23 ก.พ. 69 สำนักข่าว Axios รายงานว่า คณะเจรจาของสหรัฐฯ และอิหร่านคาดว่าจะพบกันที่นครเจนีวาในวันพฤหัสบดีนี้ เพื่อหารือข้อเสนอรายละเอียดด้านนิวเคลียร์ของเตหะราน โดยเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ คาดว่าจะได้รับข้อเสนอจากอิหร่านภายในวันอังคารนี้
แหล่งข่าวสหรัฐฯ ชี้ว่า ความพยายามทางการทูตในระลอกนี้อาจเป็น “โอกาสสุดท้าย” ก่อนที่ทรัมป์จะตัดสินใจเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ร่วมกับอิสราเอล ซึ่งอาจรวมถึงการโจมตีเป้าหมายระดับสูงของอิหร่าน ไปจนถึงผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี
นัดหมายเจนีวา รอไฟเขียวจากเตหะราน
ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารักชี ให้สัมภาษณ์รายการ Face the Nation ของ CBS ว่า เขาคาดว่าจะพบกับผู้แทนของทรัมป์ ได้แก่ สตีฟ วิทคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ที่เจนีวาในวันพฤหัสบดี เพื่อหารือข้อเสนอดังกล่าว
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันแผนการประชุม แต่ระบุว่า วอชิงตันยังคงรอข้อเสนออย่างเป็นทางการจากอิหร่านก่อน
“หากอิหร่านส่งร่างข้อเสนอมา สหรัฐฯ ก็พร้อมพบกันที่เจนีวา เพื่อเริ่มการเจรจาเชิงลึกและดูว่ามีทางไปสู่ข้อตกลงนิวเคลียร์หรือไม่” เจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐฯ กล่าว
แหล่งข่าวย้ำว่า ทั้งสองฝ่ายอาจหารือถึงความเป็นไปได้ของ ข้อตกลงชั่วคราว (interim agreement) ควบคู่ไปกับการเจรจาข้อตกลงฉบับเต็ม
เส้นแดง “ศูนย์การเสริมสมรรถนะ” แต่เปิดช่องจำกัด
Axios ระบุว่า ในการเจรจารอบก่อนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา วิทคอฟฟ์และคุชเนอร์ได้แจ้งจุดยืนของทรัมป์ต่ออารักชีว่า สหรัฐฯ ต้องการ “การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นศูนย์” บนแผ่นดินอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม วอชิงตันยอมรับว่า อาจพิจารณาข้อเสนอที่มีการเสริมสมรรถนะในระดับ “เชิงสัญลักษณ์” หากอิหร่านสามารถพิสูจน์ได้ว่า แผนดังกล่าวปิดทุกเส้นทางสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด
อารักชีกล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาจะจัดทำร่างข้อเสนอให้เสร็จสิ้นภายในสุดสัปดาห์นี้ และจะส่งให้ฝ่ายสหรัฐฯ หลังได้รับความเห็นชอบจากผู้นำทางการเมืองในเตหะราน
เสียงกดดันจากสายแข็งในสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน วุฒิสมาชิก ลินด์ซีย์ เกรแฮม ให้สัมภาษณ์กับ Axios แสดงความไม่พอใจต่อที่ปรึกษาบางคนของทรัมป์ ซึ่งแนะนำให้หลีกเลี่ยงการโจมตีอิหร่าน และเรียกร้องให้ประธานาธิบดีเพิกเฉยต่อคำแนะนำดังกล่าว
“ผมเข้าใจความกังวลเรื่องปฏิบัติการทางทหารขนาดใหญ่ในตะวันออกกลาง แต่เสียงที่เตือนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปพัวพัน กำลังมองข้ามผลลัพธ์ของการปล่อยให้ความชั่วร้ายดำรงอยู่โดยไม่ถูกตรวจสอบ” เกรแฮมกล่าว
แหล่งข่าวในรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า แม้ทรัมป์สามารถเปลี่ยนท่าทีและสั่งโจมตีได้ทุกเมื่อ แต่ในเวลานี้ ที่ปรึกษาจำนวนมากยังคงผลักดันให้ “ให้โอกาสการทูต” ต่อไปอีกระยะ








