อิสราเอลทำลายหลักฐาน “ก่ออาชญากรรม” ต่อชาวปาเลสไตน์ในช่วง “วันนักบา”

127
แฟ้มภาพ : ชาวปาเลสไตน์หลบหนีจากบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเขาในช่วงปี 1948 ในเหตุการณ์นักบา หรือ ’หายนะครั้งใหญ่'

MEMO –  ราวหนึ่งทศวรรษแล้วที่ทีมงานกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลได้เริ่มกำจัดและซ่อนเอกสารจากคลังเอกสารอิสราเอลที่เกี่ยวข้องกับการก่ออาชญากรรมต่อชาวปาเลสไตน์ในช่วงวันนักบา (Nakba) ปี 1948 หนังสือพิมพ์ฮาอะเร็ตส์ (Haaretz) ของอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา

ในรายงานขนาดยาว ฮาอะเร็ตส์กล่าวว่า นอกเหนือจากการลบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และความสัมพันธ์ภายนอกประเทศของอิสราเอล ทีมกระทรวงกลาโหมได้ซ่อนเอกสารหลายร้อยรายการอย่างเป็นระบบเพื่อพยายามลบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับวันนักบา

ฮาเร็ตซ์ตั้งข้อสังเกตว่าการกำจัดเอกสารประวัติศาสตร์นี้ถูกสังเกตพบเป็นครั้งแรกโดย สถาบันอะเควอตเพื่อการวิจัยความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ (Akevot Institute for Israeli-Palestinian Conflict Research)

“ตามรายงานที่จัดทำโดยสถาบันนี้ หัวหอกการดำเนินงานนี้นำโดย “มัลมาบ” (Malmab) แผนกความมั่นคงลับของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล”

“ รายงานยืนยันว่า มัลมาบลบเอกสารทางประวัติศาสตร์อย่างผิดกฎหมายและไม่มีอำนาจ และอย่างน้อยในบางกรณีก็มีการปิดผนึกเอกสารซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตรวจสอบแล้วว่าให้เผยแพร่ได้โดยเซ็นเซอร์ทางทหาร เอกสารบางส่วนที่อยู่ในห้องใต้ดินก็เคยถูกเผยแพร่แล้ว”

อ้างอิงจากฮาอะเร็ตซ์ มัลมาบ (Malmab) เป็นคำย่อจากภาษาฮิบรู ของ “ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงเพื่อองค์การป้องกัน (director of security of the defense establishment)

ในปี 1948 ชาวปาเลสไตน์จำนวน 750,000 คน ถูกบังคับให้ต้องละทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดและทรัพย์สิน เพื่อหลบหนีจากกลุ่มติดอาวุธของไซออนิสต์ซึ่งได้สังหารหมู่ชาวปาเลสไตน์ในหมู่บ้าน ชุมชน และเมืองต่างๆ โดยชาวปาเลสไตน์เรียกวันนี้ว่า “วันนักบา” อันมาจากภาษาอาหรับที่แปลว่า “วันแห่งหายนะ”

ตั้งแต่นั้นมาอิสราเอลได้ปฏิเสธที่จะให้ผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์เดินทางกลับบ้านเกิด แม้จะมีมติของสหประชาชาติหลายประการซึ่งระบุว่าควรทำเช่นนั้น

ฮาเร็ตซ์กล่าวว่า ในรายงานการสอบสวน “พบว่ามัลมาบได้ปกปิดคำให้การของนายพล IDF (กองกำลังป้องกันอิสราเอล) เกี่ยวกับการสังหารพลเรือน และการทำลายหมู่บ้าน รวมถึงเอกสารการขับไล่ชาวเบดูอินในช่วงทศวรรษแรกของการเป็นมลรัฐ”

นอกจากนี้รายงานยังกล่าวว่า การสนทนา “กับผู้อำนวยการหอจดหมายเหตุของรัฐและเอกชนเปิดเผยเหมือนกันว่า เจ้าหน้าที่ของฝ่ายความมั่นคงได้ปฏิบัติต่อคลังหอจดหมายเหตุเสมือนเป็นทรัพย์สินของพวกเขา ในบางกรณีมีการคุกคามกรรมการด้วยตนเอง”

หนังสือพิมพ์อิสราเอลฉบับนี้เปิดเผยว่า เยเฮล โฮเรฟ (Yehiel Horev) ผู้เป็นหัวหน้าหน่วยมัลบาบ มาสองทศวรรษจนถึงปี 2007 ยอมรับว่า “เขาเป็นคนเปิดตัวโครงการนี้ ซึ่งยังคงดำเนินการอยู่”

ฮาอะเร็ตส์ยังรายงานด้วยว่า “เขายืนยันว่ามันสมเหตุสมผลที่จะปกปิดเหตุการณ์ในปี 1948 เพราะการเปิดเผยมันสามารถสร้างความไม่สงบในหมู่ประชากรอาหรับของประเทศนี้ได้”

ในการตอบคำถามของฮาอะเร็ตส์เกี่ยวกับเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการกำจัดเอกสารทั้งที่มันอยู่ในมือของสาธารณชนแล้ว โฮเรฟบอกว่า “อธิบายได้ว่า วัตถุประสงค์คือการทำลายความน่าเชื่อถือของการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของปัญหาผู้ลี้ภัย”

ตามที่ฮาอะเร็ตส์ระบุ โฮเรฟเชื่อว่า “ข้อกล่าวหาจากนักวิจัยที่เมื่อตรวจสอบกลับไปยังเอกสารต้นฉบับจะไม่เหมือนกัน อันเสมือนเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่สามารถพิสูจน์หรือปฏิเสธได้”

ทั้งนี้ฮาอะเร็ตส์พูดถึงเนื้อหาของเอกสารหนึ่งฉบับในตอนต้นของรายงาน ซึ่งเขียนว่า: “ซัฟซัฟ [หมู่บ้านอดีตชาวปาเลสไตน์ใกล้กับซาเฟด] มีผู้ชาย 52 คนถูกจับไว้ มัดพวกเขาเข้าด้วยกัน ขุดหลุมและยิงพวกเขา สิบคนยังคงชักกระตุก ผู้หญิงเข้ามาขอความเมตตา พบศพผู้สูงอายุ 6 คน มีศพ 61 ร่าง 3 กรณีถูกข่มขืน หนึ่งในนั้นจากหมู่บ้านซาเฟด หญิงสาว 14 คนชาย 4 คนถูกยิงและสังหาร ในจำนวนนี้มีหนึ่งคนถูกพวกเขาตัดนิ้วด้วยมีดเพื่อถอดเอาแหวน”

คลิ๊กอ่านรายงานฉบับเต็มภาษาอังกฤษจากฮาอะเร็ตส์