สหรัฐฯ หวังรัสเซียเปิดทาง อิสราเอลโจมตีกองกำลังอิหร่านในซีเรีย

159
CC BY-SA 2.0 / U.S. Embassy Tel Aviv / DSC_0461

สปุตนิก – เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศซีเรีย “นายเจมส์ เจฟฟรีย์” กล่าวเมื่อวันพุธ 7 พ.ย. ว่า วอชิงตันหวังว่ารัสเซียจะอนุญาตให้กองกำลังอิสราเอลโจมตีกองกำลังทหารอิหร่านในดินแดนซีเรีย ภายหลังการส่งมอบระบบป้องกันทางอากาศ S-300

“รัสเซียอนุญาตให้มีการปรึกษาหารือกับอิสราเอลเกี่ยวกับการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่อเป้าหมายที่เป็นชาวอิหร่านในซีเรีย เราหวังอย่างยิ่งว่าแนวทางการอนุญาตดังกล่าวจะดำเนินต่อไป” เจฟฟรีย์กล่าวในระหว่างแถลงข่าว

ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคม รัสเซียได้ส่งมอบระบบป้องกันทางอากาศ S-300 ให้ซีเรีย หลังจากเหตุการณ์เครื่องบิน Il-20 ของรัสเซียถูกยิงด้วยขีปนาวุธ S-200 ของซีเรีย เนื่องจากการหลบหลีกล่อเป้าโดยเครื่องบินรบของอิสราเอล

อิหร่านเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรที่สำคัญของ บาชาร์ อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรีย เคียงข้างรัสเซีย อย่างไรก็ตามอิสราเอลมองว่าเตหะรานเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่ง และให้คำมั่นว่าจะสู้รบกับการสร้างฐานทางทหารของอิหร่านตามแนวพรมแดนซีเรีย

“อิสราเอลมีส่วนได้เสียในการปิดกั้นอิหร่านจากการปรับใช้ระบบประมาณกำลัง (Power projection) ระยะไกลต่างๆ … ภายในซีเรีย ที่จะใช้ต่อต้านอิสราเอล เราเข้าใจถึงภาวะผลประโยชน์นี้ และเราสนับสนุนอิสราเอล” เจฟฟรีย์กล่าว

เหตุการณ์ Il-20 ได้ตอกย้ำถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการมีกองกำลังทหารหลายกลุ่มในโรงละครแห่งสงครามเดียว เจฟฟรีย์เสริม

“ความพยายามอย่างเร่งด่วนของเราคือพยายามทำให้สถานการณ์ดังกล่าวสงบลง และจากนั้นจึงไปยังการแก้ปัญหาระยะยาว” เขากล่าว

เจฟฟรีย์กล่าวว่า สหรัฐฯมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่การแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และตรวจสอบให้แน่ใจว่ากองทัพของต่างชาติทั้งหมดได้ถอนตัวออกจากซีเรีย – นอกจากรัสเซีย

“รัสเซียที่เคยอยู่ที่นั่นมาก่อนคงจะไม่ถอนกำลัง แต่คุณมีอีก 4 กองกำลังต่างชาติ คือ อิสราเอล ตุรกี อิรัก และอิหร่าน และปฏิบัติการในซีเรียตอนนี้เป็นสถานการณ์ที่อันตรายมาก” เจฟฟรีย์กล่าว

จนถึงปัจจุบันเตหะรานได้กล่าวว่าจะอยู่ในซีเรียตราบเท่าที่ประธานาธิบดีบาชาร์อัล – อัสซาดอยากให้พวกเขาอยู่ อิหร่านก็เป็นเช่นรัสเซียที่ได้รับคำเชิญอย่างเป็นทางการจากประธานาธิบดีอัสซาดให้เข้ามาในประเทศนี้

ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน อัสซาดได้เน้นย้ำว่าเขาได้เชิญนักต่อสู้ที่เป็นพันธมิตรให้เข้ามาในประเทศของเขา และเขาจะไม่ขอให้พวกเขาออกไป ขณะที่สหรัฐฯ และอิสราเอลมีความต้องการ แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพก็ตาม

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ตุรกีได้รุกรานเข้าสู่ดินแดนซีเรียทางตอนเหนือตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อยับยั้งกองกำลังของชาวเคิร์ดที่มีส่วนร่วมกับกองกำลังไอซิส ด้วยการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และพันธมิตร

เจฟฟรีย์กล่าวว่าวอชิงตันก็ได้ให้ความสำคัญกับความกังวลของตุรกีเกี่ยวกับการสนับสนุนนักรบชาวเคิร์ด สหรัฐฯ จึงได้จำกัดการจัดหาอาวุธให้กับกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (Syrian Democratic Forces – SDF) ที่นำโดยชาวเคิร์ด ตามที่เจฟฟรีย์ระบุ ขั้นตอนนี้ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวต่อปฏิบัติการเมื่อเร็วๆ นี้ของ SDF ในการต่อต้านไอซิส