MEE – รายงานฉบับสมบูรณ์ 72 หน้า ของคณะกรรมาธิการสืบสวนแห่งสหประชาชาติว่าด้วยปาเลสไตน์และอิสราเอล ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร (16 ก.ย.) ระบุชัดว่าอิสราเอลได้ก่อ อาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา โดยกระทำครบ 4 ใน 5 การกระทำต้องห้ามตามอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ค.ศ.1948 พร้อมยืนยันว่าผู้นำอิสราเอลมี “เจตนาล้างเผ่าพันธุ์” อย่างชัดเจน
หลักฐานหนักแน่น – เปิดทางสู่ศาลโลก
นาวี พิลเลย์ อดีตข้าหลวงสิทธิมนุษยชน UN และประธานคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า
“นี่คือข้อสรุปที่มีน้ำหนักที่สุดจากสหประชาชาติ ใช้มาตรฐานเดียวกับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และสามารถนำไปใช้อ้างอิงในศาลทั้งในและต่างประเทศได้”
รายงานฉบับนี้ถูกมองว่าเป็นตัวบ่งชี้สำคัญต่อคดีที่แอฟริกาใต้ยื่นฟ้องอิสราเอลต่อ ICJ ซึ่งกำลังดำเนินอยู่และอาจใช้เวลาหลายปี
คริส ซิโดติ หนึ่งในคณะกรรมาธิการ เสริมว่า “ไม่มีข้ออ้างอีกแล้วที่จะไม่ดำเนินการ” และเรียกร้องให้รัฐต่างๆ ดำเนินมาตรการป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทันที
การกระทำที่เข้าข่ายฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
รายงานระบุการกระทำของอิสราเอลที่เข้าข่ายอาชญากรรมดังกล่าว ได้แก่
-
การสังหารชาวปาเลสไตน์จำนวนมากด้วยการโจมตีพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน
-
การทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจ ผ่านการทรมาน ข่มขืน การกักขังและการบังคับอพยพ
-
การสร้างสภาพความเป็นอยู่ที่ไร้มนุษยธรรม เช่น ทำลายระบบสาธารณูปโภค ขัดขวางอาหาร น้ำ และการรักษาพยาบาล จนเกิดความอดอยาก
-
การป้องกันไม่ให้เกิดการเกิดใหม่ โดยการโจมตีคลินิกเจริญพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในกาซา ทำลายตัวอ่อนและเซลล์สืบพันธุ์นับพัน
เจตนาล้างเผ่าพันธุ์
รายงานย้ำว่า “มีหลักฐานชัดเจนที่สุด” ว่าผู้นำอิสราเอล เช่น ประธานาธิบดีไอแซก เฮิร์ซอก นายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู และอดีตรมว.กลาโหม โยอาฟ กัลลันท์ มีเจตนาทำลายชาวปาเลสไตน์ในกาซาในฐานะกลุ่มชาติพันธุ์ และยังเข้าข่าย “การยุยงให้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” อันเป็นอาชญากรรมตามอนุสัญญา
รายงานยังระบุพฤติกรรมเป็นแบบแผนที่บ่งชี้เจตนานี้ เช่น การสังหารหมู่พลเรือนในสัดส่วนสูง การทำลายบ้านเรือน โรงเรียน มัสยิด โบสถ์และแหล่งวัฒนธรรม การปล่อยให้ความอดอยากและระบบสาธารณสุขล่มสลาย รวมถึงการใช้ความรุนแรงทางเพศและการยิงเด็กที่อยู่ในที่พักพิง
ข้อเรียกร้องต่อประชาคมโลก
รายงานเรียกร้องให้ชาติสมาชิก UN หยุดส่งอาวุธให้อิสราเอล และพิจารณาคว่ำบาตรทั้งรัฐอิสราเอลและบริษัทหรือบุคคลที่มีส่วนร่วมในการก่อหรือยุยงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
คณะกรรมาธิการสรุปว่า “รัฐอิสราเอลต้องรับผิดชอบทั้งต่อการไม่ป้องกัน การก่อ และการไม่ลงโทษอาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อชาวปาเลสไตน์ในกาซา”
รายงานจะถูกนำเสนอต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่ UN ในเดือนตุลาคมนี้ และจะเป็นเอกสารอ้างอิงสำคัญก่อนที่ศาลโลก (ICJ) จะมีคำวินิจฉัยขั้นสุดท้าย
ใครคือผู้สืบสวนของสหประชาชาติ?
คณะกรรมาธิการสืบสวนว่าด้วยปาเลสไตน์และอิสราเอลถูกตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 โดยมีอำนาจถาวรในการตรวจสอบการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในดินแดนปาเลสไตน์ถูกยึดครองและในอิสราเอล
คณะกรรมาธิการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญอิสระ 3 คน ได้แก่
-
นาวี พิลเลย์ (Navi Pillay) อดีตข้าหลวงสิทธิมนุษยชน UN อดีตผู้พิพากษาศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ และอดีตประธานศาลพิเศษรวันดา
-
มิลูน โคธารี (Miloon Kothari) ผู้แทนพิเศษ UN ด้านสิทธิการมีที่อยู่อาศัยที่เพียงพอ ระหว่างปี 2000–2008
-
คริส ซิโดติ (Chris Sidoti) อดีตกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนออสเตรเลีย และเคยร่วมภารกิจสืบสวนพิเศษของ UN เกี่ยวกับเมียนมา
แม้จะไม่ได้รับค่าตอบแทนจากสหประชาชาติ แต่รายงานของคณะกรรมาธิการนี้ถือว่ามีน้ำหนักสูงสุด และถูกนำไปใช้อ้างอิงโดยศาลระหว่างประเทศทั้งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC)