ยูเครนประกาศกฎอัยการศึกแล้ว หลังรัสเซียยิง-ยึดเรือ 3 ลำนอกฝั่งไครเมีย

138
ประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครน

อินดีเพนเดนท์ – ยูเครนประกาศใช้กฎอัยการศึกแล้วเป็นเวลา 30 วัน ประธานาธิบดี เปโตร โปโรเชนโก แห่งยูเครน เตือนถึงภัยคุกคาม “ร้ายแรง” จากการคุกคามของรัสเซีย

รัฐสภายูเครนลงมติเห็นชอบในการใช้กฎอัยการศึกเมื่อคืนวันจันทร์ เป็นปฏิกิริยาต่อการยึดเรือสามลำของยูเครนและลูกเรือยี่สิบสามคนโดยเรือรัสเซียใกล้ช่องแคบเคิร์ช ใกล้แคว้นไครเมีย

การกระทำของรัสเซียยังถูกประณามในที่ประชุมฉุกเฉินของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วย ซึ่งผู้แทนสหรัฐฯ “นางนิกกี้ ฮาเลย์” ได้กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น “การละเมิดอย่างอุกฉกรรจ์ต่ออธิปไตยของยูเครน”

นายเยนส์ สโตลเทนแบร์ก เลขาธิการนาโต ยังกล่าวด้วยว่า “ไม่มีเหตุผล” ในการยึดเรือและลูกเรือยูเครน

ขณะเดียวกัยยังมีเหตุประท้วงด้วยความรุนแรงในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน และการประท้วงนอกสถานทูตรัสเซียทั่วโลก รวมทั้งในลอนดอน วอชิงตันดีซี และบรัสเซลส์

มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์นี้นำมาซึ่งความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่รัสเซียผนวกไครเมียในปี 2014 และได้สนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ภาคตะวันออกของยูเครน

ยูเครนกล่าวว่าเรือของพวกเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ทะเลอะซอฟ (Sea of Azov) ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายทางทะเลระหว่างประเทศ ในขณะที่รัสเซียถือว่าพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบเคิร์ช ซึ่งแยกแหลมไครเมียจากแผ่นดินใหญ่ของรัสเซีย

นี่เป็นทางเดินเดียวระหว่างทะเลดำและทะเลอะซอฟ ซึ่งมีสะพานยาว 11.8 ไมล์เชื่อมระหว่างไครเมียกับแผ่นดินใหญ่รัสเซียที่จะสร้างเสร็จสมบูรณ์ภายในปีนี้

การยึดเรือยูเครนเกิดขึ้นขณะเรือสามลำของยูเครนกำลังแล่นอยู่ใกล้ช่องแคบเคิร์ชโดยเรือยามฝั่งของรัสเซีย

หลังการยึดเรือยูเครนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัสเซียปิดช่องแคบเคิร์ชและการจราจรทางทะเล โดยการนำเรือบรรทุกน้ำมันมาจอดไว้ใต้สะพาน และเปิดเส้นทางใหม่อีกครั้งในวันจันทร์ที่ผ่านมา