แทงข้างหลังปาเลสไตน์! “อิสราเอล-ยูเออี” ดีลสัมพันธ์ทางการทูตแบบปกติ

82
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล (ซ้าย) โมฮัมเหม็ด บินซาเยด (MBZ) มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบีและผู้ปกครองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ขวา)

อิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์บรรลุข้อตกลงเมื่อวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ในการปรับความสัมพันธ์ทางการทูตแบบปกติเต็มรูปแบบ ข้อตกลงดังกล่าวถูกชาวปาเลสไตน์เรียกมันว่า “การทรยศแทงข้างหลัง”

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเป็นนายหน้าช่วยเจรจา อิสราเอลกล่าวว่า ได้ตกลงที่จะระงับการผนวกพื้นที่บางส่วนของเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง อย่างไรก็ตามหลายชั่วโมงต่อมานายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ก็กล่าวว่า เขายังคง “มุ่งมั่นที่จะผนวกเวสต์แบงก์”

โมฮัมเหม็ด บินซาเยด มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบีและผู้ปกครองสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทวีตว่า “ในระหว่างการโทรคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์และนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู มีการบรรลุข้อตกลงที่จะหยุดการผนวกดินแดนปาเลสไตน์ของอิสราเอลไว้ก่อน”

“ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิสราเอลยังตกลงที่จะร่วมมือและกำหนดแผนงานเพื่อสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคี” เขากล่าวเสริม

ขณะนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะกลายเป็นรัฐอ่าวอาหรับแห่งแรกและเป็นอาหรับชาติที่สาม ถัดจากจากอียิปต์และจอร์แดน ที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล

ข้อตกลง “ปรับความสัมพันธ์ให้เป็นแบบปกติเต็มรูปแบบระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” เกิดขึ้นหลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (13 ส.ค.) ระหว่างทรัมป์ เนทันยาฮู และ บินซาเยด แถลงการณ์ร่วมกล่าว

“ ความก้าวหน้าทางการทูตครั้งประวัติศาสตร์นี้จะนำไปสู่สันติภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางและเป็นข้อพิสูจน์ถึงการทูตที่กล้าหาญและวิสัยทัศน์ของผู้นำทั้งสาม และความกล้าหาญของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิสราเอลในการกำหนดเส้นทางใหม่ที่จะปลดล็อกศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในภูมิภาคนี้” แถลงการณ์ระบุ

คณะผู้แทนจากอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะพบกันในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าเพื่อลงนามในข้อตกลงทวิภาคี ด้านการลงทุน การท่องเที่ยว เที่ยวบินตรง ความมั่นคง โทรคมนาคม และประเด็นอื่น ๆ

ทั้งสองประเทศมีกำหนดแลกเปลี่ยนทูตและเปิดสถานทูต

เนทันยาฮูอธิบายว่าเป็น “วันประวัติศาสตร์” และกล่าวในการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ว่า “ประเทศอาหรับและมุสลิมจะเข้าร่วมวงแห่งสันติภาพนี้มากขึ้น”

ทรัมป์ยังกล่าวกับผู้สื่อข่าวในทำเนียบขาวว่า เขาหวังว่าชาติมุสลิมอื่นๆ ในภูมิภาคนี้จะทำตามยูเออี

“ตอนนี้น้ำแข็งแตกแล้ว ผมคาดว่าประเทศอาหรับและมุสลิมจะติดตามสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มากขึ้น” เขากล่าว

‘แทงข้างหลัง’

รัฐบาลปาเลสไตน์ประณามข้อตกลงดังกล่าวในแถลงการณ์โดยเรียกมันว่า “การทรยศต่อเยรูซาเล็ม อัลอักซอ และวาระของชาวปาเลสไตน์” และเรียกร้องให้เพิกถอนข้อตกลง

“ผู้นำ [ปาเลสไตน์] ยืนยันว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือไม่ว่าผู้ใด ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะพูดในนามของชาวปาเลสไตน์ และไม่อนุญาตให้ผู้ใดแทรกแซงกิจการของปาเลสไตน์เกี่ยวกับสิทธิอันชอบธรรมในบ้านเกิดของตน”

ฮานาน อัชราวี (Hanan Ashrawi) เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลปาเลสไตน์กล่าวว่า อิสราเอลได้รับรางวัลจากการยึดครองของมัน

“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการตกลงลับ / ปรับสัมพันธ์เป็นปกติกับอิสราเอล ขอเถอะ! อย่ามาหลอกกัน ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวปิดไม่มิด” เธอทวีต

“ขอให้คุณไม่ต้องสัมผัสกับความเจ็บปวดจากการถูกขโมยประเทศของคุณ ขอให้คุณไม่ต้องรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกจองจำภายใต้การยึดครอง ขอให้คุณไม่ต้องเห็นการรื้อถอนบ้านหรือการฆาตกรรมคนที่คุณรัก ขอให้คุณไม่ถูกเพื่อนขายทิ้ง”

เอานี อัลมาชนี (Awni Almashni) เจ้าหน้าที่ในขบวนการฟาตาห์ของประธานาธิบดีปาเลสไตน์ มาห์มูด อับบาสและนักเคลื่อนไหวที่ประจำอยู่ในเมืองเบธเลเฮม เวสต์แบงก์ บอกกับสื่อมิดเดิลอีสต์อายว่า ว่าสันติภาพในภูมิภาคจะเกิดขึ้นได้ก็โดยการแก้ไขปัญหาที่ชาวปาเลสไตน์กำลังประสบอยู่เท่านั้น

“ข้อตกลงที่อิสราเอลพยายามบรรลุร่วมกับประเทศมุสลิมและอาหรับเป็นแค่วิธีที่จะวนไปรอบๆ วาระปัญหาของปาเลสไตน์และเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ แผนสันติภาพใดๆ กับประเทศอาหรับใดๆ เป็นเพียงภาพลวงตา และจะไม่แก้ปัญหาหลักระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์” เขากล่าว

“ในอดีตอิสราเอลพยายามสร้างสันติภาพกับบางประเทศในอาหรับ แต่เรารู้ดีว่าอิสราเอลไม่ได้บรรลุสันติภาพใดๆ ในภูมิภาคนี้”

อัลมาชนีตั้งข้อสังเกตว่า การผนวกได้ถูกระงับโดยชาวปาเลสไตน์และการปฏิเสธแผนของอิสราเอลโดยสิ้นเชิงของประชาคมระหว่างประเทศก่อนที่จะมีการประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี

เขากล่าวว่าการเชื่อมโยงการผนวกเข้ากับข้อตกลงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ “เป็นความพยายามที่จะขายข้อตกลงนี้กับอิสราเอลให้สำเร็จ ซึ่งมันไม่ใช่”

ฮามาสซึ่งเป็นขบวนการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ที่ปกครองเขตฉนวนกาซาซึ่งถูกอิสราเอลปิดล้อม เรียกข้อตกลงนี้ของเอมิเรตส์ว่า “อันตราย” และทรยศ

“ ข้อตกลงระหว่างอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการปรับความสัมพันธ์ให้ปกติเป็นพัฒนาการที่อันตราย และเป็นการทรยศต่อการเสียสละของชาวปาเลสไตน์” ฮามาสระบุ

ฮามาสกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงนี้ “เปิดเผยขนาดของการสมคบคิดในการต่อต้านประชาชนของเราและวาระปัญหาของเรา”

“เราถือว่าเป็นการทรยศและแทงข้างหลังที่ร้ายกาจต่อประเทศนี้และประวัติศาสตร์ของประเทศ” กลุ่มกล่าวเสริม

ด้าน อิสลามิกญิฮาด (Islamic Jihad) ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านอีกกลุ่มในฉนวนกาซาก็ได้ประณามสนธิสัญญาดังกล่าว โดยระบุว่า “ใครก็ตามที่ไม่สนับสนุนปาเลสไตน์ด้วยความตรงไปตรงมา ควรละอายใจตัวเอง” อิสลามิกญิฮาดกล่าว

ในขณะเดียวกันพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือที่เรียกว่าพรรค Balad กล่าวว่า การตกลงใจ “สนับสนุนให้อิสราเอลดำเนินนโยบายที่มีอยู่ต่อไป … เท่ากับปฏิเสธสิทธิทางประวัติศาสตร์อันชอบธรรมของชาวปาเลสไตน์”

“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เข้าร่วมกับอิสราเอลอย่างเป็นทางการเพื่อต่อต้านปาเลสไตน์ และวางตัวเองอยู่ในค่ายของศัตรูของชาวปาเลสไตน์”

แผนการยึดผนวกปาเลสไตน์ ‘ยังคงอยู่บนโต๊ะ’

เนทันยาฮูและพันธมิตรฝ่ายขวาของเขาพยายามที่จะเริ่มกระบวนการยึดผนวกดินแดนส่วนใหญ่ของเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครองเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ต้องเผชิญกับการต่อต้านทั้งในระดับนานาชาติและภายในรัฐบาลผสมของประเทศ

ถึงกระนั้น ในระหว่างการปราศรัยทางโทรทัศน์ของเขา เนทันยาฮูกล่าวว่า การผนวกนั้น “ยังคงอยู่บนโต๊ะ” และนั่นเป็นสิ่งที่เขา “มุ่งมั่น”

ในขณะเดียวกันนายอันวาร์ การ์กาช รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กล่าวว่า ข้อตกลงสันติภาพเกิดขึ้น “เพื่อรักษาโอกาสของการแก้ปัญหาด้วยสองรัฐ” (two-state solution)

ข้อตกลงในวันพฤหัสบดี ซึ่งปาเลสไตน์ไม่ได้มีส่วนร่วม ได้ทำลายอย่างชะงัดต่อการริเริ่มแผนสันติภาพอาหรับ (ซึ่งเป็นโครงการในปี 2002) ที่ได้รับการรับรองอีกครั้งโดยสันนิบาตอาหรับในปี 2017 ถูกให้การยอมรับอย่างกว้างขวางว่า อิสราเอลต้องถอยกลับไปสู่ข้อตกลงเรื่องพรมแดนในปี 1967 และแก้ไขปัญหาผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์

นับตั้งแต่เนทันยาฮูขึ้นดำรงตำแหน่ง อิสราเอลได้พัฒนาความสัมพันธ์กับรัฐในอ่าวอาหรับอย่างลับๆ นายกรัฐมนตรีอิสราเอลมักจะโปรโมทให้เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการลงสมัครรับเลือกตั้ง

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลรวมถึงรัฐมนตรีระดับสูงได้ไปเยือนอาบูดาบีและดูไบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะไม่มีความสัมพันธ์กับอิสราเอล จนกระทั่งมีการประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี

เมื่อเดือนที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญระบบป้องกันชาวอิสราเอลสองคนได้ลงนามในข้อตกลงที่สำคัญกับบริษัทเทคโนโลยีของเอมิเรตส์ที่เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์

ในขณะเดียวกันเครื่องบินขนส่งของเอมิเรตส์ก็ได้บินตรงไปยังสนามบินเบนกูเรียนของเทลอาวีฟ เพื่อขนถ่ายความช่วยเหลือทางการแพทย์ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาให้กับเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา แต่ทางการปาเลสไตน์ปฏิเสธที่จะรับความช่วยเหลือนี้ของเอมิเรตส์ โดยระบุว่าเป็นตัวอย่างล่าสุดของการแสดงความสัมพันธ์แบบปกติระหว่างอิสราเอลและยูเออี

….

แปล/เรียบเรียงจาก middleeasteye