วันเสาร์ 31 มกราคม 2026

ผู้นำฮิซบุลเลาะห์ลั่น จะคงอำนาจต้านอิสราเอลจนถึงที่สุด จวกสหรัฐฯ แทรกแซงเลบานอน

-

เชค นาอีม กอเซ็ม ผู้นำกลุ่มฮิซบุลเลาะห์ แห่งเลบานอน ประกาศยืนยันว่า กลุ่มจะรักษาพลังอำนาจและศักยภาพทางการทหารไว้เพื่อต่อสู้กับ “ศัตรูอิสราเอล” พร้อมเตือนว่า “การรุกรานไม่สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีขอบเขต” อัลมานาร์สื่อในเครือข่ายฮิซบุลเลาะห์รายงาน

คำประกาศดังกล่าวมีขึ้นในพิธีรำลึก วันวีรชนของฮิซบุลเลาะห์ (Martyr’s Day) ซึ่งจัดขึ้นทั่วเลบานอน เพื่อสดุดีเหล่านักรบและผู้เสียสละในเส้นทาง “ญิฮาดและการต่อต้าน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติการพลีชีพของ “อาหมัด กอซซีร” วีรชนที่เป็นสัญลักษณ์ของขบวนการต่อต้านอิสราเอลในยุคเริ่มต้นของฮิซบุลเลาะห์

เชิดชูวีรชน “อาหมัด กอซซีร” ผู้จุดประกายการต่อต้าน

นาอีม กอเซ็มกล่าวว่า “เรากำหนดให้วันวีรชนตรงกับวันแห่งการพลีชีพของนักรบอาหมัด กอซซีร เพราะการกระทำของเขาเป็นแบบอย่างอันโดดเด่น เป็นสัญลักษณ์ของทุกผู้เสียสละที่เดินบนเส้นทางแห่งเกียรติและการต่อต้าน”

เขากล่าวต่อว่า กอซซีรได้วางแผนและดำเนินปฏิบัติการร่วมกับผู้นำระดับสูงในขณะนั้นคือ อิมาด มุฆนียะห์ และ อบุลฟัฎล์ การากี ซึ่งเป็นผู้เตรียมยานพาหนะให้ ก่อนที่กอซซีรจะขับรถเข้าไปยังสำนักงานใหญ่ผู้ว่าการทหารของกองทัพยึดครองอิสราเอลในเมืองไซดอน แล้วจุดชนวนระเบิดเพื่อแสดงการปฏิเสธต่อการยึดครอง

“การปฏิบัติการครั้งนั้นทำให้ศัตรูสูญเสียอย่างหนัก อาคารแปดชั้นพังถล่ม มีผู้เสียชีวิตกว่า 76 รายและบาดเจ็บ 118 คน นับเป็นการสั่นคลอนขวัญกำลังใจของระบอบไซออนิสต์และปูทางสู่การถอนทัพอย่างอับอายของอิสราเอลออกจากเลบานอนในเวลาต่อมา” กอเซ็มกล่าว

ย้ำแนวทาง “ญิฮาดและเกียรติ” ของฮิซบุลเลาะห์

กอเซ็มกล่าวว่า “หนทางของเราคือหนทางแห่งการปลดปล่อยและศักดิ์ศรี ความเสียสละของบรรดาชะฮีดได้ชี้ให้เห็นถึงเส้นทางแห่งชัยชนะ” พร้อมย้ำว่า การรำลึกถึงวีรชนไม่ใช่เพียงพิธี แต่คือการต่ออายุความศรัทธาและความมุ่งมั่นของขบวนการ

“คำกล่าวของท่านซัยยิด ฮะซัน นัศรุลเลาะห์ ยังคงก้องอยู่ในใจเรา ‘เมื่อเราถูกสังหาร เราก็ชนะ’ เพราะการพลีชีพคือชัยชนะอันแท้จริงของผู้ศรัทธา” เขากล่าว

กอเซ็มย้ำว่า แม้ขีดความสามารถทางทหารของฮิซบุลเลาะห์จะเล็กกว่าอิสราเอลอย่างมาก แต่สิ่งที่ทำให้การต่อสู้ยืนหยัดได้คือ “พลังแห่งศรัทธาและเจตจำนง” ซึ่งทำให้อาวุธและเสียงตะโกนของนักรบมีอานุภาพเหนือกว่าความหวาดกลัว

อิสราเอลไม่ได้ถอนทัพเพราะเจรจา แต่เพราะความพ่ายแพ้

กอเซ็มย้ำว่า การถอนทัพของอิสราเอลจากเลบานอนเมื่อปี 2000 “ไม่ได้เกิดจากการเจรจาหรือการเมือง” แต่เป็นผลจากการยืนหยัดของขบวนการต่อต้านและ “สมการทองคำ” ระหว่างประชาชน กองทัพ และการต่อต้าน ซึ่งทำให้อิสราเอลต้องถอยโดยไม่มีเงื่อนไข

เขากล่าวว่า “ตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปี 2023 สมการแห่งการยับยั้ง (deterrence) ดำรงอยู่ได้เพราะการต่อต้าน และเพราะความเสียสละของนักรบที่ป้องกันไม่ให้ศัตรูบรรลุเป้าหมายขยายอิทธิพลในภูมิภาค”

กอเซ็มยังกล่าวถึง “ยุทธการอันทรงพลัง” (The Formidable in Might Battle) ว่า ฮิซบุลเลาะห์ได้เสียสละอย่างมากเพื่อหยุดยั้งกองกำลังอิสราเอลกว่า 75,000 นาย ซึ่งไม่สามารถรุกคืบได้เกินไม่กี่ร้อยเมตร

ข้อตกลงหยุดยิงและการวิพากษ์รัฐบาลเลบานอน

เลขาธิการฮิซบุลเลาะห์ระบุว่า ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2024 ที่กำหนดให้อิสราเอลถอนทัพทางใต้ของแม่น้ำลิตานีและให้กองทัพเลบานอนเข้าประจำการแทน “เป็นราคาที่เรายอมรับได้ เพราะกองทัพคือประชาชนของเรา คือบุตรหลานของชาติเราเอง”

แต่กอเซ็มวิจารณ์รัฐบาลเลบานอนอย่างตรงไปตรงมาว่า “รัฐบาลกลับมองประเด็นเพียงเรื่องการปลดอาวุธของการต่อต้าน ทั้งที่ปัญหาไม่ใช่อาวุธ แต่คือการพยายามทำลายขีดความสามารถทางการทหารและการเงินของฮิซบุลเลาะห์ และสุดท้ายพวกเขาจะกล่าวหาว่าการมีอยู่ของเราคือปัญหา ซึ่งข้ออ้างเช่นนี้จะไม่มีวันสิ้นสุด”

เขายังกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า “แทรกแซงอนาคตของเลบานอน เพื่อทำลายศักยภาพการต่อต้าน โดยใช้แรงกดดันและเงื่อนไขทางทหาร” พร้อมเผยว่าทูตอเมริกันรายหนึ่งเคยระบุชัดว่า ต้องการติดอาวุธให้กองทัพเลบานอนเพื่อ “ต่อสู้กับประชาชนของตนเองที่ต่อต้านอิสราเอล” ซึ่งกอเซ็มมองว่า “เป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรยอมรับ”

จะไม่ถอย – เลือดของวีรชนคือคำมั่นแห่งศักดิ์ศรี

“เราจะไม่คุกเข่า และจะยืนหยัดต่อไป หากพวกเขาทดลองเราอีกครั้ง เราจะไม่ถอยจากสนามรบ” นาอีม กอเซ็มกล่าวเสียงหนักแน่น พร้อมเสริมว่า “นี่คือยุคแห่งความมั่นคงและการสร้างเอกราช เราจะใช้ชีวิตอย่างมีเกียรติ หรือไม่ก็จะตายอย่างมีเกียรติ”

เขากล่าวว่า เลือดของเหล่าชะฮีดและการเสียสละของประชาชนจะผลักดันให้ขบวนการเดินหน้า “ภัยคุกคามจะไม่ทำให้เราหวั่นไหว เราจะไม่ยอมให้อนาคตของลูกหลานอยู่ในมือของผู้กดขี่ และเราจะไม่ละทิ้งอาวุธที่ช่วยให้เราปกป้องแผ่นดินและประชาชนของเราได้”

กอเซ็มยังส่งคำทักทายถึง “ชาวปาเลสไตน์และขบวนการต่อต้านของพวกเขา ผู้ที่สอนให้โลกเข้าใจความหมายของการยืนหยัดเพื่อความยุติธรรม” พร้อมขอบคุณ “สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน” ที่สนับสนุนฮิซบุลเลาะห์และส่งความระลึกถึง “อายาตุลลอฮ์ อาลี คาเมเนอี” และ “พลตรีกอเซ็ม สุไลมานี” ผู้บัญชาการวีรชนที่สละชีวิตในแนวรบ

ก่อนปิดท้ายด้วยคำทักทายถึง “เยเมนและอิรัก” ซึ่งกอเซ็มกล่าวว่า “เป็นกองหน้าแห่งการปลดปล่อยในภูมิภาคนี้ และจะยืนหยัดเคียงข้างเราตราบเท่าที่การต่อต้านยังคงดำรงอยู่”

เรื่องล่าสุด