วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

อิหร่านเผชิญแรงกดดันรอบใหม่ หลังคว่ำบาตรยูเอ็นกลับมาใช้บังคับอีกครั้ง

-

การกลับมาของมาตรการคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ผ่านกลไก “Snapback”) ได้ผลักให้อิหร่านเข้าสู่ทางแยกสำคัญทางยุทธศาสตร์อีกครั้ง มาตรการนี้สร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการทหารอย่างหนัก บีบให้เตหะรานต้องทบทวนทางเลือกและยุทธวิธีใหม่ เพื่อเอาตัวรอดในสมรภูมิโลกที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยแรงกดดันจากตะวันตก

การทูต: ปรับแนวรบและรวมพันธมิตรใหม่

อิหร่านตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการเรียกเอกอัครราชทูตจากเยอรมนี ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักรกลับมาปรึกษาหารือ ส่งสัญญาณว่าความสัมพันธ์ทางการทูตจะไม่ดำเนินไปตามปกติ เตหะรานกล่าวหาประเทศเหล่านี้ว่า “ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากวอชิงตัน” และเรียกการนำมาตรการคว่ำบาตรกลับมาใช้ว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมายและหุนหันพลันแล่นทางการเมือง”

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ถ้อยคำที่แข็งกร้าว อิหร่านกำลังเร่งเสริมสร้างแนวร่วมทางการทูตทางตะวันออก โดยอาศัย รัสเซียและจีน เป็นสองเสาหลักสำคัญที่คัดค้านกลไก “Snapback” ในคณะมนตรีความมั่นคง ขณะเดียวกัน อิหร่านยังใช้กรอบความร่วมมืออย่าง องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) และ กลุ่มบริกส์ (BRICS) เพื่อขยายอิทธิพลในฝั่งเอเชียและบั่นทอนการโดดเดี่ยวจากตะวันตก

เศรษฐกิจต้านคว่ำบาตร: กลยุทธ์แห่งการอยู่รอด

เศรษฐกิจอิหร่านยังคงเผชิญแรงกดดันหนัก ค่าเงินเรียลร่วงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่เงินเฟ้อพุ่งสูง กระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและอาจก่อให้เกิดความไม่สงบทางสังคม

เพื่อต้านทานแรงบีบนี้ รัฐบาลอิหร่านได้รื้อฟื้นแนวคิด “เศรษฐกิจแห่งการต่อต้าน (Resistant Economy)” โดยมีสามเสาหลักสำคัญ:

  • พึ่งพาตนเอง: เพิ่มการผลิตในประเทศเพื่อลดการนำเข้าที่มีต้นทุนสูง

  • เครือข่ายการค้าทางเลือก: ใช้ระบบแลกเปลี่ยนน้ำมันกับสินค้า (barter trade) และใช้สกุลเงินนอกดอลลาร์เพื่อเลี่ยงข้อจำกัดทางการเงิน

  • มิติยุทธศาสตร์: เดินหน้าพัฒนาโครงการ “เส้นทางคมนาคมเหนือ–ใต้ (INSTC)” เพื่อเชื่อมโยงการค้าระหว่างรัสเซีย อินเดีย และเอเชียกลาง โดยไม่ผ่านเส้นทางทางทะเลที่ถูกควบคุมโดยตะวันตก

ถึงกระนั้น ความเปราะบางของเศรษฐกิจภายในยังคงเป็นจุดอ่อนสำคัญ ที่อาจนำไปสู่แรงสั่นสะเทือนทางการเมืองหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

ไพ่ใบสุดท้าย: นิวเคลียร์และความมั่นคง

แม้ประธานาธิบดีมัซอูด เปเซซคียอน จะยืนยันว่าอิหร่าน “ไม่มุ่งผลิตอาวุธนิวเคลียร์” แต่ความตึงเครียดกลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางคำเตือนว่าเตหะรานอาจตอบโต้เชิงยุทธศาสตร์ในหลายระดับ เช่น

  • จำกัดการเข้าถึงของผู้ตรวจสอบจาก IAEA

  • เพิ่มระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมจนเกือบถึงระดับทางทหาร

  • ขู่ถอนตัวจากสนธิสัญญา NPT ซึ่งจะเป็นการเผชิญหน้าครั้งใหญ่กับประชาคมโลก

  • เสริมศักยภาพด้าน ขีปนาวุธ และเพิ่มการสนับสนุนพันธมิตรในภูมิภาค

อนาคตที่ไม่แน่นอนของอิหร่าน

อิหร่านกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนที่เปราะบางระหว่างการ “ยืนหยัด” กับ “เผชิญหน้า” เส้นทางต่อจากนี้อาจอยู่ระหว่างการเจรจาเชิงยุทธศาสตร์กับพันธมิตร หรือการเผชิญแรงปะทะโดยตรงกับตะวันตก ซึ่งจะส่งผลไม่เพียงต่ออนาคตของอิหร่านเท่านั้น แต่ยังอาจเขย่าภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางในวงกว้าง

เรื่องล่าสุด