เที่ยวบินคาร์โก้ “เตหะราน-เบรุต” ทำอิสราเอลสะดุ้ง ผวาอิหร่าน “ส่งอาวุธ” ให้ฮิซบุลเลาะห์

248
แฟ้มภาพ : เครื่องบินบรรทุกสินค้าของอิหร่าน สายการบิน “ฟาร์ส แอร์ กิชม์” (Fars Air Qeshm) / Wikimedia commons

เครื่องบินบรรทุกสินค้าของอิหร่านซึ่งบินตรงจากกรุงเตหะรานไปยังกรุงเบรุต เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (29 พ.ย.) ก่อนที่อิสราเอลจะทำการโจมตีทางอากาศในเป้าหมายของอิหร่านในซีเรียหนึ่งวัน ทำอิสราเอลผวาว่ากำลังจัดส่งอาวุธชั้นสูงไปยังกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ ขบวนการต่อต้านอิสราเอลแห่งเลบานอน

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของอิสราเอลและอเมริกาอ้างมาโดยตลอดว่า อิหร่านได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงให้กลุ่มฮิซบุลเลาะห์ของเลบานอน โดยการส่งผ่านสายการบินพลเรือนอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงเครื่องบินของสายการบิน “ฟาร์ส แอร์ กิชม์” (Fars Air Qeshm) ที่บินสู่เลบานอนในวันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ย. วานนี้ ไทมส์ออฟอิสราเอล รายงาน

สื่ออิสราเอลระบุว่า โดยปรกติเครื่องบินขนส่งสินค้าเหล่านี้มักจะขนถ่ายสินค้าของตนในซีเรีย หรือหยุดระหว่างเส้นทางไปยังเบรุต แทนที่จะบินตรงไปยังเลบานอนซึ่งเป็นที่ฐานตั้งของฮิซบุลเลาะห์

ข้อมูลเที่ยวบินที่เปิดเผยต่อสาธารณะ สายการบิน “ฟาร์ส แอร์ กิชม์” หมายเลขเที่ยวบิน QFZ-9964 ออกจากเตหะรานไม่นานหลังเวลา 8.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) บินข้ามน่านฟ้าอิรักไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย และจากนั้นลงจอดที่สนามบินนานาชาติราฟิก ฮารีรี ของเบรุตในสองชั่วโมงต่อมา ไทมส์ออฟอิสราเอลระบุ

ต่อมาเจ็ตโบอิ้ง 747 ลำนี้ก็บินไปโดฮาในกาตาร์ ก่อนที่จะเดินทางกลับสู่กรุงเตหะราน

สายการบิน “ฟาร์ส แอร์ กิชม์” หมายเลขเที่ยวบิน QFZ-9964 ออกจากเตหะรานไปเบรุต เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 (Screen capture/ FlightRadar24

ในคืนวันพฤหัสบดีวันเดียวกัน กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (IDF) กล่าวหาว่า เครื่องบินลำนี้กำลังขนอาวุธเข้าสู่กรุงเบรุต

โดยที่ไม่ได้กล่าวถึงเครื่องบินลำนี้เป็นการเฉพาะ “พันโท อวิกเค แอดราอี” (Avichay Adrae) โฆษกภาคอาหรับของกองทัพอิสราเอล ทวีตว่า “เลบานอนควรหยุดให้เครื่องบินของอิหร่านนำอาวุธสงครามเข้าประเทศ” พร้อมกับได้โพสต์รูปถ่ายดาวเทียมของสนามบินนานาชาติราฟิก ฮารีรี

ขณะที่ “เบรน ฮุก” ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ด้านอิหร่าน  กล่าวเมื่อวันพฤหัสเช่นกันว่า วอชิงตันมีหลักฐานว่าอิหร่านกำลังช่วยสร้างโรงงานผลิตอาวุธขีปนาวุธในเลบานอน เขากล่าวโดยไม่มีการอธิบายรายละเอียดแต่อย่างใด ไทมส์ออฟอิสราเอลรายงาน