การเมืองโลกในสงครามกลางเมืองอิรัก กับ “ความยุ่งเหยิงที่สรรค์สร้าง” (Constructive Chaos)

1407

“ประชาธิปไตย จะต้องบรรลุผลสำเร็จในอิรัก…ความสำเร็จนี้จะส่งสาส์นจากดามัสกัสถึง เตหะราน ว่า เสรีภาพเป็นโชคชะตาของทุกๆ ชาติ …หลังซัดดัม ฮุสเซ็น ถูกโค่น  อิรักจะมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จะฟื้นตัวเร็วยิ่งกว่าเยอรมัน และญี่ปุ่นหลังสงครามโลกเสียอีก (จอร์จ ดับเบิลยู บุช, ตุลาคม 2003)

จากสถานการณ์การต่อสู้ ในอิรักนับตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากภาพของความรุนแรงแล้วยังแฝงความซับซ้อนและคำถามที่ชวนสงสัยอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุที่มาที่ไป  ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายมุสลิมสุนนี่-ชีอะห์ เหตุใดกลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักและซีเรีย หรือ ISIS ถึงได้มีศักยภาพบดขยี้กองทัพอิรักได้ขนาดนี้ และแน่นอนอนาคตของอิรักและภูมิภาคนี้จะเป็นอย่างไรท่ามกลางการต่อสู้ที่ถูก เชื่องโยงกับอัตลักษณ์ทางสำนักคิด

ปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ของกลุ่ม ISIS กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ด้วยความตกตะลึงถึงศักยภาพในการรุกคืบแบบรุกฆาต ยึดครองเมืองสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะในภาคเหนือและอีกหลายเมืองทางตะวันตกที่มีพรมแดนติดกับซีเรียในระยะ เวลาเพียง 2 สัปดาห์ รวมถึงเมืองสำคัญๆอย่าง โมซุล  (Mosul) เมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอิรัก (ประชากร 1.5- 2 ล้านคน)  เมืองฟาลลูจาห์ที่ใหญ่อันดับ 7 เมืองไทกริตบ้านเกิดของซัดดัม ฮุสเซ็น เมืองตัล อาฟาร์ฯลฯ  เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถยึดโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ของประเทศไว้ได้ และแน่นอนมีเป้าหมายใหญ่คือการยึดแบกแดด ซึ่งขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้กองกำลังของ ISIS ได้ประชิดแบกแดดแล้ว และกองกำลังอิรักโดยลำพังดูท่าที่จะต้านทานไม่ไหวแล้ว ทหารอิรักจำนวนไม่น้อยแปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม อาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากถูก ISIS ยึดครอง จนรัฐบาลอิรักต้องดึงความช่วยเหลือจากพันธมิตรทั่วสารทิศ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี หลายประเทศแย่งกันให้ความช่วยเหลือและปกป้องอิรักเหมือนไข่ในหิน สหรัฐฯ ก็ส่งทหารเข้ามาหลายร้อยนายเพื่อทำหน้าที่ให้คำปรึกษากองกำลังอิรัก แต่ก็มีรายงานออกมาแล้วว่ามีโดรนของสหรัฐฯบินอยู่แถวๆ อิรัก นอกจากนี้ยังเตรียมจะสนับสนุนเงินช่วยเหลืออิรักด้วย อิหร่านก็ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลมาลิกี และมีกระแสข่าวว่ามีการส่งกำลังเข้าไปช่วยในแบกแดดเช่นกัน แต่ที่ชัดเจนคือซีเรียที่ส่งเครื่องบินรบเข้าไปช่วยโจมตีฝ่ายต่อต้านในเมือง อันบาร์แล้ว ทำให้มีคนเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แม้แต่อิสราเอลยังเสนอจะเข้ามาช่วย

ที่มาและเป้าหมายกลุ่ม ISIS

กลุ่มรัฐอิสลามแห่ง อิรักและซีเรีย หรือ Islamic State of Iraq and Syria มีชื่อเรียกที่หลากหลาย เช่น “กลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรักและเลแวนท์”  (ISIL) “รัฐอิสลามแห่งอิรักและมหาซีเรีย” หรือ “รัฐอิสลามแห่งอิรักและอัล-ชาม” หรือ “รัฐอิสลามแห่งอิรักและตะวันออก”   โดยมีเป้าหมายคือตั้งรัฐอิสลามที่ปกครองด้วยกฎหมายอิสลามในอิรัก ซีเรีย และดินแดนที่เรียกว่าเลแวนท์ ซึ่งครอบคลุมถึงเลบานอน อิสราเอล ปาเลสไตน์ จอร์แดน ไซปรัสและทางใต้ของตุรกี

กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นมา ในปี 2004 โดยใช้ชื่อว่า Jama’at al-Tawhid wal-Jihad  หรือ  องค์กรศรัทธาเอกานุภาพและการญิฮาด ภายใต้การนำของอาบู มูซาบ อัล ซาร์กาวี ชาวอาหรับเชื้อสายจอร์แดน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านการยึดครองอิรักของสหรัฐฯ ซาร์กาวีเคยเข้าร่วมกับกลุ่มอันซาร์ อัล อิสลาม หรือกลุ่มสหายร่วมรบแห่งอิสลาม ซึ่งเป็นขบวนการแบ่งแยกดินแดนของชาวเคิร์ดในอิรัก  ในปลายปี 2004 ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอัลกออิดะห์ เปลี่ยนชื่อเป็น “Tanzim Qaidat al-Jihad fi Bilad al-Rafidayn, (The Organization of Jihad’s Base in the Country of the Two Rivers: TQJBR) หรือองค์กรญิฮาดในประเทศแห่งสองแม่น้ำ  และกลายมาเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Al-Qaeda in Iraq แม้ว่าทางกลุ่มจะไม่เรียกกลุ่มตัวเองแบบนี้ก็ตาม

ต้นปี 2006 กลุ่ม TQJBR ได้เข้าร่วมกับกลุ่มติดอาวุธอื่นๆในอิรักภายใต้ร่มใหญ่ขององค์กรที่ใช้ชื่อ ร่วมกันว่า “สภาที่ปรึกษามูญาฮิดีน” (Mujahideen Shura Council) ในช่วงนี้เองเป็นช่วงที่กลุ่มของซาร์กาวีมีการเคลื่อนไหวต่อสู้อย่างหนักโดย พุ่งเป้าโจมตีไม่เฉพาะรัฐบาลอิรักแต่รวมไปถึงชีอะห์ที่สนับสนุนรัฐบาลมาลิ กีด้วย ทำให้บิน ลาเดน และ อัยมาน อัล ซาวาฮีรี ไม่สบายใจและไม่เห็นด้วยกับแนวทางของซาร์กาวีที่จะเปิดศึกระหว่างสุน นี่-ชีอะห์ โดยขอให้ยุติเสีย แต่ซาร์กาวีกลับไม่เชื่อฟัง

หลังจากซาร์กาวีเสีย ชีวิตในปลายปี 2006 จากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยมีอาบู อัยยูบ อัล มัสรี ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดชาวอียิปต์ขึ้นมาเป็นผู้นำกลุ่ม มัสรี สามารถดึงกลุ่มติดอาวุธอีกหลายกลุ่มเข้าร่วม จนกระทั่งได้ประกาศการรวมตัวกันภายใต้ชื่อใหม่ว่ากลุ่มรัฐอิสลามแห่งอิรัก ( Islamic State of Iraq) ต่อสู้ในอิรักมาต่อเนื่อง จนกระทั่งในในเดือนเมษายน 2010 มัสรี ก็ถูกสังหารในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯและอิรัก จากนั้น อบูบักร อัล บักดาดี ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำรุ่นที่ 3 จนถึงปัจจุบัน

ในเดือนเมษายน 2013 ภายใต้การนำของบักดาดี ISI ได้ขยายแนวรบเข้าไปในซีเรีย ร่วมกับฝ่ายกองกำลังฝ่ายต่อต้านอื่นๆ ในซีเรียโดยหวังโค่นอำนาจ ปธน.อัสซาด ด้วยเป้าหมายเชิงพื้นที่ที่กว้างขึ้นทำให้มีการเปลี่ยนชื่อใหม่อีกครั้งที่ ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน คือ “Islamic State in Iraq and al-Sham” ในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 กลุ่ม ISIS ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับอัลกออิดะห์ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งกับกลุ่มอัล นุสรา ฟรอนท์ (Al Nusra Front) ในซีเรียที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมกันต่อสู้กับอัสซาด ทั้งนี้ เพราะบักดาดี ประกาศว่ากลุ่มอัลนุสรา ได้รวมเข้ากับ ISISแล้ว  แต่ผู้นำนุสรา กลับปฏิเสธและไม่พอใจบักดาดีมาก  แม้จะมีสมาช