อินดีเพนเดนท์ – ยูเครนประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วเป็นเวลา 30 วัน ประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครน เตือนถึงภัยคุกคาม “ร้ายแรง” จากการคุกคามของรัสเซีย
รัฐสภายูเครนลงมติเห็นชอบในการใช้กฎอัยการศึกเมื่อคืนวันจันทร์ เป็นปฏิกิริยาต่อการยึดเรือสามลำของยูเครนและลูกเรือยี่สิบสามคนโดยเรือรัสเซียใกล้ช่องแคบเคิร์ช ใกล้แคว้นไครเมีย
การกระทำของรัสเซียยังถูกประณามในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย ซึ่งผู้แทนสหรัฐฯ “นางนิกกี้ ฮาเลย์” ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การละเมิดอย่างอุกฉกรรจ์ต่ออธิปไตยของยูเครน”
นายเยนส์ สโตลเทนแบร์ก เลขาธิการนาโต ยังกล่าวด้วยว่า “ไม่มีเหตุผล” ในการยึดเรือและลูกเรือยูเครน
ขณะเดียวกัยยังมีเหตุประท้วงด้วยความรุนแรงในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และการประท้วงนอกสถานทูตรัสเซียทั่วโลก รวมทั้งในลอนดอน วอชิงตันดีซี และบรัสเซลส์
มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียผนวกไครเมียในปี 2014 และได้สนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน
ยูเครนกล่าวว่าเรือของพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ทะเลอะซอฟ (Sea of Azov) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ ในขณะที่รัสเซียถือว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบเคิร์ช ซึ่งแยกแหลมไครเมียจากแผ่นดินใหญ่ของรัสเซีย
นี่เป็นทางเดินเดียวระหว่างทะเลดำและทะเลอะซอฟ ซึ่งมีสะพานยาว 11.8 ไมล์เชื่อมระหว่างไครเมียกับแผ่นดินใหญ่รัสเซียที่จะสร้างเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้
การยึดเรือยูเครนเกิดขึ้นขณะเรือสามลำของยูเครนกำลังแล่นอยู่ใกล้ช่องแคบเคิร์ชโดยเรือยามฝั่งของรัสเซีย
หลังการยึดเรือยูเครนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัสเซียปิดช่องแคบเคิร์ชและการจราจรทางทะเล โดยการนำเรือบรรทุกน้ำมันมาจอดไว้ใต้สะพาน และเปิดเส้นทางใหม่อีกครั้งในวันจันทร์ที่ผ่านมา