พายุปาบึกเริมแผลงฤทธิ์! ทะเลนครฯ ฝนเริ่มตก คลื่นลมแรงแล้ว สั่งอพยพชาวบ้าน 6 อำเภอติดชายฝั่งทะเล

112
ภาพเมื่อ 06.15 น. ของวันที่ 3 ม.ค.62 คลื่นลมที่รุนเเรง ได้ซัดเข้าหาฝั่งที่บ้านเกาะทัง อ.ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะที่ฝนเริ่มตกในพื้นที่ติดริมทะเล /ภาพจาก ThaiPBS

พายุปาบึกทำทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช ท้องฟ้ามืดครึ้มตั้งแต่เช้า ฝนตก คลื่นลมแรงแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการให้ 6 อำเภอที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล ความยาวกว่า 220 กิโลเมตรอพยพประชาชนไปพักชั่วคราวที่ศูนย์อพยพ

วันนี้ (3 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวโพสต์ทูเดย์รายงานว่า สถานการณ์ในพื้นที่ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งใน 6 อำเภอที่อยู่ริมทะเลของจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก โดยสภาพทั่วไปพบว่ามีคลื่นลมแรงซัดเข้าฝั่งเป็นระยะๆ ซึ่งหนักกว่าทุกวันที่ผ่านมา ขณะที่ชาวบ้านบางพื้นที่ที่อยู่ในจุดเสี่ยงได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่แล้ว ส่วนบรรยากาศทั่วไปท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนเริ่มตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสรายงานว่า เมื่อเวลา 06.15 น. ของเช้าวันนี้ คลื่นลมที่รุนเเรง ได้ซัดเข้าหาฝั่งที่บ้านเกาะทัง อ.ปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะที่ฝนเริ่มตกในพื้นที่ติดริมทะเล

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2562 ตามรายงานของมติชน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช สั่งการให้ 6 อำเภอที่อยู่ติดชายฝั่งทะเล ความยาวกว่า 220 กิโลเมตร ประกอบด้วย อำเภอขนอม สิชล ท่าศาลา ปากพนัง หัวไทร และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อพยพประชาชนไปพักชั่วคราวที่ศูนย์อพยพ ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2562 เป็นต้นไป โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยติดเตียง ขอให้อพยพไปเป็นลำดับแรก

ทั้งนี้ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์อพยพไว้แล้ว 190 ศูนย์ รองรับได้ 86,000 คน เฉพาะอำเภอชายฝั่งทะเล 53 ศูนย์รองรับผู้อพยพได้ 34,400 คน ในพื้นที่ อ.ขนอม 16 ศูนย์ 10,000 คน , อ.สิชล 8 ศูนย์ 6,000 คน , อ.ท่าศาลา 15 ศูนย์ 6,200 คน , อ.ปากพนัง 5 ศูนย์ 2,000 คน , อ.หัวไทร 7 ศูนย์ 5,200 คน และ อ.เมือง 2 ศูนย์ 5,000 คน

นอกจากนั้นทางจังหวัดได้ออกประกาศห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งโดยเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2562 สำหรับอำเภอที่ติดเชิงภูเขา ขอให้เฝ้าระวังเรื่องดินโคลนถนน เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนสะสมถึง 200-300 มิลลิเมตรต่อวัน

ทางจังหวัดขอให้ประชาชนในพื้นที่ได้เฝ้าระวังและติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตายที่อาจจะเกิดขึ้นรุนแรงได้