ชีอะห์สุดทน ดาหน้าฉะ “มุสลิมไทยโพสต์” สื่อไร้จรรยาบรรณ แพร่ข่าวปลอม บิดเบือนใส่ร้าย

2345
มุสลิมไทยโพสต์ ข่าวปลอมชีอะห์

มุสลิมชีอะห์สุดทน ดาหน้าตอบโต้ ประณาม “มุสลิมไทยโพสต์” ว่าเป็นสื่อมุสลิมที่ไร้จรรยาบรรณ หลังเผยแพร่ข่าวปลอม ซึ่งหยิบมาจากสื่อจานดำวะฮาบี ที่จงใจบิดเบือนใส่ร้าย เพราะอคติกับชีอะห์

กลายเป็นกระแสร้อนแรงในโลกออนไลน์ หลัง “มุสลิมไทยโพสต์” หนึ่งในสื่อมุสลิมที่ได้รับความนิยมเผยแพร่รายงานในเว็บไซต์ของตน เรื่อง “ผู้รู้ใหญ่ชีอะฮฺฟัตวา!อนุญาตสุบบุหรี่ หลับนอนกับภรรยา และเคี้ยวหมากฝรั่งได้ในขณะถือศีลอด”

รายงานดังกล่าวเขียนถึงหลักปฏิบัติในการถือศีลอดของมุสลิมชีอะห์ โดยอ้างว่า นักการศาสนาอาวุโสของมุสลิมชีอะห์ “อะลี อัลฮุซัยนี อัลซิซตานี“ มีทัศนะที่แปลกประหลาดและขัดคำสอนของอิสลามในเรื่องการถือศีลอด ที่ผ่อนปรน 4 ประการให้ชาวชีอะห์ทำได้ขณะถือศีลอดในตอนกลางวัน คือ

1. อนุญาติให้เคี้ยวหมากฝรั่งได้ 2. อนุญาตให้ร่วมหลับนอนกับภรรยาได้ในตอนกลางวัน 3. จำเป็นต้องละศีลอดขณะที่เเดินทางออกจากบ้านไม่ว่าใกล้หรือไกล แม้กระะทั่งเดินทางข้ามแม่น้ำก็ตาม และ 4. อนุญาตให้สูบบุหรี่ได้ระหว่างถือศีลอด

รายงานที่บิดเบือนของมุสลิมไทยโพสต์ ที่ขณะนี้ได้ถูกลบออกจากเว็บไซต์ไปแล้ว

ซึ่งหลัง “มุสลิมไทยโพสต์” เผยแพร่รายงานชิ้นนี้ไป โซเชียลของชาวมุสลิมชีอะห์ในไทยจำนวนมากก็ได้ออกมาตอบโต้รายงานข่าวของมุสลิมไทยโพสต์ว่า เป็นข้อมูลเท็จ ที่ถูกกุขึ้นอย่างไร้ที่ไปที่มา พร้อมทั้งประณามว่าเป็นการรายงานข่าวปลอม ที่จงใจบิดเบือนใส่ร้ายชาวมุสลิมชีอะห์ อันเนื่องจากความอคติทางนิกาย

เป็นที่น่าสังเกตว่า “มุสลิมไทยโพสต์” ได้อ้างอิงข้อเขียนดังกล่าวมาจาก ไวท์นิวส์ (white news) ซึ่งเป็นสื่อของมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ ที่อยู่ในสายนิกายวะฮาบี และเป็นไม้เบื่อไม้เมากับมุสลิมนิกายชีอะห์มาโดยตลอด และ ไวท์นิวส์ เป็นสื่อที่มักนำข่าวข่าวปลอม ข่าวเท็จ เกี่ยวกับมุสลิมชีอะห์มาเผยแพร่อยู่เนืองๆ อันเนื่องจากความอคติทางนิกายระหว่างสองกลุ่มนี้

ส่วนหนึ่งจากโซเชียลของชาวมุสลิมชีอะห์ในไทยที่ออกมาประณามและตอบโต้รายงานข่าวของมุสลิมไทยโพสต์ว่า เป็นข้อมูลเท็จ

จากการตรวจสอบของผู้สื่อข่าวเดอะพับลิกโพสต์พบว่า หลังถูกก่นดาประณามอย่างหนักจากมุสลิมชีอะห์ ขณะนี้ “มุสลิมไทยโพสต์”ได้ลบข่าวดังกล่าวออกจากเว็บไซต์ของตนไปแล้ว

มุสลิมชีอะห์คนหนึ่งที่ขอไม่เปิดเผยตนได้บอกกับผู้สื่อข่าวเดอะพับลิกโพสต์ว่า ในหมู่ชาวชีอะห์ได้มีการพูดคุยกับนักกฎหมายถึงแนวทางที่จะดำเนินคดี ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ผ่านทางกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) รวมทั้งการแจ้งไปยัง ‘ศูนย์ต้านเฟคนิวส์’ ของกระทรวงดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเป็นอุทาหรณ์ไม่ให้มีการผลิตซ้ำข้อความสร้างความจงเกลียดจงชัง และข่าวปลอมอีกในอนาคต รวมทั้งมีการพูดคุยถึงการทำหนังสือเปิดผนึกเพื่อตอบโต้และประณามการกระทำดังกล่าวด้วย

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สื่อนี้รายงานข่าวเท็จในลักษณะจงใจสร้างความเกลียดชังระหว่างนิกาย เพื่อหวังผลยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องชีอะห์เท่านั้น แต่ในเรื่องอื่นๆ ก็เช่นกันที่รายงานข่าวในลักษณะนี้ ที่ปราศจากการกลั่นกรอง จนกล่าวได้ว่าไร้จรรยาบรรณ และไม่ควรอ้างตัวเป็นสื่อมุลิมอีกต่อไป ดังนั้นจึงอาจจำเป็นที่ต้องดำเนินการอะไรบางอย่างเพื่อแสดงจุดยืนต่อเรื่องนี้“ ชายชีอะห์คนนี้กล่าว

ล่าสุด ผู้ใช้ชื่อ “เอกภาพ ชัยศิริ” ซึ่งคาดว่าจะเป็นนักวิชาการมุสลิมชีอะห์ไทยได้เขียนบทความตอบโต้รายงานนี้ของมุสลิมไทยโพสต์เผยแพร่ผ่านกลุ่มเฟสบุ๊ค ใครคือซุนนะห์ทีแท้จริง ในชื่อเรื่อง เพจมุสไทยโพสต์ไร้จรรยาบันของความเป็นสื่อกล้าสร้างฟิตนะห์และสร้างเรื่องเท็จไม่เว้นแม้แต่เดือนรอมฎอน“ (คลิ๊กลิงก์เพื่ออ่านต้นฉบับ) ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า :

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ เมื่อเพจดังอย่างมุสลิมไทยโพสต์ หวังยอดกด like เพื่อจะได้หากินกับโฆษณา จำต้องยอมโกหก สร้างเรื่องเท็จ เพียงแค่หวังยอดไลค์ และให้คนเข้าดูมากๆเพื่อพวกเขาจะได้ขายโฆษณาหากินไปวันๆ ตามอุดมการณ์ที่ก่อตั้งเพจขึ้น นี้คือหนึ่งกลุ่มตัวอย่างที่บริโภคด้วยกับการหาปัจจัยที่ฮะรอม(ต้องห้าม)

มุสลิมไทยโพสต์โกหกใส่ร้ายอุลามาฮ์ชีอะห์อย่างน่าเกลียดที่สุดว่าท่านอยาตุลลอฮ์อัลอุซมาฮ์ซัยยิดซิตตานี่ฮ์มีคำฟัตวาจากท่านว่าอนุญาติให้กระทำ 4 ประการต่อไปนี้ในเดือนรอมฎอนคือ

อนุญาติให้ร่วมหลับนอนกับภรรยาในช่วงกลางวันของเดือนรอฎอนได้

เมื่อออกจากบ้านก็จำเป็นต้องละศีลอดทันทีไม่ว่าเดินทางใกล้หรือไกลหรือแม้แต่ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ

อนุญาติให้สูบบุหรี่ได้ในช่วงเดือนรอมฎอน

อนุญาติให้เคี้ยวหมากฝรั่งได้

และแน่นอนว่า นี้ คือคำที่โกหก มดเท็จที่ชัดเเจ้งที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา คำโกหกนี้ แน่นอนว่าในวันกิยามะฮ์ แอดมินเพจนี้จำต้องตอบ กับอัลลอฮ์ ซ.บ. ว่า “อะไรที่ทำให้เขากล้าโกหกได้ถึงเพียงนี้”

นี้คือคำฟัตวาของท่านอยาตุลลอฮ์ ซิตตานี เกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้ศีลอดเป็นโมฆะ มีด้วยกันหลายประการ เช่น

المفطراتوهي أمور

สิ่งที่ทำให้ศีลอดเป็นโมฆะ

– การร่วมหลับนอนกับภรรยา จะทำให้ศีลอดเป็นโมฆะ

الجماع قبلاً ودبراً، فاعلاً ومفعولاً به

การมีเพศสัมพันธ์ จะด้านหน้า หรือด้านหลัง จะเป็นผู้กระทำหรือ ถูกกระทำ

– การเดินทางที่ไม่จำเป็นต้องถือศีลอด ก็คือ การเดินทางออกจากบ้านเมืองของตัวเองไปอีกเมืองหนึ่งโดยมีระยะทางตามที่ศาสนาบัญญัติไว้ สิ่งนี้ถูกยกเว้นไว้ในอัลกุรอ่าน ดังที่พระองค์อัลลอฮ์ตรัสไว้ในซูเราะฮ์บะก่อเราะฮ์ อายะที่ 183 ว่า

فَمَن كَانَ مِنكُم مَّرِيضًا أَوْ عَلَىٰ سَفَرٍ فَعِدَّةٌ مِّنْ أَيَّامٍ أُخَرَ ۚ

หากคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกเจ้าเกิดป่วยไข้ลง หรือ เดินทาง ก็ไม่จำเป็นต้องถือศีลอด โดยให้ชดใช้มันในวันอื่น(หลังรอมฎอน)

– มุสลิมไทยโพสต์ ใส่ร้ายท่านอยาตุลลอฮ์ซิตตานี่ฮ์ ว่า ท่านฟัตวาให้สูบบุหรี่ได้ในเดือนรอมฎอน ทั้งๆที่ความเป็นจริงอย่าว่า สูบบุหรี่เลย แม้แต่การเจตนาทำให้ควันเข้าไปในคอหอย ก็ถือว่า ศีลอดเป็นโมฆะแล้ว

المفطراتوهي أمور

السادس: تعمد إدخال الغبار أو الدخان الغليظين في الحلق على الأحوط وجوباً

เจตนาทำให้ฝุ่นหนาทึบเข้าลำคอ จะเป็นเหตุให้ศีลอดเป็นโมฆะ

หากแค่ฝุ่นยังทำให้ศีลอดเป็นโมฆะ คงไม่ต้องพูดถึงการสูบบุหรี่หรอกนะครับ เพราะควันบุหรี่ยิ่งกว่า ฝุ่นละออกเป็นแน่

– ส่วนคำใส่ร้าย และคำโกหกที่ว่า อนุญาติให้เคี่ยวหมากฝรั่งได้ ก็เป็นอีกประการหนึ่งที่มีการใส่ร้าย เพราะสิ่งนี้อยู่ในประเภทที่ทำให้ศีลอดเป็นโมฆะเช่นเดียวกัน

สำหรับคนที่ต้องการจะศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นสิ่งที่ทำให้ศีลอดเป็นโมฆะก็สามารถเข้าไปดูตามลิ้งข้างล่างนี้ได้เลยครับ ซึ่ง เป็นเว็ปไซต์ทางการของท่านอยาตุลลอฮ์ซิตตานีฮ์

https://www.sistani.org/arabic/archive/381/

– สุดท้ายอยากฝากไปยังเพจมุสลิมไทยโพสต์ ว่า อย่าหากินบนความมดเท็จเลยครับ เงินค่าโฆษณาที่ได้มาจากการฟิตนะห์ผู้อื่น นำไปให้ลูกเมียกิน ก็ไม่เกิดบะร่อกะฮ์ มิหนำซ้ำอาจจะโดนสาปแช่งจากอัลลอฮ์ ซ.บ. อีก