คุณเคยลืมรหัสผ่านไหม? สำหรับหลายคน มันอาจหมายถึงการล็อกอินเฟซบุ๊กไม่ได้ หรือเข้าอีเมลไม่เจอ แต่สำหรับชายคนหนึ่ง การลืมรหัสผ่านอาจหมายถึงการสูญเสียทรัพย์สินมูลค่าเกือบ 777 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 7,002 บิตคอยน์ ไปตลอดกาล
นี่คือเรื่องราวของ Stefan Thomas (สเตฟาน โธมัส) นักพัฒนาซอฟต์แวร์เชื้อสายเยอรมัน–อเมริกัน ผู้เคยเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกโลกคริปโตเคอร์เรนซี และปัจจุบันอาจถูกจดจำในฐานะ “คนที่ลืมรหัสผ่านราคาแพงที่สุดในโลก”
จากคลิป “What is Bitcoin?” สู่คริปโตที่เปิดประตูสู่โลกใหม่
สเตฟานคือหนึ่งในนักพัฒนารุ่นแรก ๆ ของบิตคอยน์ เขาสร้างชื่อเสียงจากวิดีโอแอนิเมชัน “What is Bitcoin?” ในปี 2011 ที่กลายเป็นคลิปอธิบายคริปโตอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนทั่วโลกใช้ทำความเข้าใจแนวคิดใหม่ของการเงินดิจิทัล
นอกจากนั้น เขายังร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ WeUseCoins.com ที่เคยเป็นแหล่งข้อมูลหลักให้มือใหม่สายคริปโต ก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาทระดับสูงในบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Ripple และต่อมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสตาร์ตอัปด้านการเงินชื่อ Coil
ด้วยผลงานเหล่านี้ Thomas ถูกยกย่องว่าเป็น “คนสร้างสะพาน” ให้คริปโตเคอร์เรนซีก้าวเข้าสู่กระแสหลัก
บิตคอยน์ 7,002 เหรียญที่หายไปใน USB
ย้อนกลับไปในปี 2011 สเตฟานได้รับค่าตอบแทนสำหรับงานวิดีโอเป็น 7,002 BTC ซึ่งในตอนนั้นมีมูลค่าราว ๆ 2,000 ดอลลาร์ เขาเก็บมันไว้ในอุปกรณ์ IronKey ดิจิทัลวอลเลตที่ปลอดภัยสุด ๆ และจดรหัสผ่านเก็บไว้ในกระดาษ — ซึ่งต่อมาก็หายไป
เวลาผ่านไป บิตคอยน์พุ่งขึ้นแตะเหรียญละราว 111,000 ดอลลาร์ ทำให้กองทุนเล็ก ๆ ในแฟลชไดรฟ์นี้มีค่ามหาศาลกว่า 777 ล้านดอลลาร์ แต่เจ้าของกลับเปิดมันไม่ได้
ปัญหาคือรหัสผ่าน
IronKey อนุญาตให้ลองใส่รหัสได้เพียง 10 ครั้ง หากผิดครบ ระบบจะลบข้อมูลทิ้งถาวร ปัจจุบัน สเตฟานลองมาแล้ว 8 ครั้ง และเหลือแค่ 2 โอกาสสุดท้าย ซึ่งเขาไม่กล้าเสี่ยง
แม้บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่าง Unciphered จะอ้างว่ามีวิธีแก้ไขด้วยการจำลองรหัสผ่านหลายล้านล้านครั้งโดยไม่ทำให้ข้อมูลหาย แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เปิดทาง เพราะมีข้อตกลงกับทีมอื่นที่พยายามช่วยอยู่ก่อนหน้า
มากกว่าความโชคร้าย: บทเรียนเรื่องความปลอดภัยดิจิทัล
เรื่องของสเตฟานเป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่า ในโลกคริปโต “คุณคือตัวกลางคนเดียว” ไม่มีธนาคาร ไม่มีฝ่ายกู้คืนรหัสผ่าน หากคุณทำหาย นั่นอาจหมายถึงการสูญเสียตลอดไป
รายงานจาก Chainalysis บริษัทข้อมูลคริปโต ระบุว่า จนถึงปี 2021 มีบิตคอยน์มูลค่ากว่า 140,000 ล้านดอลลาร์ ที่ถูกทิ้งไว้ในวอลเลตที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ — สะท้อนให้เห็นว่ากรณีของสเตฟานไม่ได้เป็นเพียง “เรื่องราวเดียว” แต่เป็นด้านมืดที่มาพร้อมอิสระทางการเงินดิจิทัล
โลกที่เราต้อง “จดจำ” ให้มากกว่าที่เคย
แม้จะยังไม่แน่ว่า สเตฟานจะสามารถกู้คืนกองทุนคริปโตได้หรือไม่ แต่เรื่องราวนี้ทำให้ผู้คนทั่วโลกหันมามองความสำคัญของ การจัดเก็บรหัสผ่าน และ การสำรองข้อมูลอย่างปลอดภัย
ในโลกการเงินยุคใหม่ที่อิสรภาพมาพร้อมความรับผิดชอบขั้นสูงสุด เรื่องเล็ก ๆ อย่าง “การลืมรหัสผ่าน” อาจหมายถึงความแตกต่างระหว่างการสูญเสียหลักล้าน หรือการรักษามรดกดิจิทัลไว้ให้อนาคต
เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรมส่วนบุคคล แต่ยังเป็นบทเรียนสำหรับทุกคนที่ก้าวเข้าสู่จักรวาลของคริปโต ว่าเสรีภาพทางการเงินไม่ได้มาโดยปราศจากราคาที่ต้องจ่าย.