“จ๊อบไทย” คาดการณ์ตลาดแรงงานทั่วประเทศ ไตรมาส 1/2562 พร้อมชี้กลุ่มงานนำเข้า-ส่งออก ทรัพยากรบุคคล สุขภาพ เติบโตสดใสรับปีหมู

1

    จ๊อบไทย (JobThai) บริการหางาน สมัครงานออนไลน์อันดับ 1 ของประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลคาดการณ์ความต้องการตลาดแรงงานของประเทศไทยในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2562 โดยพบว่ามี 5 ประเภทงานที่มีความต้องการแรงงานในช่วงดังกล่าวมากที่สุด ได้แก่ 1.งานขาย ประมาณ 21,200 อัตรา 2.งานช่างเทคนิค ประมาณ 10,200 อัตรา    3.งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ ประมาณ 8,200 อัตรา 4.งานธุรการ/จัดซื้อ และงานวิศวกรรม เท่ากันที่ประมาณ 5,500 อัตรา และ 5.งานบัญชี ประมาณ 5,100 อัตรา ในขณะที่ข้อมูลยังเผยให้เห็นประเภทงานที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ งานนำเข้า-ส่งออก งานทรัพยากรบุคคล งานสุขภาพ/โภชนาการ งานวิทยาศาสตร์/วิจัยพัฒนา ตลอดจนงานขนส่ง-คลังสินค้า อันเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตลอดจนการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนในปีหน้าที่จะเห็นชัดเจนเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น รวมถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2562 ทำให้บรรยากาศการลงทุนในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักตั้งแต่ไตรมาส 4 ของปีนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลดีต่อความต้องการของตลาดแรงงานภาพรวมทั่วประเทศ

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า จ๊อบไทยในฐานะผู้นำด้านบริการหางาน สมัครงานออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย ที่มีผู้ลงทะเบียนฝากประวัติกว่า 1.5 ล้านคน และมีจำนวนงานจากบริษัทชั้นนำโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 90,000 อัตราต่อวัน ได้ทำการรวบรวมและวิเคราะห์ฐานข้อมูลที่อยู่ในจ๊อบไทยเพื่อรายงานสถานการณ์ความต้องการแรงงานทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 1 ประจำปี 2562 โดยพบว่า 5 ประเภทงานที่มีความต้องการแรงงานสูงสุด มีดังนี้

  • งานขาย ประมาณ 21,200 อัตรา
  • งานช่างเทคนิค ประมาณ 10,200 อัตรา
  • งานผลิต/ควบคุมคุณภาพ ประมาณ 8,200 อัตรา
  • งานธุรการ/จัดซื้อ และ วิศวกรรม ประมาณ 5,500 อัตรา
  • งานบัญชี ประมาณ 5,100 อัตรา

นอกจากนี้ จ๊อบไทยยังเผยให้เห็น 5 ประเภทงานที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากที่สุดในไตรมาส 1 ปี 2562 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ของปีนี้ ได้แก่ 1.งานนำเข้า-ส่งออก เติบโต 31.73 เปอร์เซ็นต์ 2.งานทรัพยากรบุคคล เติบโต 19.2 เปอร์เซ็นต์ 3.งานสุขภาพ/โภชนาการ เติบโต 16.17 เปอร์เซ็นต์ 4.งานวิทยาศาสตร์/วิจัยพัฒนา เติบโต 15.81 เปอร์เซ็นต์ และ 5.งานขนส่ง-คลังสินค้า เติบโต 13.95 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเภทงานข้างต้นที่มีแนวโน้มการเติบโตที่สดใสนั้น สืบเนื่องจากปัจจัยสภาพเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มขยายตัวชัดเจนและต่อเนื่อง โดยแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการใช้จ่ายภาคเอกชนทั้งการบริโภคและการลงทุนที่มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น ตลอดจนแรงสนับสนุนจากโครงการลงทุนของภาครัฐที่ชัดเจนมากขึ้น อาทิ โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ฯลฯ นอกจากนี้ภาคการส่งออกสินค้าก็มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามอุปสงค์โลก และโรดแมปเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 8 ปีก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้บรรยากาศการลงทุนในประเทศเริ่มกลับมาคึกคัก ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลดีมาถึงความต้องการแรงงานภาพรวมทั่วประเทศ นางสาวแสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย