หน้าแรก รายงานพิเศษ รายงานต่างประเทศ

‘นี่คือดินแดนของเรา’ เนทันยาฮูสาบานจะ ‘ขยายอำนาจอธิปไตยชาวยิว’ ไปยังนิคมในเวสต์แบงก์

91
© REUTERS / Amir Cohen via Sputnik

Sputnik – นิคมตั้งถิ่นฐานของชาวยิวในเวสต์แบงก์เป็นหนึ่งในเรื่องถกเถียงที่ขัดแย้งกันมากที่สุดระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ ฝ่ายหลังคัดค้านการก่อสร้างและการขยายตัวของชุมชนชาวอิสราเอลในเวสต์แบงก์อย่างรุนแรงโดยอ้างถึงกฎหมายระหว่างประเทศ ในขณะที่ชาวอิสราเอลที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานเชื่อว่าดินแดนนี้เป็นดินแดนในอดีตของพวกเขา

กระนั้น นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนาทันยาฮู ได้ให้คำมั่นอีกครั้งที่จะตั้งนิคมชาวยิวในเวสต์แบงก์ภายในเขตแดนของอิสราเอล ขณะที่ประเทศกำลังเตรียมการเลือกตั้งใหม่ในเดือนนี้

“ ด้วยความช่วยเหลือของพระเจ้า เราจะขยายอำนาจอธิปไตยของชาวยิวไปสู่นิคมทั้งหมดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน (พระคัมภีร์) ของอิสราเอล ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของรัฐอิสราเอล” เนทันยาฮูกล่าวที่นิคมตั้งถิ่นฐานเอลกานา (Elkana) ในเวสต์แบงก์ เมื่อวันอาทิตย์ (1 ก.ย.) ในพิธีเปิดปีการศึกษาใหม่

“นี่คือดินแดนของเรา” เขากล่าวเสริมตามที่รอยเตอร์อ้าง “เราจะสร้างนิคมอีกแห่ง และอีกแห่ง และอีกแห่ง เราจะไม่ถอนผู้ใดออกจากที่นี่”

เนทันยาฮู – ผู้นำพรรคลิคุด – วางคำมั่นนี้เป็นหัวใจของการรณรงค์หาเสียงของเขาตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติในเดือนเมษายน ในเวลานั้นพรรคของเขาล้มเหลวในการดึงเสียงข้างมากในสภา ทำให้ไมสามารถจัดตั้งรัฐบาล และรัฐสภาลงมติให้ยุบสภาและนำไปสู่การเลือกตั้งอย่างรวดเร็วซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 17 กันยายน ที่จะถึงนี้

ฝ่ายปาเลสไตน์ประกาศ “ไม่มีการแบ่งพื้นที่อีกต่อไป”

ในขณะเดียวกันรัฐบาลปาเลสไตน์ซึ่งควบคุมบางส่วนของเวสต์แบงก์ได้ประกาศในช่วงสุดสัปดาห์ว่า จะตนจะรักษาดินแดนเวสต์แบงก์ทั้งหมดให้เป็นดินแดนปาเลสไตน์ ตามที่สื่อท้องถิ่นกล่าว

ภายใต้สนธิสัญญาออสโล ฝั่งเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ได้แก่ พื้นที่ A ซึ่งรวมถึงเมืองปาเลสไตน์ขนาดใหญ่ทั้งหมดและอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ พื้นที่ B ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของพลเรือนและการควบคุมความปลอดภัยของอิสราเอล และพื้นที่ C ควบคุมโดยอิสราเอลเท่านั้น

พื้นที่ A และพื้นที่ B คิดเป็น 18 และ 22 เปอร์เซ็นต์ของเวสต์แบงก์ตามลำดับและเป็นบ้านของชาวปาเลสไตน์เกือบ 2.8 ล้านคน ขณะที่ชาวปาเลสไตน์ประมาณ 390,000 คนอาศัยอยู่ในเขต C ซึ่งได้เห็นพัฒนาการของการตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง

ส่วนหนึ่งของการนิคมชาวยิว Maale Adumim ทางตะวันออกของกรุงเยรูซาเล็ม อิสราเอลได้อนุมัติบ้านใหม่ 560 หลังสำหรับการตั้งนิคมนี้ในเวสต์แบงก์ โฆษกของการตั้งถิ่นฐานกล่าวเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2016 โดยมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มความตึงเครียดหลังจากการโจมตีของชาวปาเลสไตน์ (แฟ้มภาพ)

รัฐบาลปาเลสไตน์ได้ประกาศยกเลิกการแบ่งพื้นที่นี้ฝ่ายเดียว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนในทางปฏิบัติอย่างไรเพื่อยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน รัฐบาลอิสราเอลซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ที่จะยอมให้มีการควบคุมพื้นที่ B และ C ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใด

ในเดือนกรกฎาคม มาห์มุด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ กล่าวว่า ปาเลสไตน์จะระงับข้อตกลงก่อนหน้านี้ทั้งหมดที่ทำกับอิสราเอล รวมถึงความร่วมมือด้านความมั่นคง การประกาศนี้เกิดขึ้นนานหลังจากกองกำลังอิสราเอลเข้าทำลายยับเยินต่อสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “บ้านของปาเลสไตน์ที่สร้างขึ้นอย่างผิดกฎหมายในเยรูซาเล็มตะวันออก”

เครื่องจักรของอิสราเอลรื้อถอนอาคารของชาวปาเลสไตน์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยอพาร์ตเมนต์และร้านอาหาร เนื่องจากเจ้าของอาคารแจ้งได้รับแจ้งจากกองกำลังอิสราเอลว่าพวกเขาไม่ได้รับใบอนุญาตในก่อสร้างในย่าน Beit Jala ในเขตเวสต์แบงก์ / 26 สิงหาคม 2019

ข้อพิพาทการตั้งนิคม

การสาบานในวันอาทิตย์ของเนาทันยาฮูและการเคลื่อนไหวของรัฐบาลปาเลสไตน์เป็นอุปสรรคสำคัญอีกประการหนึ่งต่อกระบวนการสันติภาพที่จนตรอกแล้ว

ชาวปาเลสไตน์กำลังพยายามตั้งรัฐเอกราชที่จะรวมฝั่งเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาด้วยกัน โดยมีเมืองหลวงในเยรูซาเล็มตะวันออก และหากนิคมของชาวยิวที่ตั้งในเวสต์แบงก์กลายเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอลมันก็จะบ่อนทำลายความสมบูรณ์ของดินแดนของรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต

นิคมตั้งถิ่นฐานของอิสราเอลบนยอดเขาย่าน Givat Ze’ev ในเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง 7 กุมภาพันธ์ 2017

ฝั่งตะวันตกและฉนวนกาซามาอยู่ภายใต้การปกครองของทหารอิสราเอลในช่วงสงครามหกวัน ปี 1967 ในขณะที่อิสราเอลถอนกำลังออกจากกาซาเพียงที่เดียวและรื้อถอนการตั้งถิ่นฐานของชาวยิวทั้งหมดที่นั่นในปี 2005 แต่ก็มีการส่งเสริมนโยบายการตั้งถิ่นฐานในเวสต์แบงก์

ทุกวันนี้ตามการประมาณการของสหประชาชาติมีชาวอิสราเอลมากกว่า 400,000 คนอาศัยอยู่ในที่นิคมตั้งถิ่นฐานเกือบ 230 แห่งในเวสต์แบงก์พร้อมกับอีก 200,000 คนที่อาศัยอยู่ในเยรูซาเล็มตะวันออก

ชาวปาเลสไตน์ได้ประณามการตั้งนิคมมานานแล้ว ในขณะที่สหประชาชาติมองว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย อิสราเอลปกป้องสิทธิ์ในการตั้งนืคมในดินแดนปาเลสไตน์โดยอ้างถึงการเชื่อมต่อทางประวัติศาสตร์กับดินแดนรวมถึงปัญหาด้านความมั่นคง

บ้านของชาวปาเลสไตน์ด้านหน้าของชุมชนชาวยิวในเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองโดยอิสราเอล © Reuters / Mussa Qawasma

แผนสันติภาพของทรัมป์

รัฐบาลทรัมป์ซึ่งให้การสนับสนุนแก่เทลอาวีฟในความขัดแย้งกับชาวปาเลสไตน์คาดว่าจะเปิดเผยแผนสันติภาพหลังจากการเลือกตั้งในอิสราเอลในเดือนกันยายนที่จะถึง

รายละเอียดของแผนยังคงเป็นความลับ แต่คาดว่าจะยกเลิกการแก้ปัญหาแบบสองรัฐซึ่งเป็นหัวใจของการเจรจาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา และเสนอแรงจูงใจทางการเงินสำหรับชาวปาเลสไตน์แทน

แต่ผู้นำปาเลสไตน์ไม่ยอมรับข้อเงื่อนไขเหล่านี้ เนื่องจากพวกเขาไม่ได้หมายถึงการจัดตั้งรัฐเอกราชที่แยกต่างหาก

ในเดือนมิถุนายน จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยและที่ปรึกษาอาวุโสของทรัมป์ ซึ่งเป็นสถาปนิกของแผนสันติภาพนำเสนอส่วนหนึ่งของแผนทางการเงินในการประชุมที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯในบาห์เรน แต่ถูกคว่ำบาตรโดยชาวปาเลสไตน์