เปิดปูม “IRGC : กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม“ กองทัพซ้อนกองทัพแห่งอิหร่าน

3675

ภายใต้ระบอบการเมืองการปกครองแบบผสมผสานระหว่าง “ประชาธิปไตย” กับ “อิสลามตามแนวคิดอิมามโคมัยนี”  หรือ “ระบอบวิลายะตุลฟะกี” ที่ให้อำนาจการชี้นำสังคมอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนักการศาสนา ทำให้อิหร่านมีระบบปกครองที่ทั้งซับซ้อนและทับซ้อนในหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ กรณีของ “กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม” หรือ  “IRGC” (Islamic Revolutionary Guard Corps)

IRGC เป็นกองกำลังทหารชั้นยอดของอิหร่าน ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ 40 ปีที่แล้ว เพื่อรับผิดชอบในการปกป้อง “ระบอบการปกครองอิสลามอิหร่าน” จากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก และเพื่อถ่วงน้ำหนักกับกองกำลังปกติ

มันได้กลายเป็นกองทัพสำคัญทางการเมืองและเศรษฐกิจในอิหร่าน โดยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้นำสูงสุด “อายะตุลเลาะห์ อะลี คาเมเนอี”

IRGC มีกองกำลังภาคพื้นดินกองทัพเรือ และกองทัพอากาศ เป็นของตนเอง ทั้งเป็นผู้ดูแลอาวุธยุทโธปกรณ์ของอิหร่าน คาดว่าจะมีบุคลากรที่ประจำการมากกว่า 120,000 – 150,000 นาย

นอกจากนี้ยังควบคุมดูแลกองกำลังอาสาสมัคร “บาซีจ” (Basij) ที่มีกำลังประจำการและกองหนุนที่พร้อมเรียกร่วม 1 ล้านคน

แต่บางที  กองกำลังของ IRGC ที่โดดเด่นที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็คือ “กองกำลังกุดส์” (Quds) ซึ่งกล่าวกันว่ารัฐบาลอิหร่านใช้เพื่อดำเนินการตามเป้าหมายนโยบายต่างประเทศ ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์นี้คือ “กอซิม สุไลมานี” (Qasem Soleimani) นายพลผู้มีชื่อเสียงของอิหร่าน แม้กระทั่งสื่อตะวันตกก็ยังเคยยกให้เขาเป็น “ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในตะวันออกกลาง”

การก่อตั้ง  “IRGC”

“กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม” หรือ  “IRGC” (Islamic Revolutionary Guard Corps) ชื่อเต็มในภาษาเปอร์เซีย ว่า “เซเปาะห์ พอสดอรอน เองเกลอบ อิสลอมี” เรียกสั้นๆ ว่า  “เซเปาะห์” หรือ “เซปะห์” (Sepah) ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤษภาคม ปี 1979 คล้อยหลังการปฏิวัติอิสลามของอิหร่านราว 3 เดือน ตามคำสั่งของอิมามโคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติ

วัตถุประสงค์ในตอนนั้นก็เพื่อปกป้องการปฏิวัติอิสลามและระบอบการปกครองใหม่ภายใต้การนำของนักการศาสนาที่เพิ่งตั้งไข่ โดยการรวบรวมทหารจากหลายหน่วยที่มีความภักดีต่อระบอบการปกครองใหม่ ซึ่งมาจากแนวคิดที่ว่าต้องมีกองกำลังเป็นของตัวเอง เพราะความไม่ไว้วางใจกองทัพเดิมที่เคยภักดีต่อกษัตริย์ชาห์

ในระยะแรกของการก่อตั้ง “IRGC” นั้นเน้นไปที่การป้องกัน “ภัยคุกคามภายใน” เป็นหลัก

ซึ่งภัยคุกคามภายในสำคัญของระบบการปกครองใหม่ขณะนั้น ประการแรกคือ “กองทัพอิหร่านเดิม” ที่เคยเป็นกองกำลังของกษัตริย์ชาห์ เพิ่งยอมถอยจากการปกป้องระบบการปกครองเดิมหลังจากโคมัยนีกลับประเทศแล้ว และยังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับระบบการปกครองใหม่ การก่อตั้งกองกำลัง IRGC ขึ้นมาก็เพื่อคานอำนาจกับกองทัพ และป้องกั้นความเป็นไปได้ที่กองทัพจะเข้าแทรกแซงล้มระบบการปกครองใหม่ที่ยังไม่มีเสถียรภาพ

สัญลักษณ์กองกำลัง IRGC

ประการต่อมา คือขบวนการต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน แกนหลักในยุคแรกๆ คือ “กลุ่มมุญาฮิดีนคัลก์” หรือ “เอ็มเคโอ” (People’s Mojahedin Organization of Iran หรือ the Mojahedin-e Khalq ชื่อย่อ MEK, PMOI หรือ MKO) ซึ่งเป็นองค์กรสังคมนิยมอิสลาม นิยมลัทธิมาร์กและอิสลาม ต่อต้านตะวันตกและต่อต้านการปกครองของชาห์มาตั้งแต่ก่อนการปฏิวัติอิสลาม มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอิหร่าน แต่ต่อมาปฏิเสธแนวทางการปกครองประเทศของโคมัยนี และกลายเป็นองค์กรที่อยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลใหม่

นอกจากนั้น ในการปกป้องระบอบอิสลาม จาก “การแทรกแซงโดยต่างชาติ” ก็เป็นบทบาทหน้าที่สำคัญของพวกเขา เช่นเดียวกับการต่อต้านรัฐประหารโดยทหาร หรือบ่อนทำลายโดยสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ขบวนการที่เบี่ยงเบน” 

ต่อมาไม่นานหลังการก่อตั้ง IRGC ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ในสมรภูมิระหว่างประเทศ เมื่อ “สงครามอิรัก-อิหร่าน” ปะทุขึ้น

การก่อตั้ง IRGC ถูกบรรจุในรัฐธรรมนูญอิหร่าน มาตรา 150 ในเวลาต่อมา ซึ่งระบุไว้ว่า “กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามซึ่งจัดตั้งขึ้นในช่วงแรกของชัยชนะแห่งการปฏิวัตินี้ จะต้องถูกผดุงรักษาไว้เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปในบทบาทของการปกป้องการปฏิวัติและผลสัมฤทธิ์ของมัน