“อนาคตใหม่” ชี้ 6 พรรคผนึกต้าน “คสช.” สืบทอดอำนาจ ยันไร้ต่อรองการเมือง – จี้ กกต. เปิดคะแนนรายหน่วย

66
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวที่พรรคอนาคตใหม่ 27 มีนาคม 62 / ภาพ พีอาร์พรรคอนาคตใหม่

“อนาคตใหม่” ชี้ 6 พรรคร่วมสัตยาบันเพื่อผนึกต้าน คสช.สืบทอดอำนาจ แสดงจุดยืนที่ให้ไว้กับประชาชน ยันไร้ต่อรองการเมือง – เรียกร้องให้กกต.เปิดเผยข้อมูลคะแนนทั้งหมด

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการลงนามร่วมสัตยาบันกับพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคในช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เป็นการแสดงจุดยืนที่ให้ไว้กับประชาชน เพื่อหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของ คสช. ไม่มีเงื่อนไขการต่อรองตำแหน่งทางการเมือง หรือต่อรองตั้งรัฐบาล ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ และเชื่อมั่นว่าหากพรรคการเมืองสามารถร่วมมือกันแบบนี้ได้ จะสามารถหยุดยั้งอำนาจเผด็จการได้ โดยขอเชิญชวนพรรคการเมืองที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชนว่า ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ คสช. มาร่วมมือกัน

“นอกจากนี้ขอตั้งข้อสงสัยไปยัง กกต. ว่าการเลือกตั้งผ่านไป 3 วันแล้ว แต่ทำไมยังไม่สามารถประกาศผลคะแนนได้ ซึ่งการนับคะแนน การประกาศผลคะแนน การตรวจสอบข้อร้องเรียน และการรับรองผลการเลือกตั้งเป็นคนละส่วนกัน แต่ในขณะนี้ กกต.เอากรอบเวลามาเป็นข้ออ้างในการเปิดเผยคะแนน การเลือกตั้งครั้งนี้กกต.ได้ออกระเบียบมาข้อหนึ่งให้แสดงผลอย่างไม่เป็นทางการร้อยละ 95 ซึ่งในกฎหมายเลือกตั้งระบุเพียงแค่เรื่องการประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ร้อยละ 95 เพื่อให้เปิดประชุมสภาได้เท่านั้น จึงเรียกร้องให้ กกต.เปิดเผยคะแนนดิบทั้งหมดทันที ประชาชนกำลังจับตามองการทำงานของ กกต.ดังนั้น ควรพิสูจน์ตัวเองต่อสาธารณะชนทันทีว่าเป็นองค์กรอิสระอย่างแท้จริงหรือไม่ และขอให้พี่น้องสื่อมวลชน ตั้งข้อสงสัยนี้ นำไปถามกับ กกต.ว่า เหตุใดจึงไม่สามารถประกาศผลคะแนนได้ เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งไม่เกิน 7 ชั่วโมงก็รู้ผลคะแนนทั้งประเทศ” นายปิยบุตร กล่าว

ด้าน น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงการเดินทางไปทวงถามความโปร่งใสต่อกกต.ว่า เป็นภาระกิจของพรรคอนาคตใหม่ เรียกร้องให้กกต.เปิดเผยข้อมูลคะแนนทั้งหมด ตามนโยบาย open data ที่เราเคยหาเสียงไว้กับประชาชน และเช่นเดียวกันที่วันนี้ 6 พรรคการเมืองที่ผนึกกำลังกัน ก็ได้ส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือขอให้เปิดเผยผลคะแนนดิบรายหน่วย เพื่อแสดงให้เห็นความโปร่งใสในการเลือกตั้ง

“ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐตั้งข้อสงสัยว่าทำไมพรรคฝั่งประชาธิปไตย รีบร้อนรวบรวมเสียงข้างมากทั้งทีคะแนนยังไม่นิ่ง ก็ขอถามกลับไปยังพรรคพลังประชารัฐว่า ทำไมถึงพูดว่าคะแนนยังไม่นิ่ง คำถามนี้มีนัยยะสำคัญอย่างไรหรือไม่ ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่าการรวมตัวของทั้ง 6 พรรคไม่ชอบธรรม ทั้งที่พรรคพลังประชารัฐมีคะแนนดิบมากที่สุดนั้นไม่เป็นความจริง เพราะถ้าจะดูคะแนนดิบ แค่ของพรรคเพื่อไทยและพรรคอนาคตใหม่ก็มากกว่าคะแนนของพลังประชารัฐแล้ว แต่ที่สำคัญการเลือกนายกรัฐมนตรีในประเทศไทยใช้การเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรที่ได้เสียงอันดับหนึ่งมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล และแน่นอนว่า 6 พรรคคือพรรคการเมืองที่มีความชอบธรรมและต้องดำเนินการให้เกิดขึ้น เพื่อยับยั้ง ส.ว. 250 คน ไม่ให้มีอำนาจเหนือคะแนนเสียงที่ประชาชนเลือก ส.ส.เข้ามา” น.ส.พรรณิการ์ กล่าว