วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

เจ้าหน้าที่อิหร่านสงสัยมีการก่อวินาศกรรม หลังเกิดไฟไหม้ปริศนาในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

-

ช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา อิหร่านต้องเผชิญกับเหตุระเบิดและไฟไหม้ปริศนาแทบจะรายวัน ไม่ว่าจะเป็นคอมเพล็กซ์ที่พักอาศัย โรงกลั่นน้ำมัน ถนนใกล้สนามบินใหญ่ ไปจนถึงโรงงานผลิตรองเท้า โดยรายงานจาก เดอะนิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า แม้ทางการอิหร่านจะพยายามกลบเกลื่อนต่อสาธารณะ โดยโยนความผิดให้โครงสร้างพื้นฐานเก่าและเหตุบังเอิญต่างๆ แต่เจ้าหน้าที่อิหร่าน 3 ราย รวมถึงหนึ่งในสมาชิกของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แสดงความเชื่อว่าหลายเหตุการณ์อาจเป็นการก่อวินาศกรรมอย่างเป็นระบบ

เจ้าหน้าที่เหล่านี้ชี้เป้าว่าอิสราเอลอาจอยู่เบื้องหลัง โดยอ้างถึงประวัติของปฏิบัติการลับในอิหร่าน เช่น การลอบสังหารและการระเบิดในอดีต อีกทั้งยังมีคำประกาศของเจ้าหน้าที่ข่าวกรองอิสราเอลหลังการทิ้งระเบิดใส่อิหร่านนาน 12 วันเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ยืนยันว่า “ปฏิบัติการในอิหร่านจะดำเนินต่อไป”

ตามรายงานของนิวยอร์กไทมส์ เจ้าหน้าที่ยุโรปรายหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับอิหร่านได้ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า เหตุการณ์เหล่านี้นี้เข้าข่ายวินาศกรรม โดยสงสัยว่าอิสราเอลใช้เป็นทั้งสงครามจิตวิทยาและยุทธการทำลายเป้าหมายลับ

แม้จะไม่มีหลักฐานแน่ชัด เจ้าหน้าที่อิหร่านที่ให้สัมภาษณ์ไม่ได้แสดงหลักฐานใด ๆ มาสนับสนุนข้อสงสัยของตน ขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ออกมาแถลงต่อสาธารณะต่างชี้ว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นมีสาเหตุอื่น เช่น การรั่วของแก๊ส ไฟไหม้กองขยะ และโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังไม่สามารถให้คำอธิบายที่น่าเชื่อถือแก่สาธารณชนได้ว่าเหตุใดการระเบิดจากแก๊สจึงเกิดขึ้นวันละหนึ่งถึงสองครั้งทั่วประเทศ

บางเหตุการณ์เกิดขึ้นในสถานที่ยุทธศาสตร์ เช่น เหตุไฟไหม้ที่โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ในเมืองอะบาดานทางตอนใต้เมื่อวันเสาร์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีกหลายคน และสายการผลิตต้องหยุดชะงัก ส่วนเหตุระเบิดอื่น ๆ ที่เกิดในอาคารที่พักอาศัยและโรงงานก็ยิ่งสร้างบรรยากาศของความวุ่นวายและความไม่มั่นคงในสังคม

รายงานของนิวยอร์กไทมส์ระุบว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านระมัดระวังที่จะกล่าวหาอิสราเอลอย่างเปิดเผย เพราะไม่ต้องการผูกมัดตัวเองให้ต้องตอบโต้โดยอัตโนมัติ ซึ่งอาจนำไปสู่สงครามอีกครั้ง โดยเฉพาะหลังจากโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านได้รับความเสียหายหนักจากสงครามเมื่อเดือนมิถุนายน แม้ในช่วงสุดท้ายก่อนข้อตกลงหยุดยิง อิหร่านยังสามารถยิงขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลได้อยู่ก็ตาม แต่การเริ่มยิงขีปนาวุธอีกครั้งอาจเสี่ยงต่อการทำให้ขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านอ่อนแอลง

ก่อนหน้านี้ อิสราเอลกับอิหร่านต่อสู้กันในเงามืดมานานนับสิบปี ทั้งในอากาศ บก ทะเล และไซเบอร์ อิสราเอลเคยโจมตีลับในอิหร่านหลายครั้งทั้งต่อบุคคลสำคัญและฐานปฏิบัติการทางทหารและนิวเคลียร์ ในทางกลับกันอิหร่านก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีเรือของอิสราเอลในอ่าวเปอร์เซีย ยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลในอิรัก และให้การสนับสนุนฮามาสในฉนวนกาซา

เมื่อถูกขอความเห็น เจ้าหน้าที่อิสราเอลปฏิเสธให้คำตอบ แต่ นิวยอร์กไทมส์ รายงานว่า มอสสาด หน่วยข่าวกรองอิสราเอล ยืนยันว่าจะไม่ยุติปฏิบัติการในอิหร่าน โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ผู้อำนวยการมอสสาดถึงขั้นออกมาแถลงต่อสาธารณชนเพื่อยกย่องการทำงานของหน่วยในอิหร่าน โดยกล่าวว่า “เราจะยังคงทำงานอยู่ที่นั่น เช่นเดียวกับที่เราทำมาจนถึงตอนนี้”

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านยังคงให้เหตุผลเบี่ยงเบนต่อสาธารณะ เช่น ไฟไหม้ใกล้สนามบินมะช์ฮัดเกิดจาก “การเผาหญ้าแบบควบคุม” ขณะที่ไฟไหม้ในกรุงเตหะรานอ้างว่าเกิดจาก “กองขยะ” และส่วนใหญ่โยนความผิดให้ “การรั่วไหลของก๊าซ” จากอุปกรณ์ชำรุด

แต่อัตราเหตุระเบิดจากแก๊สวันละ 1–2 ครั้งทั่วประเทศก็ทำให้ประชาชนสงสัย และความเสียหายที่เกิดขึ้นในบางจุด เช่น อาคารในเมืองกุมที่ระเบิดจนพังยับตามวิดีโอในโซเชียลมีเดีย ทำให้ผู้คนเชื่อว่ามีอะไรมากกว่าที่รัฐบอก

เจ้าหน้าที่อิหร่าน 2 คนบอกกับ เดอะนิวยอร์กไทมส์ ว่า ยูนิตที่ระเบิดในอพาร์ตเมนต์เมืองกุมดูเหมือนจะถูกเช่าโดยผู้ก่อเหตุ ซึ่งเปิดแก๊สทิ้งไว้แล้วหลบหนี เพื่อจุดชนวนเพลิงอย่างตั้งใจ อีกกรณีในเตหะราน ซึ่งเป็นที่พักของเจ้าหน้าที่ตุลาการ ก็เกิดระเบิดที่รุนแรงจนผนังถล่ม โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการส่งสัญญาณขู่ผู้พิพากษาและอัยการ คล้ายกับที่อิสราเอลเคยลอบสังหารนักวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ในอดีต

สมาชิก IRGC รายหนึ่งระบุว่า แม้บางเหตุจะเป็นอุบัติเหตุจริง แต่ความถี่ของระเบิดก็สร้างความหวาดกลัวในวงกว้าง และโอมิด เมมาริอาน ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจาก DAWN สถาบันวิจัยนโยบายต่างประเทศในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า “ประวัติอันยาวนานของรัฐบาลอิหร่านในการปกปิดข้อมูลและขาดความโปร่งใส รวมถึงคำชี้แจงที่คลุมเครือ ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวและความระแวงในหมู่ประชาชนรุนแรงขึ้น” โดยประชาชนตระหนักดีว่ารัฐบาลมักลดทอนหรือปฏิเสธการโจมตีของอิสราเอลอยู่เสมอ

ประชาชนหลายคนเชื่อว่า สงครามยังไม่สิ้นสุด เช่นชายชื่อมูฮัมหมัด ผู้เปิดคาเฟ่และแกลเลอรีในเมืองกาชาน กล่าวกับ นิวยอร์กไทมส์ ว่า “หลายคนคิดว่านี่เป็นฝีมืออิสราเอล และสงครามกำลังจะกลับมาอีก” เขารู้สึก “หวาดระแวงและหวาดกลัว” โดยเฉพาะเมื่อเมืองของเขาอยู่ใกล้ฐานยิงขีปนาวุธและไซต์นิวเคลียร์

มะห์ดี มุฮัมมะดี นักการเมืองสายอนุรักษ์นิยมและที่ปรึกษาอาวุโสของประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า สถานการณ์ระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลไม่มีความแน่นอนใด ๆ ทั้งสิ้น

“ถ้าใครคิดว่าเรากำลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่เป็นเส้นตรงและคาดการณ์ได้ พวกเขาก็ไร้เดียงสาเกินไป” มุฮัมมะดีกล่าวในหนึ่งในสุนทรพจน์ที่เขาบันทึกเป็นประจำและเผยแพร่ทาง Telegram “ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในภาวะหยุดยิงด้วยซ้ำ เราอยู่ในช่วงแขวนลอยที่เปราะบาง และมันอาจจบลงได้ทุกเมื่อ แล้วเราก็จะกลับเข้าสู่สงครามอีกครั้ง”

เดอะนิวยอร์กไทมส์ระบุว่า ชาวอิหร่านจำนวนมากยังตั้งคำถามถึงสถานการณ์การเสียชีวิตของพลจัตวา พล.ต. โฆลามโฮเซน เคบปัรวัร เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เขาเคยรองผู้บัญชาการ IRGC ซึ่งมีบทบาทในการปราบปรามการประท้วงหญิงในปี 2021 โดยสื่อทางการระบุว่าเขาเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บจากอาวุธเคมีสมัยสงครามอิรัก-อิหร่านที่กำเริบจากความเครียดช่วงสงครามล่าสุดกับอิสราเอล

เจ้าหน้าที่พยายามลดความตื่นตระหนก เช่น การแถลงว่าจำนวนเหตุแก๊สรั่วปีนี้ไม่เพิ่มจากปีก่อน และสภาเทศบาลกรุงเตหะรานเชิญหน่วยงานพลังงานมาชี้แจง “สถานการณ์ปกติ” ทว่าชาวอิหร่านหลายคนหันไปใช้มุกตลกเสียดสีเพื่อเยียวยาความกลัว เช่น การตัดต่อภาพเนทันยาฮูในชุดเจ้าหน้าที่บริษัทก๊าซแห่งชาติอิหร่าน

แม้แต่บัญชีโซเชียลของรัฐบาลอิสราเอลยังเล่นด้วย เช่นบัญชี “Mossad in Farsi” (มอสสาดในภาษาฟาร์ซี) ที่เคยโพสต์ว่า “ระเบิดแล้วระเบิดอีก ควรมีคนไปเช็กดูหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น” พร้อมแนะให้ชาวอิหร่านเผา เอสฟันด์ ซึ่งเป็นธูปชนิดหนึ่งที่ชาวอิหร่านจุดเพื่อปัดเป่าไล่สิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อดั้งเดิม

 

อ้างอิง: รายงานพิเศษจาก The New York Times

เรื่องล่าสุด