วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

อิสราเอลประกาศ “Iron Beam” อาวุธเลเซอร์พร้อมปฏิบัติการเต็มรูปแบบ ยิงสกัดขีปนาวุธ-โดรน

-

วันพุธ (17 ก.ย.) กระทรวงกลาโหมอิสราเอลแถลงว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์ “Iron Beam” (ลำแสงเหล็ก) เข้าสู่สถานะปฏิบัติการแล้ว และจะมีการติดตั้งแบตเตอรี่อย่างเต็มรูปแบบทั่วประเทศในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันภัยทางอากาศรุ่นใหม่ล่าสุด สื่ออิสราเอล เยรูซาเล็มโพสต์ รายงาน

ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน กระทรวงกลาโหมและบริษัท Rafael ซึ่งเป็นแกนนำพัฒนา (ร่วมกับ Elbit และบริษัทเทคโนโลยีด้านความมั่นคงอื่นๆ) ได้ประกาศว่า “Lite Beam” เวอร์ชันย่อของ Iron Beam เข้าสู่การปฏิบัติการแล้ว

เยรูซาเล็มโพสต์ รายงานว่า ในช่วงนั้นกองทัพยังเปิดเผยว่าระบบเลเซอร์ดังกล่าวสามารถสอยโดรนของฮิซบุลเลาะห์ได้ราว 40 ลำในเดือนตุลาคม 2024

ข่าวล่าสุดนี้สะท้อนถึงการก้าวกระโดดครั้งสำคัญอีกหลายขั้นของเทคโนโลยีป้องกันภัยทางอากาศอิสราเอล

“Iron Beam” เพิ่มขีดความสามารถใหม่

ตามรายงานของเยรูซาเล็มโพสต์ สิ่งใหม่ที่โดดเด่นคือ Iron Beam ไม่ได้จำกัดเฉพาะการยิงสกัดโดรนเท่านั้น แต่ยังสามารถจัดการกับขีปนาวุธ จรวด และปืนครกได้ด้วย ทำให้ระบบนี้มีศักยภาพที่น่าเกรงขามเมื่อถูกใช้เพื่อรับมือภัยคุกคามจากโดรนที่เคลื่อนที่ช้ากว่า

credit: IDF SPOKESPERSON’S UNIT

การประกาศครั้งนี้ยังหมายถึง Iron Beam จะถูกผลิตและติดตั้งกระจายทั่วประเทศในวงกว้าง เริ่มสร้างเครือข่ายป้องกันอย่างเต็มรูปแบบทันที แทนการทดสอบเฉพาะจุดเหมือนที่ผ่านมา

กระทรวงกลาโหมและกองทัพอิสราเอล (IDF) คาดหวังว่า Iron Beam จะช่วยลดต้นทุนการสกัดภัยคุกคามทางอากาศได้อย่างทันตาเห็น ซึ่งประเด็นค่าใช้จ่ายนี้นับเป็นปัญหาใหญ่ของอิสราเอลตลอดช่วงสงครามปัจจุบัน ซึ่งต้องเผชิญการโจมตีทางอากาศนับหมื่นครั้งพร้อมกันถึงหกแนวรบ

เมื่อเทียบกับลูกสกัด Arrow ที่มีราคาหลายล้านเชเกล หรือระบบ Iron Dome ที่มีต้นทุนต่อนัดหลักหมื่นเชเกล แต่การยิง Iron Beam มีต้นทุนถูกเทียบได้กับ “การเปิดหลอดไฟ” เท่านั้น รายงานเยรูซาเล็มโพสต์ระบุ

พล.อ.สำรอง อามีร์ บารัม อธิบดีกรมกระทรวงกลาโหม กล่าวว่าการประกาศนี้เป็นเพียง “ศิลาฤกษ์” ของกระบวนการที่จะเปลี่ยนสมรภูมิทั่วโลกไปสู่ยุคของแพลตฟอร์มเลเซอร์ราคาถูก

เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระบุว่า Iron Beam ยังมีขีดความสามารถในการรับมือการโจมตีทางอากาศพร้อมกันหลายทิศทาง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การยิงสกัดครั้งละหนึ่งหรือสองเป้าหมายเท่านั้น

เยรูซาเล็มโพสต์ ระบุเพิ่มเติมว่า สภาเคเนสเซตได้อนุมัติงบประมาณขนาดใหญ่ไปแล้วตั้งแต่สองปีก่อน เพื่อรองรับการติดตั้งแบตเตอรี่ Iron Beam ในวงกว้าง

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จ.ส.อ.กองหนุน “เอ” แห่งกองทัพอิสราเอล ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ The Jerusalem Post ว่าการได้ร่วมทีมเลเซอร์เพื่อปกป้องประเทศด้วยระบบล้ำสมัยที่เปลี่ยนสมการรบครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ “เหลือเชื่อ” เขายังเล่าว่าทั้งทีมต้องเรียนรู้การใช้งานเลเซอร์ในสนามรบจริงแบบเรียลไทม์ และพัฒนาระบบไปพร้อมกับบริษัท Rafael เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการสกัดเป้าหมาย

เราได้รับระบบมา ปรับแต่งขณะใช้งานในสนามจริง และพัฒนาเพิ่มเติมร่วมกับผู้ผลิต [Rafael] หลังจากที่เข้าใจมากขึ้นว่าจำเป็นต้องทำอะไรเพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จในการสกัดเอ กล่าว

แม้ว่าบริษัท Raytheon ในสหรัฐฯ รวมถึงอังกฤษ รัสเซีย จีน เยอรมนี และญี่ปุ่น ต่างอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศด้วยเลเซอร์ แต่กระทรวงกลาโหมอิสราเอลระบุเมื่อวันพุธว่า Iron Beam เป็นระบบเดียวที่ก้าวข้ามการทดสอบไปสู่การใช้งานจริงในสนามรบแล้ว เยรูซาเล็มโพสต์ระบุ

แหล่งข่าวด้านความมั่นคงยังชี้ว่า เทคโนโลยีนี้อาจทำให้อิสราเอลไม่จำเป็นต้องอพยพประชาชนลงหลุมหลบภัยจากภัยคุกคามทางอากาศส่วนใหญ่ เนื่องจาก Iron Beam สามารถยิงสกัดเป้าหมายตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของการโจมตี หมายความว่าหลายครั้งอาจไม่ต้องมีการส่งสัญญาณไซเรนหรืออพยพเลย

มันทำงานอย่างไร?

เยรูซาเล็มโพสต์รายงานว่า พลังงานแสงของเลเซอร์เดินทางเร็วกว่าลูกสกัดทุกชนิดในคลังแสงของอิสราเอลอย่างมหาศาล เลเซอร์จึงสามารถทำลายภัยคุกคามทางอากาศของศัตรูได้เกือบจะทันทีหลังถูกยิงออกมา และแน่นอนว่าจะทำลายได้ในขณะที่ยังอยู่ในดินแดนของศัตรูด้วยซ้ำ

เนื่องจากเลเซอร์ยิงได้รวดเร็วกว่า กองทัพอิสราเอล (IDF) ยังมีโอกาสแก้ตัวได้มากขึ้น หากยิงพลาดครั้งแรก เพราะระบบจะรับรู้ความล้มเหลวนั้นตั้งแต่เนิ่นๆ และสามารถยิงซ้ำได้อีกหลายครั้ง

ดังนั้น ชาวอิสราเอลอาจได้ยินเสียงไซเรนและต้องลงหลุมหลบภัยก็ต่อเมื่อระบบเลเซอร์พลาดเป้าจริงๆ ซึ่งถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก และต้องพลาดซ้ำหลายครั้งติดต่อกัน

สามตระกูลเลเซอร์ของอิสราเอล

Lite Beam: ระบบขนาดเล็กและระยะสั้นที่สุด สามารถติดตั้งบนยานพาหนะของกองกำลังภาคพื้นดิน ยิงลำแสงเลเซอร์กำลัง 10 กิโลวัตต์

Iron Beam M: ยิงลำแสงเลเซอร์ขนาด 250 มิลลิเมตร กำลัง 50 กิโลวัตต์ ติดตั้งบนรถบรรทุกขนาดใหญ่เพื่อความคล่องตัว ไม่สามารถติดตั้งเป็นระบบเสริมเล็กๆ บนยานพาหนะทั่วไปได้ แต่แหล่งข่าวชี้ว่าสามารถยิงได้แม้ขณะเคลื่อนที่

Iron Beam (เต็มรูปแบบ): ยิงลำแสงเลเซอร์ขนาด 450 มิลลิเมตร กำลัง 100 กิโลวัตต์ ถูกออกแบบมาให้ประจำการอยู่กับที่ในช่วงเวลานาน ไม่สามารถยิงได้ขณะเคลื่อนที่ แต่สามารถเคลื่อนย้ายได้ด้วยการวางแผนล่วงหน้า เช่นเดียวกับการเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่ Iron Dome

เรื่องล่าสุด