หน้าแรก ต่างประเทศ ตะวันออกกลาง

‘เราจะต่อต้านมันผู้ใดก็ตามที่อยู่ฝ่ายอิสราเอล” แอร์โดกันเปิดศึกนำ้ลายฉะเนทันยาฮู

135
© AP Photo / Presidential Press Service/Pool via Sputnik

สปุตนิก – ประธานาธิบดีตุรกี เรเยบ  ตอยยิบ แอร์โดกัน ได้กล่าวโจมตีอิสราเอลด้วยวาจาอีกครั้ง โดยเขากล่าวว่า “ใครก็ตามที่อยู่ฝ่ายอิสราเอล ก็ให้ทุกคนพึงรู้ว่าเราต่อต้านพวกเขา”

ในการพูดระหว่างการประชุมของพรรค AKP ที่อังการาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (29 ก.ค.)  แอร์โดกันกล่าวว่ารัฐบาลตุรกีไม่ “ยินยอมกับการนิ่งเงียบต่อการสร้างความหวาดกลัวของรัฐที่อิสราเอลกระทำอย่างโจ่งแจ้งในปาเลสไตน์”

ก่อนหน้านี้เมื่อมีนาคมต้นปี แอร์โดกันกล่าวถึงเนทันยาฮูที่เผชิญข้อกล่าวหาการคอร์รัปชั่น ว่าเป็น “ผู้นำหัวขโมยแห่งอิสราเอล” 

แอร์โดกัน ยังระบุถึงเนทันยาฮู ว่าเป็น “ทรราชผู้ซึ่งสังหารเด็กชาวปาเลสไตน์อายุ 7 ปี”

ขณะที่นายกรัฐมนตรีอิสราเอลก็ตอบโต้กลับอย่างรวดเร็วด้วยการกล่าวหาประธานาธิบดีตุรกีว่า กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวเคิร์ด และเรียกเขาว่า “เผด็จการที่ส่งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหลายหมื่นคนเข้าคุก กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กับชาวเคิร์ด และยึดครองไซปรัสเหนือ”

แอร์โดกันกล่าวถึงกฎหมายฉบับใหม่ที่ระบุให้อิสราเอลเป็นรัฐยิวเมื่อปีที่แล้ว ว่า “ วิญญาณฮิตเลอร์ซึ่งทำให้โลกตกอยู่ในหายนะครั้งใหญ่ได้เกิดขึ้นอีกครั้งในหมู่เจ้าหน้าที่อิสราเอลบางคน” เนทันยาฮูตอบโต้กลับโดยกล่าวว่า“ ชายผู้ส่งทหารตุรกีหลายพันคนไปยึดครองไซปรัสเหนือและรุกรานซีเรีย ไม่อาจมาสั่งสอนเรา”

ความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลและตุรกีเลวร้ายลงหลังการเริ่มต้นประท้วงเรียกร้องสิทธิกลับสู่มาตุภูมิของชาวปาเลสไตน์ซึ่งเรียกว่า Great March of Return ในฉนวนกาซาในเดือนมีนาคม 2018 เหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปสู่การใช้ความรุนแรงและก่อให้เกิดการปะทะกันอย่างหนักหน่วงระหว่างชาวปาเลสไตน์และตำรวจอิสราเอล

ความรุนแรงขึ้นสู่จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2018 ซึ่งเป็นวันเปิดทำการของสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงเยรูซาเล็มอย่างเป็นทางการ ซึ่งเกิดขึ้นคล้อยหลังหกเดือนที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล