ไทยพุทธ-มุสลิมพร้อมใจ “ประณาม” โจรใต้ “ชั่ว” บุกวัด “ยิง” พระสงฆ์มรณภาพ-บาดเจ็บสาหัส

547
วัดโคกโก และพระครู ประโชติ รัตนานุรักษ์ / ภาพ southernreports.org

วานนี้ (18 ม.ค.) เวลาประมาณ 20.30 น. คนร้ายจำนวนหนึ่งพร้อมอาวุธสงครามบุกเข้าในวัดรัตนานุภาพ หรือ วัดโคกโก ตั้งอยู่บ้านโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส และก่อเหตุยิงพระสงฆ์ภายในวัดดังกล่าว จนมรณะภาพ 2 รูป และบาดเจ็บ 2 รูป

สำหรับพระที่มรณะภาพอยู่ภายในกุฏิ 2 รูป คือ “พระครู ประโชติ รัตนานุรักษ์” เจ้าอาวาส และ “พระสมุห์ อรรถพร ขุนอำไพ” ทั้ง 2 รูปมรณะภาพในผ้าเหลืองมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธสงครามเข้าลำตัวหลายแห่ง

นอกจากนี้ยังมีพระสงฆ์ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 2 รูปถูกนำส่งโรงพยาบาลสุไหงโกลก คือ “พระประเวศ สุขแก้ว”  และ “พระธนโชติ ชุมเลิศ”

รายงานเบื้องต้นจากเจ้าหน้าระบุว่า คนร้ายแต่งกายชุดดำใช้รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คันเป็นพาหนะขับเข้าไปภายในวัด ก่อนที่คนร้ายจะถีบประตูบุกเข้าไปภายในกุฏิซึ่งเป็นช่วงที่พระกำลังไหว้พระสวดมนต์ จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนกราดยิงอย่างโหดเหี้ยมจนพระมรณะภาพทันที 2 รูป และยังได้กราดยิงพระที่อยู่บริเวณวัดได้รับบาดเจ็บอีก 2 รูป หลังก่อเหตุคนร้ายได้ขึ้นรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

หลังเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดนี้ หลายฝ่ายทั้งชาวไทยและชาวไทยมุสลิมได้ออกมาประณามการกระทำที่โหดเหี้ยมของผู้ร้าย

อิหม่าม ดร.วิสุทธิ์ บิลล่าเต๊ะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานสำนักจุฬาราชมนตรี ประจำภาคใต้ และ อิหม่ามมัสยิดบ้านเหนือ ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คว่า 

อัลกุรอานสอนว่า  “แม้นหากพวกเขาโน้มเอียงสู่สันติภาพ พวกเจ้าก็จงสนองตอบความโน้มเอียงนั้น และจงมอบหมายต่ออัลลอฮ” อัล อันฟาล : 8

นี่เป็นบัญญัติจากอัลลอฮให้มุสลิมต้องใฝ่หาสันติภาพ แม้หากมีอริศัตรูที่ต้องต่อสู้กัน แล้วฝ่ายอรินั้นเกิดประสงค์จะเปลี่ยนความสัมพันธ์จากศัตรูเป็นมิตร ก็ต้องตอบสนองความประสงค์นั้น เพื่อร่วมสร้างสันติภาพด้วยกัน

อิหม่ามคือผู้นำที่ต้องสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพและสันติภาพขึ้นในท้องที่ของตน ผ่านการชักชวนสัปปุรุษทั้งหลายสู่มัสยิด เพื่อขัดเกลาจิตใจมิให้ถูกกิเลสครอบงำจนอาจลงมือกระทำการอันสร้างความเดือดร้อนแก่สังคมชุมชนได้

พระภิกษุในพุทธศาสนาคือผู้ประสงค์จะตัดขาดจากกิเลสตัณหาในตัวตน จึงมุ่งสู่ความวิเวกในวัดวาอาราม โดยไม่ประสงค์จะทำให้เกิดความเดือดร้อนใด ๆ แก่แผ่นดิน

บุคคลทั้งสองจึงต้องดำรงอยู่ในสถานะที่ถูกปกป้องคุ้มครอง มิให้ผู้ใดทำร้ายหรือข่มเหงรังแกได้

แต่บัดนี้ อิหม่ามกลับถูกลอบสังหารและพระภิกษุถูกทำร้าย ซึ่งเป็นสิ่งชี้ชัดว่าผู้ลงมือกระทำมิได้ประสงค์ดีต่อสังคม แต่ต้องการจุดชนวนแห่งความแตกแยกขัดแย้งขึ้นในหมู่ประชาชน เป็นการสร้างความเลวร้ายอย่างยิ่งขึ้นในแผ่นดินที่ผู้คนควรอยู่ร่วมกันได้ในบรรยากาศแห่งมิตรภาพและสันติภาพ โดยมีบุคลากรที่เราเรียกกันว่า อิหม่ามและพระภิกษุ เป็นผู้สร้างสรรค์จรรโลง

การสังหารอิหม่ามและพระภิกษุสะท้อนความมืดบอดทางปัญญาของผู้ลงมือ และเป็นการกระทำที่บ่งชี้ว่าพวกเขาถูกครอบงำด้วยความคลั่งไคล้บางประการ จึงลงมือสังหารบุคคลที่เป็นกุญแจแห่งสันติภาพซึ่งทั้งพุทธและมุสลิมล้วนปรารถนาให้เกิดขึ้นในดินแดนนี้

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้สูญเสีย และขอประณามอย่างถึงที่สุดต่อฆาตกรที่มุ่งหมายทำลายสันติภาพและความสงบสุขเพียงเพื่อตอบสนองความคลั่งไคล้แห่งตน

เป็นการกระทำของอาชญากรมิใช่วีรชน เป็นการเดินตามก้าวย่างของซาตาน มิใช่การสมาทานคำสอนของศาสนาใด

ส่วน พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร พระนักคิดชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” เกี่ยวกับเรื่องราวความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ว่า

เพิ่งทราบข่าวว่า ท่านอาจารย์พระครูประโชติรัตนานุรักษ์ เจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดี และเป็นเจ้าอาวาสวัดรัตนานุภาพ ถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยิงจนมรณภาพที่วัดวันนี้ ขอกราบถวายความอาลัยอย่างสุดหัวใจ ขอถวายความสดุดีที่ท่านเป็นยอดแห่งพุทธบุตร ผู้มีหัวใจอันห้าวหาญในการรักษาพระศาสนา ขอบพระคุณที่ครั้งหนึ่งเคยเมตตาพาชมวัด หลวงพ่อท่านเป็นพระนักพัฒนา ที่วัดท่านไม่มีการปลุกเสกวัตถุมงคล เน้นการปลูกต้นไม้รอบวัด ใช้ลานวัดเป็นสถานที่อบรมธรรม งานบุญห้ามเล่นการพนันและดื่มเหล้าเด็ดขาด ไม่น่าเชื่อว่าที่จ.นราธิวาส จะมีวัดแบบนี้ 

นอกจากนี้ พระมหาไพรวัลย์ ยังได้โพสต์ประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้นอีกว่า…

อาตมาขอประณามเหตุการณ์อันโหดร้ายและป่าเถื่อน ที่กลุ่มผู้ก่อความรุนแรงได้ใช้อาวุธสงครามกราดยิงพระสงฆ์ที่วัดรัตนานุภาพ จนเป็นเหตุทำให้ท่านเจ้าคณะอำเภอสุไหงปาดีและพระสงฆ์อีก ๒ รูป ถึงแก่มรณภาพ

การกระทำดังกล่าว ถือเป็นการกระทำที่อุกอาจและเลวร้ายเกินวิสัยของมนุษย์ที่จะยอมรับได้ เขตพุทธวาส ถือเป็นเขตอภัยทาน และพระสงฆ์ที่มรณภาพ ล้วนเป็นผู้ปราศจากอาวุธในการเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น

อาตมาขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายโดยเร็ว ทั้งออกมาตการเร่งด่วน เพื่อรักษาไว้ซึ่งสันติสุขและความปลอดภัยของผู้คนในพื้นที่

ภายใต้ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ความเชื่อและศาสนา มนุษย์ทุกคนล้วนเกิดมาด้วยความปรารถนาที่จะมีสันติภาพและการดำรงชีวิตอยู่ด้วยความเป็นปกติสุข ไม่มีใครมีสิทธิ์พรากสองสิ่งนี้ไปจากผู้คนอื่น

ขณะที่ อุสตาซอับดุชชะกูร์ บินชาฟิอีย์ ดินอะ (อับดุลสุโก ดินอะ) กรรมการสภาประชาสังคมชายแดนใต้ ผู้ช่วยผู้จัดการโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ อ.จะนะ สงขลา ก็โพสต์ว่า “การฆ่านักบวชไม่ใช่วิถีญิฮาดและอิสลามห้าม”

“ขอแสดงความเสียใจต่อพระท่านและญาติโยม พร้อมประณามคนร้ายที่ล้ำเส้นฆ่าพระซึ่งในศาสนาอิสลามได้สั่งห้ามแม้ในภาวะสงคราม”

“ในขณะเดียวกันขอประนามการใช้ความรุนแรงในสถานที่การศึกษา และการทำลายเป้าหมายอ่อนรวมถึงบุคคลทางศาสนาไม่ว่าจะเป็นศาสนาใดก็ตาม ซึ่งเป็นปฏิบัติการผิดหลักการอิสลาม หลักการมนุษยธรรม และฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ”

ส่วนภาคประชาสังคมก็ได้ออกแถลงการณ์ร่วม กรณีการสังหารพระสงฆ์สองรูป วัดรัตนาสุภาพ สุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส และการสังหารอิหม่ามบ้านปูโปะ อ.รือเสาะ นราธิวาส โดยระบุว่า

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2562 มีเหตุการณ์ความรุนแรงที่วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก หมู่ 2 ตำบลโต๊ะเด็ง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เวลาประมาณ 20.30น. เป็นเหตุให้มีพระภิกษุ 2 รูปมรณภาพคือ พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาส และ พระสมุห์ อรรถ ขุนอำไพ นอกจากนั้นมีพระสงฆ์ที่ได้รับบาดเจ็บอีก 2 รูป คือ พระธนโชติ ชุมเลิศ ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ไหล่ซ้ายและเท้าซ้าย และพระประเวศน์ สุขแก้ว ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่ต้นขาขวาและไหล่ขวา เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี

บุคคลและองค์กรตามรายนามด้านล่างนี้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติและศาสนิกชนของผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และขอประนามผู้ที่ก่อเหตุร้ายซึ่งนอกจากจะเป็นการก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อพระสงฆ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งแล้ว ยังเป็นการจงใจเพื่อสร้างความขัดแย้งรุนแรงทางด้านศาสนาด้วย จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันประนามและยืนยันให้รัฐนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างจริงจังและเป็นธรรม

ทั้งนี้การลอบสังหารผู้นำศาสนาในทุกเหตุการณ์ย่อมนำมาซึ่งความแตกแยกและความขัดแย้งให้บาดลึกมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 มีการลอบสังหารนายดอเลาะ สะไร วัย 62 ปี โต๊ะอีหม่ามของมัสยิดบ้านปูโปะ อ.รือเสาะ นราธิวาสจนเสียชีวิต

พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ เจ้าอาวาสหรือพระสว่าง เวทหามะเป็นพระนักพัฒนา มีส่วนสำคัญในความพยายามสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมและเป็นนักศึกษาด้านสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า 

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนขวัญ กังวลและความหวาดกลัวอย่างมากต่อประชาชนและนักกิจกรรมภาคประชาสังคมอย่างมากว่าจะทำให้เกิดความรุนแรงตอบโต้สูงขึ้นอีก

ลงชื่อ

เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพ

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

คณะทำงานวาระผู้หญิงชายแดนใต้

ชมรมพุทธรักษา จังหวัดชายแดนใต้

กลุ่มใส่ใจกำปง

เครือข่ายทรัพยากรชายแดนใต้

สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี

สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี

มูลนิธิเพื่อการศึกษาและเยียวยาเด็กกำพร้า(feco) ฐิตินบ โกมลนิมิ

เครือข่ายพระธรรมทูตอาสา 5 จชต. 

เครือข่ายพุทธธรรมนำสันติสุข

ลงชื่อไว้ ณ เวลา 23.51

มะรอนิง สาแล

ปรัชญาเกียรติ ว่าโร๊ะ

สมัชชา นิลปัทม์

กลุ่มใส่ใจกำปง

เครือข่ายทรัพยากรชายแดนใต้

สมาคมลุ่มน้ำสายบุรี

สมาคมคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดปัตตานี

มูฮัมหาัดรุสดี เชคฮารุณ

นิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์

ดาราณี ทองศิริ

Rainbow Dream Group เชียงใหม่

กลุ่มรุ่งอรุณ จ.ลำปาง

กุลพัชร์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา

พักตรวิไล สหุนาฬ กลุ่มเยาวชนศีขรภูมิ

กลุ่มเยาวชนรือเสาะสมายล์ทีม

ทิชา ณ นคร

มัจฉา พระอินทร์

ซูไบดะห์ อับดุลลาเต๊ะ

เครือข่ายชุมชนน่าอยู่ชายแดนใต้

ชุมาพร แต่งเกลี้ยง

ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ลงชื่อเพิ่มเติม วันที่19 มกราคม 2562