วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

ราคาสงคราม: 12 วันปะทะอิหร่าน ฉุดเศรษฐกิจอิสราเอลทรุด สูญงบประมาณมหาศาล

-

เศรษฐกิจอิสราเอลกำลังชดใช้ราคาจากความขัดแย้ง 12 วันกับอิหร่าน โดยต้นทุนของสงครามพุ่งขึ้นถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์ ตามรายงานจากสื่อและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ

เว็บไซต์ Financial Express รายงานว่า อิสราเอลใช้จ่ายไปแล้วประมาณ 5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.8 แสนล้านบาท) ในสัปดาห์แรกของการโจมตีอิหร่าน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 725 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.6 หมื่นล้านบาท) แบ่งเป็น 593 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.2 หมื่นล้านบาท) สำหรับการโจมตี และ 132 ล้านดอลลาร์ (ราว 4.8 พันล้านบาท) สำหรับมาตรการป้องกันและการระดมพลทางทหาร

ขณะที่ Wall Street Journal ระบุว่า เพียงแค่ระบบป้องกันขีปนาวุธทางอากาศ ก็มีค่าใช้จ่ายระหว่าง 10–200 ล้านดอลลาร์ต่อวัน (ราว 370–7,300 ล้านบาท)

หากความขัดแย้งลากยาวถึงหนึ่งเดือน Aaron Institute for Economic Policy คาดว่า ต้นทุนทั้งหมดอาจทะลุ 12 พันล้านดอลลาร์ (ราว 4.3 แสนล้านบาท) ขณะที่ ดร.นาเซอร์ อับเดลการีม แห่งมหาวิทยาลัยอเมริกันในปาเลสไตน์ ประเมินว่า ต้นทุนรวมโดยตรงและทางอ้อมอาจสูงถึง 20 พันล้านดอลลาร์ (ราว 7.3 แสนล้านบาท)

เขาเสริมว่า งบขาดดุลของอิสราเอลจะเพิ่มขึ้น 6% และการจ่ายเงินชดเชยให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาการคลังของรัฐ

สำนักงานภาษีอิสราเอลรายงานว่า มีชาวอิสราเอลมากกว่า 10,000 คนอพยพออกจากบ้านในสัปดาห์แรกของสงคราม และมีผู้ยื่นขอเงินชดเชยแล้ว กว่า 36,000 ราย

อับเดลการีมระบุว่า รัฐบาลอิสราเอลกำลังพิจารณาทางเลือกเพื่อปิดช่องว่างงบประมาณ ได้แก่ ลดงบประมาณด้านสาธารณสุขและการศึกษา ขึ้นภาษี หรือ กู้เงินเพิ่ม ซึ่งจะดันอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อรายได้ชาติให้สูงเกิน 75%

กระทรวงการคลังอิสราเอลเปิดเผยว่า ทรัพยากรทางการเงินในปัจจุบันกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว จึงได้เสนอขอ งบเพิ่ม 857 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.1 หมื่นล้านบาท) ให้กระทรวงกลาโหม และตัดงบจากกระทรวงสาธารณสุข การศึกษา และบริการสังคมอีก 200 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.3 พันล้านบาท)

สื่อการเงิน Globes รายงานว่า งบประมาณส่วนใหญ่นี้จะใช้เพื่อจ่ายค่ากำลังพล ซึ่งมี ทหารกองหนุนกว่า 450,000 นาย ถูกเรียกระดมพลในช่วงสงคราม

ค่าเงินเชเกลอิสราเอลอ่อนค่าลงจาก 3.5 เป็น 3.7 เชเกลต่อดอลลาร์ หลังสงครามเริ่ม ก่อนจะฟื้นตัวเล็กน้อย โดยอับเดลการีมชี้ว่าเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการเก็งกำไร

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากความขัดแย้งยังยืดเยื้อ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจจะชะลอตัว อัตราว่างงานและความยากจนจะเพิ่มขึ้น

อิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเทลอาวีฟและไฮฟา รวมถึง โรงกลั่นน้ำมันบาซาน (Bazan) ที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอลต้องปิดทำการ ซึ่ง Financial Times ประเมินความเสียหายอยู่ที่ 3 ล้านดอลลาร์ต่อวัน (ราว 109.5 ล้านบาท)

ท่าอากาศยานนานาชาติ เบนกูเรียน ระงับเที่ยวบินในช่วงตอบโต้ของอิหร่าน โดยปกติสนามบินแห่งนี้ให้บริการวันละ 300 เที่ยวบินและผู้โดยสาร 35,000 คน ปัจจุบันกลับมาเปิดให้บริการบางส่วนเพื่อภารกิจรับคนกลับประเทศเท่านั้น

สายการบินแห่งชาติ El Al ก็ระงับเที่ยวบินและเปลี่ยนเส้นทางบินเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี เช่น เที่ยวบินหนึ่งที่มุ่งหน้าสู่ปารีสต้องเปลี่ยนไปลงที่ไซปรัส ส่วนอีกเที่ยวบินไปกรุงเทพฯ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่โรม คาดว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพียงอย่างเดียวจะสูงถึง 6 ล้านดอลลาร์ (ราว 219 ล้านบาท)

การโจมตีของอิหร่านยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ศูนย์กลางการค้าเพชรของอิสราเอล ซึ่งมีสัดส่วนการส่งออกถึง 8% ของทั้งหมด

สถาบัน Israel Diamond Institute รายงานว่า ตลาดหุ้นเทลอาวีฟเกิดความตื่นตระหนกหลังการโจมตี ทำให้นักลงทุนแห่ขายหุ้นจนดัชนีทรุดหนัก ส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะสั้นอย่างชัดเจน.

Source: TRT

เรื่องล่าสุด