สกพอ.จับมือUNIDO และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกแสดงศักยภาพการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน Circular Economy

9

วันที่ 1 พย. 2562 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนา “Seminar during the 35thASEAN Summit in Thailand onCircular Economy, Waste Management and Sustainability” จัดขึ้นร่วมกันโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Industrial Developments Organization-UNIDO) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) เพื่อแสดงศักยภาพและความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ EEC ให้เกิดความยั่งยืนทั้งทางเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมบนหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และแลกเปลี่ยนประสบการณ์การดำเนินงานของภาครัฐและภาคเอกชนของไทยในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเช่นการจัดการขยะและการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนก่อนที่จะมีการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้องระหว่างวันที่ 2-4 พฤศจิกายน 2562 ที่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนเป็นเจ้าภาพ

 

การประชุมสัมมนาฯครั้งนี้สกพอ. UNIDO และอบก. จะได้ร่วมกันเผยแพร่ต้นแบบการดำเนินงาน Circular Economy การพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์ที่มีการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมโดยพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือEEC เป็นต้นแบบรวมทั้งนำเสนอกลยุทธ์การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของ EEC ที่จะมีแนวทางการกำจัดขยะการจัดการน้ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาคซึ่งจะช่วยยกระดับการส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายที่คู่ไปกับการนำระบบCircular Economy มาปรับใช้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้การพัฒนาพื้นที่ EEC ได้ออกแบบการใช้พื้นที่ให้สอดคล้องกับการเคลื่อนย้ายประชากรและผลักดันให้บรรลุเป้าหมายทางสิ่งแวดล้อมเช่นการบริหารจัดการน้ำการลดก๊าซเรือนกระจกและที่สำคัญคือการร่วมขับเคลื่อนจัดการปัญหาขยะกับภาคประชาชนภาคเอกชนผู้นำท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องซึ่งปัจจุบันได้เริ่มดำเนินการเป็นรูปธรรมเช่นการบริหารจัดการขยะแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดระยองหรือ Rayong Model ที่ใช้รูปแบบของโรงไฟฟ้าขยะชุมชนและโครงการ EEC square ที่สกพอ.ได้เข้ารณรงค์สร้างความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสถานศึกษาเพื่อปลูกฝังให้เยาวชนร่วมเป็นเครือข่ายในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืนในอนาคตเป็นต้น