แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา หรือ “หมอจอย” นักการเมืองหญิงมุสลิมะฮชื่อดังจากจังหวัดปัตตานี ประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต จังหวัดปัตตานี ในนามพรรคกล้าธรรม พร้อมยืนยันจุดยืนทางการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยน คือการทำงานเคียงข้างประชาชน และสะท้อนเสียงของพื้นที่ชายแดนใต้ผ่านกลไกรัฐสภา
หมอจอยย้ำว่า บทบาทของ ส.ส. คือ “ผู้แทนประชาชน ไม่ใช่ผู้นำ” พร้อมอ้างอิงหลักศาสนาอิสลามที่มีฟัตวารองรับว่า มุสลิมะฮสามารถดำรงตำแหน่ง ส.ส. และ ส.ว. ได้ เนื่องจากเป็นตำแหน่งตัวแทนในการสะท้อนปัญหา ไม่ใช่ตำแหน่งผู้นำทางศาสนา
“ถ้าผู้หญิงได้เป็น ส.ส. จะสามารถเติมเต็มในสิ่งที่ผู้ชายไม่ได้พูด ไม่ได้คิด นี่คือจุดแข็งของผู้หญิงที่สามารถทำได้”
เลือก ส.ส.เขต เพื่อใกล้ชิดประชาชน
หมอจอยเปิดเผยว่า การตัดสินใจย้ายพรรคการเมืองครั้งนี้เป็นไปอย่างรอบคอบ แม้จะมีเวลาตัดสินใจจำกัด แต่ได้หารือกับแกนนำ ครอบครัว และญาติพี่น้องอย่างละเอียด โดยตั้งคำถามสำคัญว่า ต้องการเป็น ส.ส.เขต หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
คำตอบของเธอชัดเจน คือการกลับมาทำงานใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่จริง
“เราเคยเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเคยทำงานฝ่ายบริหารในตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรี ได้ทำงานเชิงนโยบายอย่างเต็มที่ แต่ไม่มีโอกาสกลับบ้านมากนัก เราอยากเป็น ส.ส.เขต ที่นั่งฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนจริง ๆ”
เธอระบุว่า การสะท้อนปัญหาในสภามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเสียงของ ส.ส. ในสภาจะทำให้ทุกกระทรวงต้องรับข้อมูล และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงระบบ
เหตุผลเลือก “กล้าธรรม”
หมอจอยอธิบายว่า อีกเหตุผลสำคัญในการเข้าร่วมพรรคกล้าธรรม คือศักยภาพของพรรคในการผลักดันนโยบายเพื่อจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมออกแบบนโยบายด้วยตนเอง
เธอยังชี้ว่า สมาชิกพรรคจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ล้วนเป็นบุคคลที่คุ้นเคย และมีพื้นฐานการเมืองจากกลุ่มวาดะห์เดิม เข้าใจบริบทพื้นที่ และ “พูดภาษาเดียวกัน” ในเชิงปัญหาและความต้องการของประชาชน
“พรรคกล้าธรรมยืนยันว่าไม่ใช่นโยบายขายฝัน แต่เป็นนโยบายที่หากเป็นรัฐบาล สามารถทำได้จริงทันที”
12 นโยบายหลัก เพื่อปัตตานีและชายแดนใต้
หมอจอยเปิดเผยว่า ได้ร่วมกับทีมงานเสนอ 12 นโยบายหลักต่อพรรคกล้าธรรม ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่
- การส่งเสริมกระบวนการสันติภาพโดยประชาชนมีส่วนร่วม
- การยกระดับคุณภาพการศึกษาและสวัสดิการครูศาสนา
- การศึกษาเพื่ออาชีพ 1 โรงเรียน 1 อาชีพ
- การจัดการน้ำและภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ
- การแก้ปัญหาที่ดินทำกินและนาร้าง
- การพัฒนาอุตสาหกรรมประมงอย่างยั่งยืน
- การคุ้มครองอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวันหยุดท้องถิ่น
- การพัฒนาพื้นที่เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมอาเซียน
- การปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศาสนา การศึกษา และการบริหารพื้นที่
- การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมที่เคารพวิถีมุสลิม
- และการเสริมพลังชุมชน โดยเฉพาะบทบาทองค์กรศาสนาในการดูแลครอบครัวและสตรี
การเมืองคนพื้นที่ และบทบาทผู้หญิง
หมอจอยมองว่า การมีรัฐมนตรีจากพื้นที่ชายแดนใต้เป็นเรื่องสำคัญ และชี้ว่า การที่พรรคกล้าธรรมมีรัฐมนตรีช่วยซึ่งเป็นคนพื้นที่ ถือเป็นสัญญาณว่าพรรคให้ความสำคัญกับสามจังหวัดชายแดนใต้อย่างจริงจัง หลังจากขาดรัฐมนตรีคนพื้นที่มานานกว่า 20 ปี
สำหรับกรณีการย้ายพรรค เธอยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ยึดหลักผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เช่นเดียวกับบทเรียนทางการเมืองจากครอบครัวโต๊ะมีนา
“แม้จะมีคำถามว่าเป็นสีอะไร แต่คำถามสำคัญคือ เราอยากเห็นอะไรสำหรับบ้านเรา และพรรคไหนให้ความจริงใจในการทำงานเพื่อพื้นที่”
ชีวิต การเมือง และอุดมการณ์
แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา เป็นบุตรสาวคนโตของ นายเด่น โต๊ะมีนา อดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.จังหวัดปัตตานี เติบโตท่ามกลางบริบทการเมือง ความขัดแย้ง และการทำงานเพื่อสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้
เธอจบการศึกษาด้านแพทยศาสตร์จากประเทศมาเลเซีย และรัฐศาสตรมหาบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารด้านสุขภาพจิตในพื้นที่ภาคใต้ และทำงานระดับชาติและนานาชาติด้านการฟื้นฟูเหยื่อความรุนแรง
หมอจอยเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จนได้รับเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อในปี 2562 และดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารด้านนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
“เปลี่ยนบ้าน แต่อุดมการณ์ไม่เปลี่ยน”
ในการลงสมัคร ส.ส.เขตปัตตานี เขต 1 ปี 2569 ในนามพรรคกล้าธรรม หมอจอยยืนยันจุดยืนภายใต้แนวคิด “ทำมากกว่าพูด” และการเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
“แม้จะเปลี่ยนบ้าน แต่อุดมการณ์ไม่เคยเปลี่ยน ยังทำเพื่อประชาชนเช่นเดิม ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหนก็ตาม”
คำถามที่เหลืออยู่ คือ ปัตตานีพร้อมหรือไม่ สำหรับการเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้ ความเข้าใจพื้นที่ และหัวใจของผู้หญิง ที่เลือกยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างมั่นคงเช่น “หมอจอย เพชรดาว โต๊ะมีนา”
