ศาลฎีกาพิพากษายืน ยกฟ้อง “พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม” กับพวก หลุดคดีอุ้มฆ่า “อัลรูไวลี่”

17

ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ และพวก คดีอุ้มฆ่าโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2562 ที่ห้องพิจารณา 712 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำ อ.119/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ และอดีต ผบช.ภ.5 , พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท ผกก.สภ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน , พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี , พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง ตำรวจนอกราชการ เป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และขอให้ศาลมีคำสั่งคืนแหวนของกลางคืน ให้แก่ทายาทของนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ ด้วย

ซึ่งในคดีนี้ ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาวันที่ 31 มี.ค.57 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด เนื่องจากเห็นว่า ฝ่ายโจทก์ไม่ได้นำ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก พยานโจทก์ปากสำคัญเข้าเบิกความต่อศาล มีเพียงบันทึกคำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชัย เท่านั้นทั้งยังมีข้อพิรุธน่าสงสัยเกี่ยวกับแหวนทองคำของผู้ตาย พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธน่าสงสัย ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

ต่อมาวันที่ 3 พ.ค.59 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้องจำเลย เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการยื่นเบิกความพยานและหลักฐานเป็นพยานหลักฐานเดิมอีกทั้งพยานโจทก์ปากสำคัญ คือ พ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก มีการเบิกความกลับไปกลับมาในชั้นพนักงานสอบสวน ไม่อาจรับฟังได้ พยานแวดล้อมไม่สามารถยืนยันได้ว่าจำเลยที่ 2-5 ซึ่งเป็นตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.ท.สมคิด ได้นำตัวนายอัลรูไวลี ผู้เสียชีวิต เข้าไปในโรงแรมฉิมพลีจริง ส่วนแหวนที่อ้างว่าพบใกล้ถังน้ำมันในที่เกิดเหตุ ไม่มีญาติคนใดยืนยันได้ว่าเป็นของผู้เสียชีวิตจริงเเละมีประเด็นต้องสงสัยที่ไม่มีการนำแหวนวงนี้ส่งให้ตำรวจตรวจสอบ แต่ส่งให้ญาติเป็นผู้เก็บรักษา

โดยในวันนี้ พล.ต.ท.สมคิด เเละจำเลย 2-5 เดินทางมาศาล

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่า กรณีการให้ถ้อยคำในชั้นสอบสวนปากพ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก ซึ่งเป็นผู้ต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดมีนบุรีในคดีอุ้มฆ่าชาวลาวเเละได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งการให้ถ้อยคำทำนองว่าเป็นผู้ทีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์เเละขั้นตอนในการสังหารนาย โมฮัมหมัด อัลลูไวลี่ โดยระบุหลักฐานที่อ้างว่าเป็นเเหวนของนายอัลลูไวลี่ที่พบเจอ อยู่ใต้ถังน้ำมันที่เผาศพ เเต่เมื่อพิจารณาเเล้วการให้ถ้อยคำดังกล่าวมีการให้การกลับมาสับสน มีการกล่าวอ้างเเหวนขึ้นมาในภายหลังจากที่ศาลจังหวัดมีนบุรีลงโทษจำคุกพยานปาก พ.ต.ท.สุวิชชัย การให้ถ้อยคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอดังกล่าว จึงเชื่อว่าพยานมีการต่อรองคดี เพื่อให้ช่วยเหลือคดีที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต อีกทั้งในการพิจารณามีพยานปากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสภาพเเหวน พบเเต่เพียงว่าเคยถูกใช้งานเเต่ไม่ปรากฎว่าเเหวนดังกล่าวเคยถูกไฟไหม้มาก่อนตามที่พยานกล่าวอ้างว่ามีการพบเเหวนที่ก้นถังน้ำมัน อีกทั้งเมื่อนำเเหวนดังกล่าวมอบให้ญาติของนายอัลลูไวลี่ตรวจสอบก็ไม่มีญาติยืนยันว่าเเหวนดังกล่าวเป็นของนายอัลลูไวลี่จริง การรับฟังพยานต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน้อยรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง5กระทำความผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนยกฟ้อง

 

ขอบคุณ/ที่มา:มติชนออนไลน์