อนาโดลู – ฟิลิปปินส์ยืนยันว่า ไม่มีการทำสัญญาซื้ออาวุธใหม่จากอิสราเอล ท่ามกลางสงครามกาซาที่ดำเนินอยู่
กิลเบิร์ต เตโอโดโร รัฐมนตรีกลาโหมฟิลิปปินส์ แถลงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันอังคาร (16 ก.ย. 2025) ว่า “มะนิลาไม่ได้ทำสัญญาใหม่กับผู้ผลิตอาวุธอิสราเอล แต่กองทัพบกยังคงจัดหากระสุนจากบริษัทค้าอาวุธที่ตั้งอยู่ในอิสราเอล ภายใต้สัญญาเดิมที่ทำไว้ก่อนหน้า” โดยอ้างอิงรายงานจากเครือข่าย ABS-CBN
เขากล่าวว่า “ตอนนี้เป็นเพียงการดำเนินการตามสัญญาเดิม เราไม่มีสัญญาใหม่กับบริษัทใดในอิสราเอล ประเด็นสำคัญคือการรักษาความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน และในเวลาที่พวกเขาอยู่ในภาวะสงคราม ผมเองก็ไม่สบายใจที่จะให้มีสัญญาใหม่ที่อาจถูกจัดลำดับความสำคัญรองจากความต้องการของพวกเขาเอง”
ข้อกังวลต่อสัญญา “เอลบิท ซิสเต็มส์”
ระหว่างการประชุม รีนี หลุยส์ โค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตถึงหนังสือแจ้งผลการประมูลเมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2025 ให้แก่บริษัท Elbit Systems มูลค่า 248 ล้านเปโซ (ประมาณ 15,057 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับการจัดซื้อกระสุนปล่อยนำวิถีแม่นยำ
โอกล่าวว่า “Elbit Systems คือบริษัทเดียวกับที่สนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และสังหารชาวกาซา”
เตโอโดโรตอบว่า ธุรกรรมดังกล่าวเป็น “เพียงการซ่อมบำรุงและต่อยอดระบบอาวุธที่มีอยู่ ไม่ใช่การจัดซื้อใหม่” พร้อมยอมรับว่า “กองทัพบกมีทางเลือกไม่มากนักนอกจากต้องคงระบบที่ได้มาจากปี 2022”
เขาเสริมว่า “ตอนนี้เราติดอยู่กับระบบเหล่านี้… การจัดหาระบบใหม่จะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงตัดสินใจเดินหน้าตามระบบที่มีอยู่ ถือเป็นบทเรียนว่าเราต้องรอบคอบว่าควรทำสัญญากับใคร และจะเขียนสัญญาอย่างไร”
อย่างไรก็ตาม โอได้เรียกร้องให้รัฐมนตรีกลาโหม “ทบทวนหรือยุติสัญญาต่อเนื่องนี้ เนื่องจากข้อกังวลที่เราได้บันทึกไว้”
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 อิสราเอลได้สังหารชาวปาเลสไตน์กว่า 65,000 คนในฉนวนกาซา ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก การทิ้งระเบิดอย่างไม่หยุดยั้งได้ทำให้กาซาไม่สามารถอยู่อาศัยได้อีกต่อไป นำไปสู่ภาวะอดอยากและการแพร่ระบาดของโรค