินี้ รวมถึงการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อสร้างสัมพันธ์ระดับปรกติ-กับอิสราเอล-” รวมทั้งให้ความสำคัญกับความอยุติธรรมที่ชาวมุสลิมต้องเผชิญทั้งในพม่า จีน และที่อื่นๆ ในฐานะชนกลุ่มน้อย

ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ สหพันธ์นักวิชาการมุสลิมนานาชาติ ได้เลือก “อะลี มูฮิยุดดีน อัล-การาดาจี” (Ali Mohieddin Al-Qaradaghi) เป็นเลขาธิการ และ “อะหมัด รัยซูนี” (Ahmad Al-Raysuni) เป็นประธานคนใหม่สืบทอดแทน “ดร.ยูซุฟ อัล-กอระฎอวี” ที่ประกาศวางมือจากตำแหน่งประธาน

สหพันธ์นักวิชาการมุสลิมนานาชาติ เป็นสถาบันอิสลามที่มีชื่อเสียงก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2004 (พ.ศ. 2547) ในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ และมีสมาชิกจากประเทศมุสลิมทั่วโลก ชนกลุ่มน้อย และกลุ่มต่างๆ ของอิสลามในต่างประเทศ

ในปี 2011 (พ.ศ. 2554) สหพันธ์ฯ ได้ย้ายสำนักงานใหญ่ ไปอยู่ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยการตัดสินใจของคณะผู้บริหารระดับสูงของสหพันธ์ฯ