ปชช.ส่วนใหญ่ชี้ ยังไม่มีใครเหมาะนายกฯเท่า “บิ๊กตู่”

7

ซูเปอร์โพล ชี้ ประชาชนมองยังไม่มีใครเหมาะสมนั่งนายกฯเท่า “ประยุทธ์” จี้ 4 รมต.ถือหุ้นสัมปทานรัฐเสียสละลาออกทันที ส่ายหัวจริยธรรมนักการเมืองตกต่ำ

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม นักการเมือง จำนวนทั้งสิ้น 1,018 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่าง วันที่ 11–12 มกราคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 71.4 ระบุการรับรู้ภาพลักษณ์นักการเมืองในสื่อมวลชนมีข่าวเสื่อมเสียมากกว่า ในขณะที่ร้อยละ 28.6 ระบุมีข่าวภาพลักษณ์ดูดีมากกว่า

ที่น่าเป็นห่วง คือ ความเห็นต่อข่าวสัมพันธ์รักนักการเมืองกับนักเคลื่อนไหวในคลิปที่เผยแพร่ในสื่อต่างๆ ส่งผลต่อพรรคการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 58.7 ระบุเสื่อมเสียต่อพรรคการเมือง ในขณะที่ร้อยละ 41.3 ระบุไม่เสื่อมเสีย นอกจากนี้ ข่าว กกต. ลงมติรัฐมนตรีถือหุ้นสัมปทานรัฐผลประโยชน์ทับซ้อนมีผลต่อพรรคการเมือง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.4 ระบุเสื่อมเสียต่อพรรคการเมืองต้นสังกัด ในขณะที่ร้อยละ 35.6 ระบุไม่เสื่อมเสีย และเมื่อถามความเห็นของประชาชนต่อคุณธรรมจริยธรรมนักการเมืองที่จะเป็นรัฐบาลในอนาคต พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.7 ระบุยังไม่มีคุณธรรมจริยธรรมมากพอ ยังไม่ผ่านเกณฑ์ ในขณะที่ร้อยละ 23.3 ระบุมีมากพอแล้ว

ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึงบุคคลที่เหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 85.6 ระบุยังไม่มีใครเหมาะสมมากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะที่ร้อยละ 14.4 ระบุมีคนที่เหมาะสมมากกว่า

ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า รัฐมนตรีที่ถือหุ้นสัมปทานรัฐผลประโยชน์ทับซ้อนควรลาออกโดยเร็วที่สุดเป็นของขวัญวันเด็กให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติ เพราะยุคนี้เป็นยุคที่รัฐบาล และ คสช. เข้ามาด้วยความหวังสูงสุดในการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการเมืองให้ดีขึ้น แต่หากยังนิ่งเฉยรอเวลาต่อไปอีกอาจส่งผลกระทบกัดกร่อนฐานสนับสนุน และเสียหายต่อความเชื่อมั่นศรัทธาได้ เพราะวันนี้ผลสำรวจชี้ชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ยังไม่เห็นมีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี มากกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนั้น เพื่อไม่ให้กระทบต่อฐานสนับสนุนของสาธารณชนต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาล และ คสช. จึงเสนอให้รัฐมนตรีเหล่านั้นพิจารณาเสียสละลาออกทันที เพื่อรักษาระบบคุณธรรมจริยธรมนักการเมืองเป็นของขวัญวันเด็กให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติสืบทอด ต่อไป