วายเน็ตสื่ออิสราเอลรายงานอ้างอิงผลสำรวจล่าสุดโดยแพลตฟอร์มหางานของอิสราเอล AllJobs พบว่า 73% ของแรงงานอิสราเอลกำลังพิจารณาย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ เพิ่มขึ้น 18% จากปีที่แล้ว และนับเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่มีผู้แสดงความสนใจเกิน 70% แม้จะเป็นการย้ายชั่วคราวก็ตาม
แนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่สงครามในฉนวนกาซายืดเยื้อเข้าสู่ปีที่สอง และความไม่มั่นคงทางความปลอดภัยทวีขึ้นหลังความขัดแย้งกับอิหร่าน จุดเปลี่ยนสำคัญคือเหตุผลในการย้ายถิ่นฐานเริ่มเปลี่ยนไป จากเดิมที่เน้นเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า (59%) ประสบการณ์ระหว่างประเทศ (48%) และโอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ (38%) มาสู่ปัจจัยใหม่ เช่น ความกังวลด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล (30%) ความไม่มั่นคงทางการเมือง (24%) และความผิดหวังต่อรัฐ (24%) แม้ว่าระดับความผิดหวังจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
“เรากำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในมุมมองของพนักงานต่อการย้ายถิ่นฐาน มันไม่ใช่แค่กลยุทธ์ในอาชีพอีกต่อไป แต่มีแรงผลักจากความรู้สึก ความมั่นคง และเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” ลิอัต เบน-โทราห์ โชชาน รองประธานฝ่ายพัฒนาอาชีพและจัดหางานของ AllJobs กล่าว
สหรัฐอเมริกายังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่ง โดย 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกประเทศนี้ นิวยอร์กซิตี้ได้รับความนิยมสูงสุด (17%) ตามด้วยลอสแองเจลิส (11%) และไมอามี (8%)
ยุโรปได้รับความสนใจลดลงเหลือเพียง 26% ซึ่งลดลงจากปีก่อน ๆ โดยคาดว่าเป็นผลจากความกังวลเรื่องการต่อต้านชาวยิวและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรในทวีป ขณะเดียวกันบางส่วนแสดงความสนใจในประเทศใกล้เคียงอย่างกรีซและไซปรัส (11%) ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ (6%) เอเชียตะวันออก (8%) และแอฟริกา (1%) ได้รับความสนใจน้อย
แม้จะมีความสนใจสูง แต่หลายคนยอมรับว่าการย้ายถิ่นฐาน “ไม่ใช่เรื่องง่าย” โดย 56% ระบุว่ากระบวนการนี้แม้น่าสนใจแต่ซับซ้อนกว่าที่คิด และอีก 27% แสดงความอิจฉาผู้ที่ย้ายไปแล้ว
การสำรวจครั้งนี้เก็บข้อมูลจากแรงงานชาวอิสราเอล 611 คน อายุ 22 ปีขึ้นไป จากทั่วประเทศ.